โพสต์


8 ม.ค. เวลา 14:14Opinion

สงคราม กับ การล้างหนี้ .....

สัมพันธ์กันอย่างไร ?

ถามกันเข้ามาพอสมควรเหมือนกันในประเด็นนี้

คือ ยอมรับว่าไม่ค่อยอยากพูดถึงเลย เพราะเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน (และในภาวะช่วงนี้ด้วย)

แต่จะไม่ตอบเรื่องนี้เลยก็กะไรอยู่ ก็เอาเป็นพบกันครึ่งทางละกัน

โพสนี้เคทจะไม่พูดถึงเกี่ยวกับสงครามที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้ละกัน (อเมริกา × อิหร่าน )

แต่.....จะขออธิบายเกี่ยวกับ money game ที่เกิดขึ้นในภาวะปกติทั่วๆไป แล้วให้ทุกท่านนำข้อมูลไปเชื่อมโยงกันเอาเองนะคะ

ในตลาดทุน ตลาดหุ้น ตลาดการค้า โดยหลักการแล้ว มันก็ไม่ต่างจาก สนามรบ มีการทำสงคราม (War) ห่ำหั่นกันเสมอ

สมการ = ตลาดทุน ตลาดหุ้น = War

ถ้าเราย่อสเกล สงครามระดับโลก ให้เล็กลงมาในระดับประเทศ

เราจะเห็นกลไกการเงินทั้งหมดในประเทศนี้ไหลเวียนอยู่ในตลาดหุ้น เส้นทางการเงินของทุกคนในประเทศนี้ ผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย และตลาดหุ้น

แม้คุณจะไม่เล่นหุ้น ก็ตาม แต่เงินที่คุณจับจ่ายที่คุณถือ ก็ล้วนมาจากที่นี่

ธปท = คือผู้ปั้มตังค์ ตาม demand ที่ถูกสร้างขึ้น

บมจ = คือผู้ออกโปรดักส์

ปชช = ผู้บริโภค

ในตลาดหุ้น เราจะเห็นบริษัทมหาชนขนาดใหญ่หลายบริษัท ที่เป็น หนี้ เกินทุนจดทะเบียนมหาศาล !!

พอเราลองคำนวณดูแล้วก็พบว่ากว่าจะใช้หนี้หมด คงใช้เวลาหลายชั่วอายุคน

ถ้าเป็นบริษัทเล็กๆ แน่นอน เดาว่าไม่เกินปีต้องปิดกิจการ เจ๊งแน่ๆ

แต่....กับบริษัทยักษ์ใหญ่เรื่องเจ๊งหมดสิทธิ์ค่ะ ยากมาก โอกาสแทบเป็น 0%

จริงอยู่ที่การอ้างถึงศักยภาพของการชำระหนี้ในอนาคต ดูเป็นสิ่งที่ทำให้ไปต่อได้

แต่ถ้ามองในเชิงธุรกิจ การบัญชี มันไม่มีอนาคตค่ะ !!

คำถามสำคัญคือ แล้วทำไมเขาถึงไปต่อได้หล่ะ ???

เริ่มที่.....ธนาคารไหน ปล่อยกู้หล่ะ การปล่อยกู้ถูกนโยบายไหม มีการใช้เงื่อนไขพิเศษ ตลอดจนแก้กฏหมายเฉพาะหรือไม่

ตลาดหลักทรัพย์ปล่อยผ่านให้ระดมทุนต่อไหม ?

และถามต่อว่า ผู้ถือหุ้น คือ ใคร !!!

การคีพการรักษาไม่ให้บริษัทล้ม บางครั้งก็เป็นอิทธิพลของเจ้าหนี้เองด้วยซ้ำไป เพราะเขาก็ยังอยากได้เงินคืน ซึ่งแน่นอนว่าการทำแบบนั้นเจ้าหนี้ต้องใหญ่ มีอิทธิพลพอตัวค่ะ หรือไม่ก็กลัวโดมิโน่เอฟเฟคที่จะตามมาเลยต้องพยายามช่วยกันคีพไว้

พอเราเริ่มตั้งคำถามเหล่านี้ เราจะเริ่มเห็นกระบวนการ เส้นทาง กลไกต่างๆของระบบผลประโยชน์ที่เกื้อหนุนกันอยู่อย่างมีนัยยะ

ทีนี้ต่อกันเรื่องการได้มาซึ่งผลประโยชน์ กำไร ผลตอบแทน ( หรือสิ่งที่นำไปสู่การลดหนี้ ล้างหนี้ )

ผลตอบแทนตรงนี้ มันไม่ใช่ได้กันโดยตรงซะทีเดียวเสมอไป มันมีแบบได้ผลปนะโยชน์ทางอ้อมด้วย

ถ้าเราสังเกตุดีๆ สิ่งที่น่าตลกก็คือ

บริษัทที่ดูไร้อนาคตเหล่านั้น กลับยังมีการซื้อขายกันอยู่ และมีวอลุ่มที่เพิ่มมากขึ้น ตามสตอรี่ ตามข่าว

คำถามคือ ใครกำลังซื้ออยู่ และใครกำลังขาย ใครคือคนที่ได้กำไร ส่วนต่างจากเรื่องนี้

ทั้งหมดคุณคิดว่าเรื่องพวกนี้บังเอิญหรอคะ

ไม่บังเอิญหรอกค่ะ เช่นเดียวกันกับ บริษัทที่ผลิตอาวุธในยุคที่โลกบอกว่าเราเลิกทำสงครามโดยมียอดขายปีละสิบล้านล้าน เช่นเดียวกับ นวัตรกรรมพลังงานบริสุทธิ์ที่ลงทุนครั้งเดียวใช้ได้ตลอดชีพที่ไม่มีใครยอมสร้าง เพราะมันไม่เกิดการใช้จ่ายหรือซื้อซ้ำนั่นหล่ะค่ะ

ทีนี้พอเราเปลี่ยนสเกลให้ใหญ่ขึ้นเป็นระดับโลก เราก็จะเห็นภาพชัดขึ้น อย่างวิกฤตการเงินที่เคยเกิดขึ้นทั่วโลก หรือ ภาพสงครามการค้าล่าสุด

ตอนวิกฤตเบอร์เกอร์ มีหนี้เสียอยู่ในระบบ(กระจุกในบริษัทใหญ่) กว่า 2ล้านล้านดอลล่าห์สหรัฐ แล้วอยู่ๆหนี้เหล่านั้นก็ถูกถ่ายโอนให้ประชาชน และโลก แล้วทุกอย่างก็รีเซตใหม่ คุณคิดว่าปริมาณเงินกว่า 2ล้านล้านดอลล่าห์มันมากขนาดไหน และทำไมมันกระจายไปได้ง่ายขนาดนั้นอ่ะ

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น มันมีรายละเอียดที่ซับซ้อน และเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ

ใครเป็นหนี้ ใครคือเจ้าหนี้ใคร ใครหนุนใคร ใครขายอะไร คู่แข่งขายอะไร

มันมีผลกระทบเอฟเฟคถึงกันหมดค่ะ

มันเป็นเรื่องง่ายๆแบบนี้แหล่ะค่ะ

เหมือนที่เคยเป็นเสมอมาและจะเป็นตลอดไป

มิ้วติ้วเลยนะ

เรื่อยเปื่อย
โลกยุคนี้ ก็ยังรักษาหลักการเดิม ตั้งอยู่บนผลประโยชน์ สงครามโลกยากจะเกิด แต่กระแสการปั่นเงินน่าสนุก นับแต่เริ่มก็ปล่อยหุ้นที่ใช้หมุน มาซื้อทองแท่ง แค่สิบวันกำไรบาทละพันสอง เมื่อวานเลยปล่อยกลับ มาลงพอร์ตต่อ เริ่มปีใหม่ที่ดี ไปเทึ่ยวต่อดีกว่าจะตรุษจีนอีกแล้ว 😊😍 เฮงเฮง ครับ มิวมิว
9 ม.ค. เวลา 00:47
1
Kate MewMew
มิ้วๆเช่นกันนะคะ 😘
10 ม.ค. เวลา 10:39
1
Kangajo
สงสัยประเด็นนี้เหมือนกันเลยครับ แต่ได้แค่คิดเพราะไม่มีหลักฐานมัดตัวผู้ต้องสงสัย แค่คิดเล่น ๆ ว่าถ้าผมเป็นผู้คุมเกมแบบตั๊ม ผมน่าจะทำเงินได้มหาศาล กำไรมากกว่าเงินที่ลงทุนเยอะครับ เอาง่าย ๆ ก่อนเหตุการณ์สำคัญจะเกิดจริง 1 วัน จะมีหุ้นบางตัว Volume และราคาผิดปกติอย่างมีนัยยะสำคัญครับ ...ดูเพิ่มเติม
8 ม.ค. เวลา 16:52
1
ลงมือทำ
👍🏼👍🏼👍🏼
8 ม.ค. เวลา 16:39
1
กิตติพศ ศิริวรินทร์
สรุปว่า ไม่มีไม่หนีไม่จ่ายใช่มั้ยครับ ผมงงๆ
8 ม.ค. เวลา 16:01
เรื่องเล่าเมาเมาแมน
ปวดหัว เมาดีกว่า😁 ...สวัสดีปีใหม่ครับ 🤗🤗🤗
8 ม.ค. เวลา 15:54
1
Kate MewMew
สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่
10 ม.ค. เวลา 10:39
1
Bear's Blog
555 อ่านแล้วมึนครับ นักปรัญชาตามไม่ทันกับเรื่องแบบนี้
8 ม.ค. เวลา 15:09
2
Hobbyjung.~งานอดิเรก
ชัด......เจน....ค่ะ....👍
8 ม.ค. เวลา 14:50
1
Just Read It แค่อ่านมันส์
เขียนดีครับพี่ kate
8 ม.ค. เวลา 14:48
1
นายโอสถานนท์
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ
8 ม.ค. เวลา 14:44
1
Sky Line
นึกว่าจะไม่พูดสะแล้ว แต่ก็มีมานิดหน่อย อยากให้พูดถึงมากกว่านี้แต่คงไม่ได้สินะ มิ้วติ้วเลย😁😁
8 ม.ค. เวลา 14:41
1