ใส่เฝือกแล้วคัน ฉันจะทำทำยังไงดี
เมื่อวันก่อนมีผู้ป่วยวัยรุ่นของหมอคนหนึ่งมาหาหมอเพื่อติดตามอาการของกระดูกแขนที่หัก ระหว่างที่ตรวจอยู่นั้นเราคุยกันไปเรื่อย ๆ บทสนทนาโดยรวมก็ประมาณว่า เจ้าเฝือกอันงามที่เต็มไปด้วยลวดลายและคำอวยพรจากเพื่อน ๆ ที่ติดอยู่กับแขนของเขาอันนี้สร้างความรำคาญและยุ่งยากในการทำกิจวัตรประจำวันให้เขามากแค่ไหน และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือมันทำให้เขา “คัน” คันมากจนอยากจะเอาเฝือกออกเองวันละหลาย ๆ ครั้ง
อือ! พอเขาพูดมาถึงตรงนี้ หมอก็ต้องพูดแทรกขึ้นทันที “คุณได้อ่านข่าวผู้ป่วยเสียชีวิตเพราะแกะเฝือกออกเองหรือเปล่า….” แต่หมอพูดยังไม่ทันจบประโยค เขาก็รีบตอบกลับ “ก็ข่าวนี้แหละครับคุณหมอที่ทำให้ผมทนได้” (ตามด้วยหัวเราะเบา ๆ)
ที่หมอเอาการสนทนานี้มาเล่าให้ทุกคนฟังก็เพื่อต้องการเตือนสติคนที่กำลังใส่เฝือกอยู่แล้วมีความคิดอยากจะแกะเฝือกออกเอง หรือให้คนในครอบครัวช่วย จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม… อย่าได้ทำเช่นนั้นอย่างเด็ดขาด! เพราะหากเจ้าอุปกรณ์ที่คุณไปหามางัด แงะ แกะ เคาะ ตัด ผ่า เกิดพลาดไปโดนอวัยวะที่อยู่ใต้เฝือกลึกถึงเส้นเลือดแล้วทำให้เลือดออกมากจนเป็นอันตรายถึงชีวิต หรือถ้าโชคดีหน่อยก็แค่กระดูกอาจจะหักแตกร้าวเพิ่มขึ้น จากที่ใกล้หายกลับกลายเป็นต้องรักษากันไปอีกนาน … ฟังดูอาจเป็นเรื่องเหลือเชื่อใช่ไหมครับ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วอย่างที่เป็นข่าวนั่นแหละ
เอาล่ะครับ! สำหรับใครที่ใส่เฝือกอยู่หรือต้องดูแลคนใส่เฝือก หมอมีเคล็ดลับการดูแลเฝือกยังไงให้เกิดอาการคันน้อยที่สุดมาบอก
ข้อแรก…อย่าให้เฝือกเปียก เพราะถ้าเฝือกเปียกก็จะทำให้เกิดความอับชื้น ซึ่งแน่นอนที่สุดว่าความคันบริเวณผิวหนังที่อยู่ในเฝือกก็จะตามมา นอกจากจะคันแล้วยังเกิดกลิ่นเหม็นอีกต่างหาก หรือถ้าแย่ไปกว่านั้นก็ถึงขั้นผิวหนังเน่าเลยทีเดียว อย่างเวลาอาบน้ำ ถ้ากังวลว่าเฝือกจะโดนน้ำ ก็หาถุงพลาสติกหนาและไม่ขาดมาห่อหุ้มเฝือกไว้ และแม้พยายามปกป้องเฝือกอย่างเต็มที่แล้วแต่เฝือกยังโดนน้ำก็ไม่ต้องตกใจ ให้เอาไดร์เป่าผมมาเป่าเฝือกให้แห้งสนิท แค่นี้ก็จะช่วยลดความอับชื้น แล้วอาการคันและระคายเคืองก็จะไม่เกิดขึ้น หรืออาจมีบ้างแต่ก็เพียงเล็กน้อย
ข้อต่อมา…งดเล่นกีฬา สาเหตุที่หมอแนะนำแบบนี้ก็เพราะหมอมีผู้ป่วยเด็กหลายคนที่ใส่เฝือกบริเวณข้อมือ พอผ่านไปสองสามวันอาการดีขึ้น บางคนก็ไปเล่นฟุตบอล บางคนก็วิ่งซนกับเพื่อน ๆ ลองคิดดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้น นอกจากความอับชื้นจากเหงื่อแล้ว ยังมีโอกาสที่ฝุ่นหรือทรายจะเข้าไปในเฝือกอีก ทีนี้แหละมาครบเลย ทั้งคัน ทั้งเหม็น ทั้งสกปรก และเชื่อไหมครับว่ามีผู้ป่วยหลายคนที่ทนกลิ่นเหม็นตัวเองไม่ไหวจนต้องกลับมาให้หมอเปลี่ยนเฝือกให้ ดังนั้นเราก็ได้บทสรุปแล้วว่าควรงดเล่นกีฬาและกิจกรรมหนัก ๆ ระหว่างใส่เฝือกไปก่อนครับ
นอกจากนี้ก็ยังมีตัวช่วยอื่นที่พอจะลดความอับชื้นได้อีก ก็คือการใช้แอลกอฮอล์หยดลงไปบริเวณช่องเฝือกเพียงเล็กน้อย หรือฉีดสเปรย์สำหรับลดความอับชื้นลงไปบริเวณช่องเฝือกเช่นกัน ทั้ง 2 อย่างนี้ก็พอจะช่วยลดอาการคันได้ระดับหนึ่ง
นพ.สัญชัย แซ่เบ้ (ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ, อุบัติเหตุทางกระดูกและข้อ)
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
ยังไม่มีข้อความในโพสต์นี้