โพสต์


FOCUS : รัสเซียประกาศว่าได้เทขายพันธบัตรดอลลาร์ที่ถือครองอยู่ทั้งหมดไปแล้วกว่า 96% พร้อมเพิ่มทองคำเข้าสู่ทุนสำรองของประเทศ !!
เมื่อ 3 วันที่ผ่านมานี้สำนักข่าว RT ของรัสเซียรายงานว่า รัฐบาลได้ทำการเทขายสินทรัพย์ต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ราว 8.73 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ล่าสุดรัสเซียถือครองหนี้ของสหรัฐฯ อยู่เพียง 3.8 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับ 12.5 พันล้านดอลลาร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2020
และเมื่อเทียบกับการถือครองที่ 1.05 แสนล้านดอลลาร์เมื่อ 3 ปีที่แล้ว นี่จึงถือเป็นหลักฐานสำคัญว่ารัสเซียได้ทำการเทขายพันธบัตรดอลลาร์ไปกว่า 96% ของที่ถือครองอยู่ทั้งหมด
การดัมพ์ขายครั้งนี้ ทำให้การถือครองสินทรัพย์ระยะยาวของสหรัฐฯ โดยรัสเซียลดลงประมาณ 928 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่การถือครองสินทรัพย์ระยะสั้นลดลงถึง 7.8 พันล้านดอลลาร์ ทำให้เหลืออยู่แค่ 473 ล้านดอลลาร์
ในปัจจุบัน ญี่ปุ่นยังคงเป็นประเทศที่ถือครองหนี้ดอลลาร์มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2019 โดยถือครองอยู่ประมาณ 1.27 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 3.4 พันล้านดอลลาร์จากเดือนกุมภาพันธ์ 2020
ส่วนประเทศที่ถือครองหนี้ดอลลาร์เป็นอันดับ 2 ก็คือจีน ซึ่งในขณะนี้ก็กำลังดัมพ์ขายดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง โดยจะลดการถือครองลงไปเรื่อย ๆ เริ่มตั้งแต่ 10.7 พันล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน และอาจลดจนถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ในอนาคต (กล่าวคือเทขายทิ้งเกือบทั้งหมด)
ก่อนหน้านี้รัสเซียเคยเป็น 1 ในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของสหรัฐฯ โดยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2017 เป็นต้นมาก็ได้ลดการลงทุนในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายเพื่อลดการถือครองเงินดอลลาร์และเพื่อตอบสนองต่อมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ World Maker คิดว่าสำคัญมาก ๆ ต่อระบบการเงินโลก นั่นก็คือการที่รัสเซียเพิ่มทองคำเข้าไปในทุนสำรองของประเทศเป็นระดับสูงสุดตลอดกาล
โดยข้อมูลล่าสุดจากธนาคารกลางรัสเซียระบุว่าปริมาณการถือครองทองคำทั้งหมดภายในประเทศอยู่ที่ 2,298 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.26 แสนล้านดอลลาร์ โดยเพิ่มขึ้นถึง 5.2% จากเดือนก่อนหน้า
ขณะเดียวกันการถือครองทองคำและสกุลเงินต่างประเทศของรัสเซียนั้นอยู่ที่ประมาณ 5.66 แสนล้านดอลลาร์ ณ ปัจจุบันนี้ (สกุลเงินอื่นประมาณ 4.4 แสนล้านดอลลาร์ และทองคำ 1.26 แสนล้านดอลลาร์)
ภาพด้านล่างจะแสดงให้เห็นจำนวนการถือครองหนี้ดอลลาร์โดยประเทศต่าง ๆ ซึ่งไทยถือครองอยู่ทั้งหมด 81.8 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นอันดับที่ 19 ของโลก
คำแนะนำสำหรับนักลงทุน
มาถึงขนาดนี้แล้ว World Maker คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากเหมือนช่วงแรก ๆ ที่รัสเซียยังไม่ได้มีทีท่าชัดเจนขนาดนี้ โดยผู้อ่านจะสังเกตุได้ว่าตั้งแต่มีสงครามน้ำมันเกิดขึ้น หลายประเทศแสดงท่าทีแข็งก้าวต่อสหรัฐฯ อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นจีน ซาอุฯ อิหร่าน รัสเซีย เวเนซุเอลา ฯลฯ
ซึ่งตรงจุดนี้เอง World Maker ก็อยากให้ผู้อยากลองคิดดูว่า มีความเป็นไปได้มากแค่ไหนที่ระบบการเงินโลกจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในช่วง 10 ปีต่อไปนี้? เพราะมันไม่ใช่ประเด็นที่จะพูดกันเล่น ๆ ลอย ๆ อีกแล้ว
ส่วนในเรื่องของการลงทุนนั้น สิ่งที่ท่านจำเป็นต้องรู้และติดตามตลอดก็คือเรื่องของปัจจัยพื้นฐานพวกนี้ เพราะมันจะช่วยให้ท่านสามารถมองเห็นภาพรวมของเศรษฐกิจ รวมทั้งยังคาดการณ์สภาวะตลาดล่วงหน้าได้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยจะยกตัวอย่างปัจจัยพื้นฐานให้ชัด ๆ ก็เช่น
(1.) ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างประเทศ
(2.) การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี
(3.) รูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยี
(4.) รูปแบบการดำเนินธุรกิจของบริษัทต่าง ๆ
(5.) รูปแบบการปรับใช้นโยบายทางการเงินและการคลังของประเทศนั้น ๆ
โดย World Maker นั้นมั่นใจว่าหากท่านติดตามปัจจัยเหล่านี้อยู่ตลอด ท่านก็จะสามารถอัพเดทและวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที และจะไม่ตกเป็นเหยื่อของตลาดหุ้น หรือที่ภาษาทั่วไปเรียกกันว่า "แมงเม่า" นั่นเอง
การกดไลค์ กดแชร์ กดติดตาม และการติชมในเชิงสร้างสรรค์ของคุณ เป็นกำลังใจให้เราและเหล่าอาชีพนักเขียนทุกคนในการพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ขอเชิญทุกท่านร่วมสร้างสังคมการเรียนรู้ที่ดีด้วยกันกับเรา
World Maker
สามารถติดตาม World Maker ผ่านทาง Facebook ได้แล้ววันนี้ที่
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
TheDuck007
Tipping point เริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ
23 พ.ค. เวลา 02:43
ฟ้าคราม
เงินเฟ้อ
22 พ.ค. เวลา 19:06
Dynamic man
เดี้ยวก็กลับมาซื้อ รัฐบาลอาจไม่ถือ แต่ภาคประชาชนเขาแอบถือ นั้นคือจุดที่จะทำให้ รัสเซียพัง โลกเรามาไกล มากแล้วอยู่คนเดียวไม่ได้ ไม่มีดอลล่าร์ สักวันก็ลำบาก ไม่มี รูเบิลสักวันก็ลำบาก เดี้ยวก็กลับมารักกันเหมือนเดิม
22 พ.ค. เวลา 13:25
Pipop C.
ยอมรับว่าเรื่องการเงินช่วงนี้ต้องตามกันเหมือนซีรี่ย์ดังๆเลยทีเดียว
22 พ.ค. เวลา 13:19
Neng PluZ
สงสัยว่าขายแล้วแลกเป็นอะไรมาแทน แล้วตลาดรับซื้อคือใคร
22 พ.ค. เวลา 11:36
1
Near us
จสกเท่าที่อ่านมา ผมสังเกตุได้ 2 อย่างครับ 1.ด้านการเงิน จีนและรัซเซียได้เห็นถึงนโยบายทางการเงินของ FED ที่ใช้มาตราการQE โดยการพิมพ์เงินหลายล้านล้าน$เพื่อพยุงเศรษฐกิจสหรัฐทำให้เขารู้ว่าหากสถานการณ์ Covid-19 เริ่มดีขึ้น เงิน$จะเริ่ม Hyperinflation จนทำให้ Interest ของพันธบัตรไม่คุ้มมากๆ จึงต้องเร่งขายก่อนเพื่อโยกย้ายไปในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสวนทางกับเงินเฟ้อของ$ นั่นก็คือ ทองคำ
22 พ.ค. เวลา 10:55
6
บ่าวเสก
. ก,ห. ..
22 พ.ค. เวลา 09:09
nattapong.AIA
สหรัฐสร้างด้วยมือมานาน ขยี้ด้วยเท้าโดยทรัมป์ 4 ปี
22 พ.ค. เวลา 07:49
1
Intouch Sriprasert
รัสเซียไม่ใช่รายใหญ่ที่ถือครองตั้งแต่แรก และน้อยกว่า top1-5 อย่างเทียบไม่ติด. การเทขายของรัสเซีย แทบจะไม่ส่งผลอะไรเลยต่อตลาด us t bond
22 พ.ค. เวลา 07:48
World Maker
รัสเซียเค้าไม่ได้ตั้งใจเทขายเพื่อปรับเปลี่ยน Yield ของ US bonds อยู่แล้วครับ (และต่อให้ทั้งโลกเทขายจริง FED ก็พิมพ์เงินมารักษา Yield ไว้ได้อยู่ดีครับ) แต่เค้าแค่เทขายเพราะมันไม่น่าใช้แล้ว (แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ส่งผลต่อราคา แต่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในอนาคตครับ)
22 พ.ค. เวลา 07:52
10
ชัยวัฒน์
ละถ้าจีนเทขายทั้งหมดบ้างล่ะครับ ส่งผลมากน้อยแค่ไหน
22 พ.ค. เวลา 08:50
Fatboy Slim
รัสเซีย ถือพันธบัตร อเมริกา ก่อนหรือหลังโซเวียตล่ม
22 พ.ค. เวลา 07:40