โพสต์


‘แชร์ลูกโซ่’ 2020 เป็นอย่างไร? จุดจับสังเกตก่อนตกเป็นเหยื่อ
“ออมเงินได้กำไร ราย7วันกำไรจุก”
“ลงทุนคริปโตเคอเรนซี การันตีผลตอบแทนทุกเดือน”
การชักชวนให้ลงทุน สร้างผลตอบแทนสูงๆ ในระยะเวลาสั้นๆ ยังคงเป็นกลเม็ดที่เหล่า “มิจฉาชีพ” หยิบยกมาจูงใจให้ประชาชนเข้ามาติดกับ “แชร์ลูกโซ่” ได้อยู่เสมอ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเหล่ามิจฉาชีพเหล่านี้ค่อยๆ เปลี่ยนวิธีการชักชวนไปตามยุคสมัย สร้างเรื่องราวสารพัดรูปแบบ เพื่อหาช่องให้เหยื่อติดกับดักในรูปแบบใหม่ๆ
แชร์ลูกโซ่ 2020
"แชร์ลูกโซ่" คือคำเรียกลักษณะการล่อลวงให้ลงทุนเป็นเครือข่าย ที่มุ่งหารายได้จากการระดมทุน โดยมักการันตีว่าสามารถให้ผลตอบแทนสูงในระยะเวลาอันสั้น
ทั้งที่ความเป็นจริงไม่มีการลงทุน แต่นำเงินของสมาชิกใหม่มาเวียนเป็นผลตอบแทนให้สมาชิกเก่าตามที่กล่าวอ้างในตอนแรกเพื่อสร้างความหน้าเชื่อถือและเมื่อไม่สามารถหาสมาชิกใหม่มาลงทุนเพิ่มได้ ก็จะไม่มีเงินมาจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนตาม ที่สัญญาไว้และในที่สุดก็ต้องปิดกิจการหนีไป
ไม่ว่าจะมีการชักชวนในรูปแบบไหน “แชร์ลูกโซ่” ก็มักจะมีโมเดลที่คล้ายๆ กัน เสมอ “กรุงเทพธุรกิจ” รวบรวมลักษณะสำคัญของแชร์ลูกโซ่ จาก กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง สคบ. และ กองปราบปราม ที่มักจะแฝงมาในคำเชิญชวนรูปแบบต่างๆ ที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจร่วมลงทุน ก่อนตกเป็นเหยื่อ ดังนี้
1. ลงทุนน้อยผลตอบแทนสูง
“ออมเงินได้กำไร ราย7วันกำไรจุก”
“ลงทุนคริปโตเคอเรนซี การันตีผลตอบแทนทุกเดือน”
คำชักชวนหลากหลายรูปแบบ ที่มีใจความสำคัญสื่อถึงการสร้างผลตอบแทนที่ได้มาง่ายๆ ยิ่งลงทุนเยอะ ยิ่งมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูง เป็นจุดสังเกตหลักที่ต้องเอะใจทันทีที่ได้รับคำเชิญชวนเหล่านี้ เพราะการลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนสูงลิบในระยะเวลาสั้นๆ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก หรือเรียกว่าเป็นไปไม่ได้เลยก็คงไม่ผิด
เช่น กรณีแชร์แม่มณีที่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อร่วม 4,400 คน รวมมูลค่าความเสียหาย 1,396 ล้านบาท หรือกรณีที่มีการชวนออมเงินดอกเบี้ยสูง ผ่านโซเชียลมีเดียที่มีแนวโน้มเป็นแชร์ลูกโซ่ ที่มีการโฆษณาว่า "ออมเงินได้กำไร ราย 7 วัน กำไรจุก" ซึ่งเป็นแชร์ลูกโซ่อีกหนึ่งรูปแบบที่มักถูกนำมาใช้ หรือที่เรียกว่าการ “ออมกินดอก” ใช้วิธีฝากเงินระยะสั้นๆ แต่ให้ผลตอบแทนเป็นกอบเป็นกำ
'ดร.พีรพัฒน์ ฝอยทอง' ทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย/นักวางแผนการเงินส่วนบุคคล ได้อธิบายถึงการออมกินดอก ไว้ในเฟซบุ๊คส่วนตัว ซึ่งกำลังระบาดแข่งกับโควิด-19 พร้อมบอกเหตุผลที่ฟันธงว่าการออมกินดอกตามภาพที่ปรากฏเป็นแชร์ลูกโซ่ เนื่องจากมีการอ้างว่าออม 300 บาท 4 วัน จะได้เงิน 400 บาท หมายความว่าได้ กำไร 100 บาท หรือคิดเป็น 33.33% ใน 4 วัน ฉะนั้นถ้าคิดเป็น 1 ปีก็กำไร 3,041.36% ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้
2. เชียร์ให้ลงทุนมากๆ โดยไม่มีการคำนึงถึงความเสี่ยง
“การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน”
คำเตือนที่ต้องหยิบขึ้นมาเตือนตัวเองทุกครั้งเมื่อต้องลงทุนในบางสิ่งบางอย่างเสมอ เพราะการ “ลงทุน” = “ความเสี่ยง” ฉะนั้นคำเชิญชวนลงทุน หรือทำธุรกิจใดๆ ที่จะนำมาซึ่งผลกำไรสูงๆ แบบไร้ความเสี่ยง จึงเป็นจุดสังเกตสำคัญที่กำลังบ่งบอกว่า คุณกำลังต้องเผชิญกับความเสี่ยงมหาศาล ที่มีโอกาสสูญเงินทั้งหมดเข้าแล้ว
การลงทุนแบบใหม่ที่มิจฉาชีพเริ่มนำมาใช้ คือ "การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล หรือคริปโตเคอเรนซี (cryptocurrency)" ซึ่งเป็นการระดมทุนแบบใหม่ในยุคดิจิทัล ที่สามารถทำได้โดยไม่ผ่านตัวกลาง ซึ่งเป็นการลงทุนในมูลค่าของเหรียญที่ถูกกำหนดขึ้นอย่างจำกัดในระบบบล็อกเชน (blockchain) และสร้างกำไรจากส่วนต่างของมูลค่าเหรียญนั้นๆ
ซึ่งการลงทุนแบบใหม่นี้ กลายมาเป็นเครื่องมือของกลุ่มมิจฉาชีพ ที่นำข้อเท็จจริงของการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเพียงบางส่วน แต่งเติมเรื่องราวความสำเร็จเข้าไป พร้อมการันตีผลตอบแทนสูงที่ชวนให้ทุ่มเงินลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนสูงๆ โดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยงใดๆ
กลโกงนี้มักอาศัยความไม่เข้าใจการลงทุนในสิ่งที่เรียกว่าสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ของโลกการลงทุน มิจฉาชีพจะใช้ความใหม่ของสินทรัพย์นี้เอง เป็นตัวโน้มน้าวถึงโอกาสใหม่ๆ ที่ผู้ลงทุนจะได้รับก่อนใคร และได้ผลตอบแทนสูงในเวลาอันสั้น
3. เน้นหาเครือข่าย และให้เงินเพิ่มเมื่อชักชวนผู้อื่นมาลงทุนได้
อีกหนึ่งจุดสังเกต ซึ่งเป็นกลวิธีที่กลุ่มมิจฉาชีพนำมาใช้อยู่เสมอ คือการชักชวนให้หาคนมาร่วมลงทุนเยอะๆ สำหรับใครที่สามารถหาคนมาร่วมลงทุนได้ จะให้ผลตอบแทนเป็นเงิน หรือของมีค่าเพื่อจูงใจให้พยายามหาคนมาร่วมเครือข่ายเยอะๆ เพิ่มสภาพคล่องให้ขบวนการ เพื่อนำเงินไปหมุนเวียนเป็นผลตอบแทนให้สมาชิกในช่วงแรกๆ ก่อนปิดโครงการ หรือหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อเงินตึงมือ
ส่วนใหญ่กลโกงนี้มักจะแฝงมากับการ "ชักชวนทำธุรกิจ" ต่างๆ ซึ่งเป็นรูปแบบแชร์ลูกโซ่สุดคลาสิก ที่มีมาทุกยุคสมัย และก็ยังไม่มีท่าทีที่จะหมดไปในยุคนี้ เช่น ร่วมลงทุนทำผลิตภัณฑ์การันตีผลตอบแทน การสมัครเป็นสมาชิกเครือข่ายธุรกิจที่สามารถสร้าง Passive Income ได้แบบไม่ต้องลงมือทำอะไร แค่ใช้เงินร่วมลงทุน ฯลฯ
อย่างไรก็ดี ไม่ได้หมายความว่าการชวนทำธุรกิจจะเป็นแชร์ลูกโซ่ทั้งหมด เพราะมีธุรกิจที่เป็นธุรกิจจริงๆ แต่มีลักษณะเป็นเครือข่ายคล้ายกับแชร์ลูกโซ่ คือ ธุรกิจขายตรง ซึ่งธุรกิจประเภทนี้มักจะมีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และสามารถตรวจสอบได้ผ่าน ข้อมูลรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจขายตรง ที่จดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และได้วางหลักประกันตามกฎกระทรวง การวางหลักประกันการประกอบธุรกิจ ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2561
หรือ รายชื่อผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ที่จดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และได้วางหลักประกันตามกฎกระทรวง การวางหลักประกันการประกอบธุรกิจ ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2561
4. หว่านล้อม กดดันให้รีบตัดสินใจ
อีกหนึ่งเทคนิคทางจิตวิทยาที่มักตามมากับคำชักชวนสวยหรู คือการพยายามหว่านล้อมให้รีบลงทุนเพื่อลดโอกาสในการไตร่ตรองในรอบคอบ หรือหาข้อมูลเพื่อตรวจสอบ เช่น เสนอว่าเป็นสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ มีแค่วันนี้วันเดียว ถ้าปฏิเสธแล้วจะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้อีก ฯลฯ หากพบการเชิญชวนที่เร่งให้รีบตัดสินใจ ไม่เปิดโอกาสให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา สันนิษฐานไว้ก่อนว่าการลงทุนนี้อาจไม่โปร่งใส
เรียนรู้เพิ่มเติม
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/882717?amx
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
ยังไม่มีข้อความในโพสต์นี้