โพสต์


ECONOMY : FED ประกาศเข้าควบคุมการจ่ายเงินปันผลของธนาคารหลายแห่งในสหรัฐฯ รวมถึงสั่งห้ามการ Buybacks ไปจนถึงสิ้นสุดไตรมาสที่ 3 ของปี ขณะที่บริษัทในอังกฤษได้เตรียมพร้อมสำหรับ No-Deal Brexit โดยมียอดการผลิตรถภายในประเทศลดลงถึง 95%
FED ได้ประกาศว่าธนาคารหลายแห่งของสหรัฐฯ จะไม่สามารถเพิ่มการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น รวมถึงจะไม่สามารถทำการ Buybacks หุ้นได้ไปจนถึงสิ้นสุดไตรมาสที่ 3 ของปี หลังจากผลการทดสอบความตึงเครียด (Stress Test) ครั้งล่าสุดออกมา
เป้าหมายหลักในครั้งนี้ของ FED ก็คือการเข้าควบคุมและประเมินสถานการณ์ทางด้านการเงินผ่าน "ระบบธนาคาร" ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่า
"พวกมันใหญ่เกินไปที่จะปล่อยให้ล้มลง (Too Big Too Fail)"
ขณะนี้กำลังมีการประเมินผลต่าง ๆ เพื่อปรับใช้เงื่อนไขทางการเงินที่เข้มงวดยิ่งขึ้นกับธนาคารหลายแห่ง เนื่องจากเศรษฐกิจมีความจำเป็นต้องรักษาเงินทุนเอาไว้ให้มากที่สุดในอีกหลายเดือนข้างหน้า
Randal Quarles รองประธาน FED ฝ่ายบริการกำกับดูแลกล่าวว่า "ระบบธนาคารยังจำเป็นต้องรักษาเงินทุนเอาไว้อย่างมาก แม้จะเป็นในกรณีที่เลวร้ายที่สุดก็ตาม"
โดยรวมแล้ว FED จะจำกัดการจ่ายเงินปันผลตลอดไตรมาสที่ 2 ไปจนถึงเดือนกันยายนของปี ซึ่งระดับเงินปันผลในอนาคตก็จะขึ้นอยู่กับกำไรของบริษัท ณ ขณะนั้น
Wells Fargo & Co. ซึ่งมีผลกำไรลดลงถึง 89% ในไตรมาสแรก กำลังอยู่ในความเสี่ยงที่จะโดนระงับการจ่ายเงินปันผลทั้งหมด ขณะที่ Goldman Sachs และ Morgan Stanley ก็มีอาการแย่ไม่แพ้กัน โดยระดับต้นทุนลดลงไปถึง 6.4% และ 5.5% ตามลำดับ
ธนาคารทั้ง 3 แห่งไม่ได้ตอบสนองต่อผลการทำ Stress Test ของ FED โดยทันที ขณะที่ FED ได้กล่าวว่าจะนำผล Stress Test นี้ไปปรับใช้มาตรการทางการเงินที่แตกต่างกันต่อไปในแต่ละบริษัท
อนึ่งแล้ว มาตรการเหล่านี้จะถูกปรับใช้กับธนาคารยักษ์ใหญ่อีกหลายแห่ง รวมถึงธนาคารระดับย่อยด้วยเช่นกัน ส่วนทางฝั่งผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน (Inital Jobless Claims) ล่าสุดยังอยู่ที่ระดับ 1.48 ล้านคน ลดลงเพียง 60,000 คนจากสัปดาห์ก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน ถึงแม้ Boris Johnson นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ จะกล่าวว่าเขาสามารถหาข้อตกลงร่วมกับ EU ได้ก่อนสิ้นปีนี้ แต่บริษัทหลายแห่งภายในประเทศก็ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วในกรณีที่เขาทำไม่เสร็จ
Renold Plc บริษัทผลิตโซ่รถยนต์ และ Gearbox รายใหญ่ของประเทศได้ดำเนินการที่จะส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้าโดยรวมที่สุด ก่อนที่จะมีการ Disruption จาก Brexit เกิดขึ้นในเดือนมกราคมปี 2021
สำหรับภาคการผลิตอื่น ๆ บริษัทต่าง ๆ ได้เพิ่มการ Stocks ชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มาจาก EU มากขึ้นกว่าเดิม ยกตัวอย่างเช่น Volkswagen AG ที่ได้เพิ่มการ Stock สินค้าเป็น 2 เท่า และบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ระดับหรูอย่าง Bentley ก็ได้นำเข้าชิ้นส่วนเพิ่มขึ้นถึง 45% โดยมีถึง 90% ในนั้นที่มาจาก EU
พวกเขาต่างก็มีความกังวลว่า No-Deal Brexit จะทำให้ภาษีต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากหลังจากแยกตัวกัน และไม่ใช่แค่ในธุรกิจรถยนต์ แต่หมายถึงธุรกิจทุกภาคส่วน ยกตัวอย่างเช่นภาษีของช็อกโกแลตอาจจะขึ้นไปอยู่ที่ 8% และภาษีของน้ำส้มอาจเพิ่มขึ้นไปสูงถึง 30%
โดยรวมแล้วยอดการผลิตรถภายในประเทศลดลงถึง 95% ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา การผลิตรถจักรยานยนต์ลดลงเหลือเพียง 5,314 คัน ส่วนการผลิตรถยนต์เหลือเพียง 197 คัน
อุตสาหกรรมรถยนต์ภายในอังกฤษมีขอบเขตการจ้างงานกว่า 168,000 คน และในตอนนี้ผลิตผู้ผลิตรถยนต์ได้ประกาศปลดพนักงานไปแล้วกว่า 6,000 ตำแหน่ง ขณะที่พนักงานอีก 1 ใน 3 ของทั้งหมดยังถูกพักงานโดยไม่ได้รับเงินเดือน
การกดไลค์ กดแชร์ กดติดตาม และการติชมในเชิงสร้างสรรค์ของคุณ เป็นกำลังใจให้เราและเหล่าอาชีพนักเขียนทุกคนในการพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ขอเชิญทุกท่านร่วมสร้างสังคมการเรียนรู้ที่ดีด้วยกันกับเรา
World Maker
สามารถติดตาม World Maker ผ่านทาง Facebook ได้แล้ววันนี้ที่
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
Near us
ธนาคารช่วงนี้ก็ต้อง Save จริงๆครับ
27 มิ.ย. เวลา 09:44