Kiss From A Rose เพลงที่มีทำนอง therapy และมีอุปมาสามชั้น
ภาพยนตร์ Batman Forever 1995
คุณเคยได้รับความรู้สึกดีๆจากใครแล้วรู้สึกดีจนถอนตัวไม่ขึ้นรึเปล่าครับ?
แปลเพลง - Kiss from a rose - SEAL - OST Batman Forever - เพลงที่ไม่ค่อยมีคนนำมาอธิบาย
วันนั้นผมรู้สึกแปลกๆครับ ความรู้สึกบางอย่างแต่ขอไม่อธิบายก็แล้วกันนะครับ และโดยไม่รู้ตัว... เพลงนี้มันฮุกเข้ามาในความรู้สึกจนเราฮัมออกมาเอง แล้วในที่สุดจากแค่ฮัมก็กลายเป็นร้องออกมาอย่างเต็มเสียง เมโลดี้แบบนี้มันช่วยบรรเทาความรู้สึกนั้นได้ มันเหมือนได้ระบายและปลดปล่อยความรู้สึกอะไรบางอย่างออกไปและทำให้เรากลับมาได้อีกครั้ง ไม่ใช่ความรู้สึกที่ต้องการความรู้สึกดีๆจากใครนะครับ แต่เหมือนเมโลดี้ของตัวเพลงได้ทำหน้าที่ของมัน บางสิ่งบางอย่างที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็น audio therapy มังครับ
เพลงนี้ผมแปลเอาไว้และโพสต์ใน bloggang เมื่อกลางปี 57 วันนี้นำมาโพสต์ให้อ่านกันที่นี่ครับ 😊
น่าแปลกนะครับ คนเราต่างก็ต้องการความเข้าใจจากคนรอบข้าง แต่ก็สร้างกำแพงปกป้องตัวเองเอาไว้จนคนรอบข้างเข้าไม่ถึง แต่ถ้ามีใครที่สามารถผ่านกำแพงเข้ามาได้ คนคนนั้นคงต้องพิเศษสำหรับเรามากแน่ๆ
เพลงนี้มีมาตั้งยี่สิบปีแล้วแต่แทบไม่มีใครแปลให้อ่านกันเลย ผมหาไม่ค่อยเจอนะครับ รึว่าจะใช้คำค้นไม่ตรงก็ไม่ทราบ เพลงนี้เคยเป็นเพลงประกอบภาพยนต์เรื่อง Batman Forever ครับ วันนี้นึกถึงเพลงนี้ขึ้นมาเลยได้โอกาสแปลและอธิบายเพลงนี้ซักหน่อยครับ เป็นอีกเพลงที่จะเข้าใจดีขึ้นได้ด้วยการซึมซับความหมาย แทนที่จะเข้าใจด้วยการแปลศัพท์
Kiss from a rose - SEAL
 
There used to be a greying tower alone on the sea
You became the light on the dark side of me
Love remained a drug that's the high not the pill
But did you know that when it snows
My eyes become large and the light that you shine can be seen?
 
Baby, I compare you to a kiss from a rose on the grave
Ooh, the more I get of you, the stranger it feels, yeah
Now that your rose is in bloom
A light hits the gloom on the grey
 
There is so much a man can tell you, so much he can say
You remain my power, my pleasure, my pain
Baby, to me, you're like a growing addiction that I can't deny
Won't you tell me, is that healthy, baby?
But did you know that when it snows
My eyes become large and the light that you shine can be seen?
 
Baby, I compare you to a kiss from a rose on the grave
Ooh, the more I get of you, the stranger it feels, yeah
Now that your rose is in bloom
A light hits the gloom on the grey
 
I've been kissed by a rose on the grave
I've been kissed by a rose on the grave
And if I should fall, will it all go away?
I've been kissed by a rose on the grave
 
There is so much a man can tell you, so much he can say
You remain my power, my pleasure, my pain
To me, you're like a growing, addiction that I can't deny
Won't you tell me, is that healthy, baby?
But did you know that when it snows
My eyes become large, and the light that you shine can be seen?
 
Baby, I compare you to a kiss from a rose on the grave
Ooh, the more I get of you, the stranger it feels, yeah
Now that your rose is in bloom
A light hits the gloom on the grey
 
Yes I compare you to a kiss from a rose on the grave
Ooh, the more I get of you stranger it feels, yeah
And now that your rose is in bloom
A light hits the gloom on the grey
 
Now that your rose is in bloom
A light hits the gloom on the grey
กุหลาบจุมพิต
เคยมีหอคอยแห่งหนึ่งถูกปล่อยทิ้งร้างอยู่กลางทะเลอันมืดมน
จนวันนึงเธอก็เข้ามาและได้กลายเป็นแสงสว่างให้กับชั้นผู้ซึ่งเป็นหอคอยนั้น
เพราะสิ่งที่เธอนำมาด้วยคือความรัก และความรู้สึกนี้มันเสพติดยิ่งกว่ายาใดๆ
แต่เธอรู้มั้ยว่าตอนเสพยาจะทำให้ดวงตาของชั้นเบิกกว้าง
และนั่นทำให้ชั้นสามารถเห็นแสงสว่างของเธอที่ส่องฉายส่งมาได้
ที่รัก ชั้นเปรียบเธอเหมือนดั่งกุหลาบที่ถูกนำมาวางอุทิศจุมพิตลงบนหลุมศพซึ่งชั้นนอนอยู่ในนั้น
โอ้... ยิ่งเธอวางจุมพิตกุหลาบลงมาบนชั้นมากยิ่งขึ้นเท่าไหร่ ชั้นยิ่งรู้สึกแปลกไปมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
แล้วยิ่งในตอนนี้กุหลาบของเธอออกเป็นช่อบานสะพรั่ง
มันคงจะกลายเป็นดั่งเธอสาดแสงจ้าจนกลบความหมองหม่นของชั้นลงไปได้
ปา ดา ดา . . .
เธอมองออกมั้ยว่าชั้นจะมีเรื่องมากมายถึงเพียงไหนที่จะบอกเธอได้จากความรู้สึกเหล่านั้น
เธอได้กลายเป็นพลัง เป็นความสุข และเป็นแม้กระทั่งความเจ็บปวดของชั้นไปแล้ว
ที่รัก สำหรับชั้นแล้ว เธอกลายเป็นสิ่งเสพติดที่ชั้นคงไม่อาจเยียวยาให้หายได้
แล้วสิ่งเสพติดแบบนี้มันจะเป็นอันตรายรึเปล่าที่รัก?
แต่เธอรู้มั้ยว่าตอนเสพยาจะทำให้ดวงตาของชั้นเบิกกว้าง
และนั่นทำให้ชั้นสามารถเห็นแสงสว่างของเธอที่ส่องฉายส่งมาได้
ที่รัก ชั้นเปรียบเธอเหมือนดั่งกุหลาบที่ถูกนำมาวางอุทิศจุมพิตลงบนหลุมศพซึ่งชั้นนอนอยู่ในนั้น
โอ้... ยิ่งเธอวางจุมพิตกุหลาบลงมาบนชั้นมากยิ่งขึ้นเท่าไหร่ ชั้นยิ่งรู้สึกแปลกไปมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
แล้วยิ่งในตอนนี้กุหลาบของเธอออกเป็นช่อบานสะพรั่ง
มันคงจะกลายเป็นดั่งเธอสาดแสงจ้าจนกลบความหมองหม่นของชั้นลงไปได้
ชั้นนี้ ถูกจุมพิตโดยกุหลาบที่วางอุทิศบนหลุมศพ
ชั้น... ถูกกุหลาบอุทิศ จุมพิตบนหลุมศพ
และถ้าหากชั้นจะยอมจำนนแล้ว ทุกอย่างเหล่านี้จะยังคงมีอยู่มั้ย?
ชั้น... ถูกจุมพิตบนหลุมศพโดยกุหลาบอุทิศ
เธอมองออกมั้ยว่าชั้นจะมีเรื่องมากมายถึงเพียงไหนที่จะบอกเธอได้จากความรู้สึกเหล่านั้น
เธอได้กลายเป็นพลัง เป็นความสุข และเป็นแม้กระทั่งความเจ็บปวดของชั้นไปแล้ว
ที่รัก สำหรับชั้นแล้ว เธอกลายเป็นสิ่งเสพติดที่ชั้นคงไม่อาจเยียวยาให้หายได้
แล้วสิ่งเสพติดแบบนี้มันจะเป็นอันตรายรึเปล่าที่รัก?
แต่เธอรู้มั้ยว่าตอนเสพยาจะทำให้ดวงตาของชั้นเบิกกว้าง
และนั่นทำให้ชั้นสามารถเห็นแสงสว่างของเธอที่ส่องฉายส่งมาได้
ที่รัก ชั้นเปรียบเธอเหมือนดั่งกุหลาบที่ถูกนำมาวางอุทิศจุมพิตลงบนหลุมศพซึ่งชั้นนอนอยู่ในนั้น
โอ้... ยิ่งเธอวางจุมพิตกุหลาบลงมาบนชั้นมากยิ่งขึ้นเท่าไหร่ ชั้นยิ่งรู้สึกแปลกไปมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
แล้วยิ่งในตอนนี้กุหลาบของเธอออกเป็นช่อบานสะพรั่ง
มันคงจะกลายเป็นดั่งเธอสาดแสงจ้าจนกลบความหมองหม่นของชั้นลงไปได้
ใช่แล้ว ชั้นเปรียบเธอเหมือนดั่งกุหลาบที่ถูกนำมาวางอุทิศจุมพิตลงบนหลุมศพซึ่งชั้นนอนอยู่ในนั้น
โอ้... ยิ่งเธอวางจุมพิตกุหลาบลงมาบนชั้นมากยิ่งขึ้นเท่าไหร่ ชั้นยิ่งรู้สึกแปลกไปมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
แล้วยิ่งในตอนนี้กุหลาบของเธอออกเป็นช่อบานสะพรั่ง
มันคงจะกลายเป็นดั่งเธอสาดแสงจ้าจนกลบความหมองหม่นของชั้นลงไปได้
แล้วในตอนนี้กุหลาบของเธอก็ออกเป็นช่อบานสะพรั่ง
และเธอก็ได้สาดแสงจ้า จนกลบความหมองหม่นของชั้นลงไปได้
อรรถาธิบาย
เพลงนี้เป็นเพลงที่อุปมาสามชั้นครับ ชั้นแรกอุปมาตัวเองเป็นหอคอยและเธอเป็นแสงสว่าง ชั้นที่สองตัวเองเป็นสิ่งที่ไร้ชีวิตในหลุมศพและเธอเป็นดอกกุหลาบที่ถูกนำมาวางอุทิศไว้บนหลุมศพ ตามต่อไปจะเจอชั้นที่สามครับ
ถ้าจะให้ผมทำภาพให้คุณเห็นละก็... ให้ลองจินตนาการภาพขาวดำนะครับ ของหลุมศพที่ซีดหม่นไร้สีสัน แล้วพอมีดอกกุหลาบสีแดงสดถูกนำมาวางอุทิศบนหลุมนี้ ทันใดนั้นสีสันก็เริ่มปรากฏจากจุดที่ถูกกุหลาบจุมพิตออกไปทุกทิศทาง ประมาณนั้นครับ สิ่งที่สีสันมันนำมาด้วยนั้น คงยากที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดให้เข้าใจได้ ถึงได้บอกไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่าการจะเข้าใจเพลงนี้ได้นั้น อาจต้องอาศัยการซึมซับความหมาย จากสิ่งที่ผมพยายามจะอธิบายครับ
ที่ต้องใช้คำว่า tower แต่ไม่ใช้คำว่า lighthouse ทั้งๆที่น่าจะนำไปร้องในเพลงได้ เพราะเป็นการแสดงตัวตนกันคนและแบบครับ นึกออกมั้ยครับ? ประภาคารถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเรือที่เดินทางอยู่ในทะเลแต่หอคอยอาจจะสร้างขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์อื่น ตัวตนที่แฝงอยู่ในความเป็นประภาคารคือต้องเป็นสิ่งที่ใช้เป็นหลักยึด สิ่งที่พึ่งพิงได้ ในขณะที่หอคอยอาจถูกปล่อยให้เฉาตายลงไปทุกวันๆได้ถ้าเปรียบเหมือนต้นไม้นะครับ greying tower ก็ให้ความรู้สึกในลักษณะนั้น เพราะถูกปล่อยทิ้งร้างไว้กลางทะเล (alone in the sea)
ที่มีคำว่ากลางทะเลอันมืดมน มืดมนนั้นหมายถึง greying ซึ่งลองนึกดูนะครับ การที่กลางทะเลจะมืดมนได้ถ้าไม่ใช่เวลากลางคืนแล้ว มันมีสถานการณ์แบบไหนบ้างที่จะทำให้กลางวันในกลางทะเลสามารถมืดมนได้ นายหอคอยของเราก็เปรียบเสมือนคนที่กำลังรู้สึกโดดเดี่ยวอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นแหล่ะครับ
ที่มีคำว่า "จนวันนึงเธอก็เข้ามา" ได้ก็เพราะว่าประโยคก่อนหน้านี้เค้าบอกไปแล้วครับว่าหอคอยนี้มัน alone in the sea คือประโยคบอกเล่าของผู้ชายคนนี้เค้าตัดมาถึงตอนที่เธอได้กลายมาเป็นสิ่งสำคัญของเค้าไปซะแล้วครับ ตัดชับมาเลย
Love remained a drug that's the high not the pill ตรงนี้ผมแปลแบบนี้ครับ:
"Love remained" คือประโยคนึง [1] ซึ่งมีเรื่องราวก่อนหน้านี้อยู่มาก
"Love remained a drug" ก็คือประโยคนึง [2]
"the high not the pill" ก็เป็นประโยคนึง [3]
"a drug that's the high not the pill" ก็คืออีกประโยคนึง [4] และ
"Love remained a drug that's the high not the pill" คือประโยคที่สมบูรณ์ [5]
ลองแปลที่ละอันนะครับ
[1] แปลว่า "ที่คงเหลืออยู่ คือความรัก" (ซึ่งมีเรื่องราวก่อนหน้านี้อยู่มาก)
[2] แปลว่า "ความรักกลายเป็นยาเสพติด"
[3] แปลว่า "ฤทธิ์ยา (ไฮ) ไม่ได้มาจากเม็ดยา"
[4] แปลว่า "ยาเสพติดที่อาการไฮจากฤทธิ์ยาไม่ได้มาจากเม็ดยา"
[5] คือส่วนผสมของทุกประโยครวมกันแล้วประมวลแปลออกมาได้แบบนั้นแหล่ะครับ "เพราะสิ่งที่เธอนำมาด้วยคือความรัก และความรู้สึกนี้มันเสพติดยิ่งกว่ายาใดๆ" ลองประมวลดูนะครับ เพราะประโยคสั้นๆนี้รวมเรื่องราวที่ไม่ธรรมดาเอาไว้ ผมคิดว่าผมไม่ได้แปลเกินจริง ^^'
วันนี้คุณจะได้รู้ว่าความหมายอีกอย่างของคำว่า Snow คือโคเคนครับ เพลงนี้มีคำว่า snow มีคำว่า high มีคำว่า drug มีคำว่า pill มันคืออุปมาของการเปรียบความรักเหมือนยาเสพติดครับ ยิ่งจุมพิตกุหลาบลงมามากยิ่งขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกแปลกไปมากยิ่งขึ้นเท่านั้น มันคือการเสพติดครับ นี่เป็นอุปมาชั้นที่สาม นอกจากนั้นยังมีคำว่า healthy และ addiction อีกด้วย ซึ่งทำให้อุปมานี้มันชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก
Kiss from a rose on the grave ตอนนี้เข้าใจแล้วนะครับว่าหมายถึงอะไร ฝรั่งส่วนมากเวลาไปเยี่ยมหลุมศพมักจะนำดอกไม้ไปวางอุทิศไว้ที่หลุมศพด้วยเสมอ วินาทีที่ดอกไม้สัมผัสกับหลุมก็เปรียบเสมือนเป็นจุมพิตที่ดอกไม้ทำกับหลุมนั่นเอง เค้ากำลังบอกว่า ชั้นเคยเป็นเหมือนหอคอยที่ถูกปล่อยทิ้งร้างอยู่กลางทะเลอันมืดมน ไร้สิ้นซึ่งความรู้สึกและเหมือนได้ตายไปแล้วและกำลังชืดชาอยู่ในหลุมศพ แล้วเธอก็เข้ามา นำพาความรักที่เป็นเหมือนแสงสว่างให้กับชั้นและมันทำให้ชั้นรู้สึกดีจนเหมือนกับไม่มีวันพอ เพราะยิ่งเธอให้มาชั้นยิ่งรู้สึกแปลกไป มันเปลี่ยนชั้น มันคล้ายเป็นสิ่งเสพติดสำหรับชั้นไปแล้ว
Now that your rose in bloom, a light hits the gloom on the gray อันนี้ผมแปลเกินจริงครับบอกเลย :D ผมซึ่งแปลมาถึงตรงนี้แล้วอินมากๆ แต่ประโยคนี้ซึ่งบอกว่าดอกกุหลาบเป็นเอกพจน์ ผมซึ่งอินขนาดนี้แล้วจะยอมได้ยังไงครับ? ผมก็แปลให้เป็นพหูพจน์ซะเลย ให้บานเป็นช่อสะใจกว่าเยอะ ^^ ดูตรงไหนว่าเป็นเอกพจน์ครับ? rose ไม่มี s และ hits มี s ถูกมั้ยครับ?
There is so much a man can tell you so much he can say ตรงนี้แปลเหมือนการตัดประโยคแปลเรื่องความรักเป็นยาเสพติดเลยครับ ประโยคสั้นๆที่ซ่อนเรื่องราวที่ไม่ธรรมดาไว้จนต้องตัดและรวมกันใหม่เพื่อประมวลออกมาให้รู้เรื่อง ผมประมวลมาให้แล้ว แต่คุณลองตัดและประมวลเองดูก็ได้นะครับจะได้เห็นแนวทางนี้ชัดขึ้น
You remain my power, my pleasure, my pain ตรงนี้ตรงตัวครับแต่ขออธิบายความรู้สึก เวลาเรารักใคร คนๆนั้นจะกลายเป็นว่ามีอิธิพลกับเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ตรงนี้เค้าบอกว่าจากความรู้สึกต่างๆที่เกิดขึ้นกับเค้านี้ มันทำให้เธอมีอิธิพลกับเค้าจนกลายเป็นพลังให้เค้า เป็นความสุขของเค้า และแม้กระทั่งเป็นความทุกข์ คนที่เคยมีความรักมาแล้วจะทราบได้เลยครับว่าคนคนเดียวนั้นสามารถเป็นอะไรหลายๆอย่างให้เราได้มากขนาดไหน (แม้แต่นรก 😏)
growing addiction ตรงนี้ชัดเจนครับ ยิ่งเสพยิ่งติด แล้วยิ่งติดขนาดนี้มันจะมีผลต่อสุขภาพมั้ยนะ? เพราะยาเสพติดทั่วไปมีผลต่อสุขภาพ เค้าก็เลยถามมาว่า is it healthy?
อีกนิดนึงเรื่องคำว่า gray, grey และ grave นะครับ ตรงนี้ไม่มีความชัดเจนในเนื้อร้องต้นฉบับว่าตรงไหนเป็นคำว่าอะไรกันแน่ บางจุดในบางเนื้อเป็นคำว่า grey อีกเนื้ออีกฉบับเป็นคำว่า grave อันนี้ผมเลยใส่ให้ตามความเหมาะสมนะครับ อย่างตรงที่วางกุหลาบก็สมควรวางบนหลุมซึ่งไม่น่าจะเป็น grey แต่ hits the gloom on the grey จริงๆแล้วตรงนี้จะเป็น grey หรือ grave ก็ได้ เพราะความหมายไม่หนีกันเท่าไหร่ มองออกนะครับ
ที่เหลือก็มีการเล่นคำเล็กๆน้อยๆครับ นอกนั้นก็วนแล้ว
เป็นการพังทลายอย่างสมบูรณ์แบบของความชืดชาที่มีต่อความรักนะครับ คนที่เคยคิดว่าเราอยู่ได้เราทนได้ ไม่ต้องรู้จักความรักก็ไม่น่าจะเป็นไร ถ้าได้รู้จักกับความรักแล้วจะอาการหนักถึงเพียงนี้รึเปล่านะครับ บางคนอาจคิดว่าถ้าไม่รู้จักความรักเลยก็คงจะดีซะกว่า คงไม่ต้องเจ็บปวด แต่บางคนถึงรู้ว่าจะเจ็บแต่ก็ยอมเจ็บนะครับ พูดแล้วนึกถึงเรื่อง You who came from the star จัง นึกแล้วก็อยากเรียนภาษาเกาหลีเน๊อะ มีเพลงเพราะๆเยอะเลย ^,^
อยากเชิดชู SEAL นะครับ ชอบเพลงนี้มากครับ
เฮียแกแต่ง Take A Bow ให้ Madonna จนเปลี่ยนภาพลักษณ์ไปเลย ><
Enjoy the music krub :)

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความคิดเห็น
ตามพลอยมา (Ariya ploy_)
ว้าวๆๆ รักเปรียบเสมือนยาเสพติด กินใจไปอีก ได้ความรู้เพิ่มด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ 🥰👍🏻♥️
2 ก.พ. 2020 เวลา 16:13
Superficially Not
ยินดีจ้ะ 😊
2 ก.พ. 2020 เวลา 23:11
2 ก.พ. 2020 เวลา 11:27
2 ก.พ. 2020 เวลา 12:55
นักชมในตำนาน
แต่ละเพลงนานอยู่นะ😆
2 ก.พ. 2020 เวลา 11:25
Superficially Not
แหมๆ รู้ว่านานนะนี่ 🤭
2 ก.พ. 2020 เวลา 12:51