พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2560 โดยถูกกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบทําแผนให้สอดคล้องและบูรณาการกัน
.
และจากการระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทำให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เล็งเห็นว่ายุทธศาสตร์ชาติฉบับนี้ ควรแก่การปรับแก้อย่างเร่งด่วน
.
ซึ่งการเปิดรับฟังความคิดเห็นจะเริ่มขึ้นในเดือน ต.ค.63 และถึงแม้ว่าการปรับยุทธศาสตร์ชาติครั้งนี้จะไม่ใช่การปรับเป้าหมายระยะยาวที่เป็นเป้าหมายสำคัญ อย่างเช่น การผลักดันให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง
.
หากแต่เน้นไปที่การปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ชาติในส่วนที่ประเทศจะให้ความสำคัญหลังโควิด-19 คือ ส่วนที่ไทยมีศักยภาพ เช่น ภาคเกษตร ภาคสาธารณสุข โดยก่อนหน้านี้เรื่องสาธารณสุขอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ก็จะนำออกมาเน้นให้มีความชัดเจนมากขึ้นเพื่อสร้างโอกาสในระยะต่อไปให้กับประเทศ 
.
ก็เป็นที่น่าจับตามองว่าการแก้ไขนี้จะกำหนดทิศทางประเทศไปทางใด รวมถึงกลไกการติดตามและตรวจสอบยุทธศาสตร์ชาติตาม พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนี้จะมีความคืบหน้ามากน้อยแค่ไหน
.
กรุงเทพธุรกิจชวนย้อนดูเป้าหมายทางเศรษฐกิขที่ถูกกำหนดในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนี้ฉบับนี้อีกครั้ง ก่อนจะถูกปรับปรุงแก้ไขหลังจากนี้
.
อ่านรายละเอียดต่อได้ที่:
'โควิด' เฟ้นจุดแข็งประเทศ สศช.ชงปรับ 'ยุทธศาสตร์ชาติ '
ความคิดเห็น
Wiwat Kanjanaporn
การส่งเสริมการลงทุน ได้เน้นการลงทุนด้านเทคโนโลยีสูง อยากให้มีเรื่องของการถ่ายทอดเทคโนโลยี จากผู้ลงทุนสู่คนของเราด้วยให้ชัดเจน เพื่อต่อยอดขยายผลได้
4 มิ.ย. 2020 เวลา 01:06