โพสต์


2 ม.ค. เวลา 01:09Science & Tech

No สน No care เมื่อจีนยืนยันการแจ้งเกิดของเด็กทารกที่มีการตัดต่อยีนคนที่สาม

ในวันจันทร์สำนักข่าวซินหัว ของรัฐจีน รายงานว่า He Jiankui นักวิจัยที่รับผิดชอบในการสร้างทารกที่ถูกแก้ไขยีนตัวคนแรกของโลกถูกตัดสินให้ติดคุกเป็นเวลาสามปีในข้อหาการตัดต่อยีนที่เป็นเรื่องผิดกฎหมาย

เนื่องจากจีนถูกประณามว่า He Jiankui ทำการวิจัยในทารกคนที่สามเกือบจะในทันทีหลังจากที่เขาประกาศการเกิดของทารกฝาแฝดคู่แรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันน่าแปลกใจที่ว่าเขาได้ถูกลงโทษจากการทดลองที่ขัดแย้งกันของเขานั่นเอง

แต่ในรายงานล่าสุดของสำนักข่าวซินหัว ได้กลายเป็นข่าวใหม่ขึ้นมาว่า : ทารกที่มีการตัดต่อยีนคนที่สามได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศจีน

ย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายน 2018 เมื่อ He Jiankui ได้ทำการทดลองสร้างฝาแฝดที่มีการตัดต่อยีนครั้งแรก He Jiankui ยังปล่อยให้ผู้หญิงอีกคนที่กำลังตั้งครรภ์พร้อมกับตัวอ่อนที่มีการแก้ไขยีนเพิ่มเติมอีกด้วย

ในเดือนมกราคม วิลเลียม เฮอร์ลบุต นักจริยธรรมทางชีวภาพของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดบอกสำนักข่าว Agence France-Presse ว่าเขาได้พูดคุยกับ He Jiankui เกี่ยวกับทารกที่มีการตัดต่อยีนคนที่สาม โดย He Jiankui กล่าวว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวที่ตั้งครรภ์ได้ราว ๆ 12 ถึง 14 สัปดาห์ในเวลานั้น ทำให้เธอมีกำหนดคลอดประมาณเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม ในปี 2019

แต่เมื่อถึงเดือน กรกฎาคม กลับไม่มีข่าวเกี่ยวกับทารกที่มีการแก้ไขยีนครั้งที่สามแต่อย่างใด – แต่ตอนนี้จีนได้ยืนยันการถือกำหนดของทารกที่ถูกแก้ไขยีนครั้งที่สามอย่างเงียบ ๆ โดย สำนักข่าว ซินหัว

โดยในรายงานดังกล่าวไม่รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับเด็ก เราไม่ทราบเพศ สถานะทางด้านสุขภาพของเด็ก หรือมีการเกิดภาวะแทรกซ้อนใด ๆ ขึ้นบ้าง หรือแม้กระทั่งทารกคนดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?

แต่เรารู้ว่าเด็กคนนี้เกิดมาซึ่งหมายความว่าในตอนนี้โลกเราไม่ได้มีมนุษย์ที่เกิดจากกาตัดต่อยีนเพียงแค่สองคน แต่ตอนนี้มีมนุษย์สามคนที่ถุกดัดแปลงพันธุกรรม ได้เกิดขึ้นมาในโลกของเราแล้วนั่นเอง

ความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้เขียน

ต้องบอกว่าเทคโนโลยีทางด้านการตัดต่อยีนนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมาก แม้งานวิจัยเรื่อง CRISPR นั้นจะออกมาหลายปีแล้ว แต่ ตอนนี้ยังติดปัญหาในเรื่องข้อกฏหมาย หรือ แม้กระทั่งเรื่องทางด้านจริยธรรมที่ไม่สามารถนำมาใช้จริงกับมนุษย์ได้

แต่จากข่าวนี้เราจะได้เห็นถึงการที่นักวิจัยจากจีน ได้ทำการทดลองสร้างมนุษย์ที่มีการตัดต่อยีนออกมาสู่โลกเราได้สำเร็จแล้วถึง 3 รายนั้น แม้นักวิจัยคนดังกล่าวจะถูกตัดสินลงโทษไปแล้วก็ตาม แต่ก็ต้องบอกว่าเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ในการนำงานวิจัยดักล่าวมาสร้างมนุษย์ที่เปรียบเสมือนมนุษย์กลายพันธุ์ได้สำเร็จจริง ๆ

ซึ่งหากจินตนาการแบบเลวร้ายที่สุดว่า หากเทคโนโลยีดังกล่าวนั้น ตกไปอยู่กับกลุ่มผู้ก่อการร้าย หรือ ผู้ไม่หวังดีต่อโลกเราขึ้นมาจริง ๆ หากในอนาคตเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถพัฒนามนุษย์นักรบที่กลายพันธุ์ และมีความแข่งแกร่งเหนือมนุษย์ขึ้นมาได้จริง ๆ ล่ะ จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรา

และสงครามครั้งใหม่หากเกิดขึ้นจริง มันก็ยากจะมองถึงเรื่องจริยธรรมหรือกฏหมายเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เหมือนที่เราเคยเห็นในสงครามโลกครั้งที่สองมีการนำเอาแก๊สพิษมาใช้ในสงคราม ซึ่งแน่นอนว่า เทคโนโลยีอย่าง CRISPR เอง ก็มีโอกาสนำมาใช้ได้เช่นกัน หากอยู่ในภาวะสงครามจริง ๆ ซึ่งตอนนั้นเรื่องจริยธรรม หรือ กฏหมายคงเป็นเรื่องรอง เพราะต่างฝ่ายต่างต้องการเอาชนะนั่นเองครับ

ช่องทางติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่

Fanpage : facebook.com/tharadhol.blog

Twitter : twitter.com/tharadhol

Instragram : instragram.com/tharadhol

Website : www.tharadhol.com

อ่านเพิ่มเติม
https://m.facebook.com/tharadhol.blog
อาลาเรง
โลกในยุคปัจจุบันเริ่มน่ากลัวขึ้นทุกวันเเล้วละ
2 ม.ค. เวลา 09:41
elixir
กาลิเลโอ 2020
2 ม.ค. เวลา 07:56
1
The Time ประวัติศาสตร์
มันก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย อยู่ที่ว่าเราจะมองด้านไหน
2 ม.ค. เวลา 07:32
2 ม.ค. เวลา 06:55
เศรษฐโชค เผ่าพันธุ์แปลก
มนุษย์ทำตัวเป็นพระเจ้าผู้สร้าง...เหมือนนิวเคลียร์
2 ม.ค. เวลา 04:24
kampon lhawpongsawad
ต้องให้ข้อมูลว่า งานวิจัยพวกนี้ทำเพื่อกำจัดยีนที่ทำให้เป็นโรคทางพันธุกรรมเสียมากกว่าการสร้างยอดมนุษย์ครับ ความรู้มันยังไปไม่ถึงจุดนั้น
2 ม.ค. เวลา 03:53
1
Tanya
น่ากลัวนะคะ ยิ่งทำเพื่อสงครามคงไม่ดีแน่
2 ม.ค. เวลา 03:32
อชิ
สวัสดีปีใหม่ค่ะแวะมาทักทายกัน✌🏻❤️🎉🎄
2 ม.ค. เวลา 03:20
joo tanatad
ไม่ทราบความตั้งใจของโครงการนี้ ว่าจะทำเพื่ออะไร
2 ม.ค. เวลา 03:03
saowapa suwannathet
อยากรู้ว่าเด็กเป็นยังไงบ้างค่ะ
2 ม.ค. เวลา 02:43
1