AOT แย่แล้วจ้า !
ติดตามหุ้นคู่บ้านคู่เมืองที่กำลัง “ทรุด”
เมื่อพูดถึงสภาพเศรษฐกิตในช่วงนี้ ถามเด็กๆดูก็ยังรู้เลยว่าอาการหนัก เพราะใครจะไปรู้ว่าอยู่ดีๆ Covid-19 จะเข้ามาทำเอาความหวังในการฟื้นตัวหลังสงครามการค้าพัง
ทำเอาเสียอาการกันไปทุกภาคธุรกิจ และเกือบทุกภาคอุตสาหกรรมเลยก็ว่าได้
ซึ่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็คือผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดไปในตอนนี้ เพราะเมื่อผู้คนไม่สามารถเดินทาง ไป-มาระหว่างประเทศได้ กลุ่มธุรกิจที่ต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวก็แทบจะดูหมดหวังกันไปเลย
และแน่นอนว่าหนีไม่พ้นพี่ใหญ่ประจำกลุ่มท่องเที่ยวอย่าง AOT หรือบมจ. ท่าอากาศยานไทย ผู้ทำธุรกิจบริหารจัดการและดูแลสนามบินทั้ง 6 แห่งไม่ว่าจะเป็นสนามบินสุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, ภูเก็ต, เชียงใหม่, หาดใหญ่ และแม่ฟ้าหลวง
AOT ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2522 และจะจัดว่าเป็นหุ้นที่มี “รัฐบาล” เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับที่ 1 ผ่านกระทรวงการคลังในสัดส่วนกว่า 70% และในปัจจุบันก็จะถือว่าเป็นผู้ที่ผูกขาดธุรกิจสนามบินอยู่เพียงผู้เดียว เปรียบเสมือนว่า AOT คือหุ้นที่เป็น หน้าต่าง เพียงบานเดียวของการท่องเที่ยวไทย
ซึ่งสัดส่วนรายได้ของบริษัทนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ รายได้ที่เกี่ยวกับการบิน(Aeronautical) ที่จะมีสัดส่วนอยู่56% และ รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับการบิน (Non-Arronautical) อีก 44% โดยถ้าเจาะลงไปให้ลึกอีกนิดก็จะพบว่ารายได้จาก“ค่าบริการผู้โดยสารขาออก” จะเป็นรายได้หลักของ AOT
ราคาหุ้นของ AOT เพิ่งจะขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 81.75 บาทไว้เมื่อช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 62 หรือปีที่แล้ว แต่หลังจากที่ Covid-19 ได้เข้ามาก็ทำให้ราคาหุ้นรูดไถล โดนเทขายกันอย่างหนักและมาโดนซ้ำไปอีกในช่วงนี้ ส่งผลให้ราคา ณ วันนี้ของ AOT ปิดไปที่ 51.50 บาท
หรือคิดเป็นการลดลงมาถึง 37% ตลอดระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่าน (ทำจุดต่ำสุดไว้ที่ 45.25 บาทในรอบนี้)
💰 งบการเงินของ AOT
ปี 2560 รายได้ 56,744 ล้านบาท
กำไร 20,683 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 62,135 ล้านบาท
กำไร 25,170 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 65,994 ล้านบาท
กำไร 25,026 ล้านบาท
ไตรมาส 2 ปี 2563 (มกราคม - มีนาคม)
รายได้ 29,438 ล้านบาท
กำไร 10,982 ล้านบาท
ถือว่าโดนผลกระทบกันไปเร็ว แรง และหนักเลยทีเดียวสำหรับ AOT เพราะในโค้งแรกของปีก็ประกาศออกมาว่ามีรายได้จากการขายและให้บริการที่หดหายไปกว่า 5,219 ล้านบาท หรือ 30% อีกทั้งกำไรสุทธิก็ยังลดลงไปถึง 52% ซึ่งจะคิดเป็นเงินกว่า 4,000 ล้านบาท
โดยสาเหตุหลักๆเลยก็จะมาจากการที่จำนวนเที่ยวบินรวมทั้งหมดหดตัวลงไป 18.5% และจำนวนผู้โดยสารทั้งหมดอีก30.3% ซึ่งรายได้ค่าบริการผู้โดยสารขาออกที่หายไปก็คือคีย์หลักของ AOT ที่ต้องมาจับตาดูในรอบนี้
ส่วนข่าวล่าสุดที่ทาง AOT ประกาศออกมาและส่งผลกระทบกับราคาหุ้นไปอีกในวันนี้ก็คือ “มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ” ที่จะทำให้ผลตอบแทนขั้นต่ำจากคู่ค้าอย่าง คิงเพาเวอร์ เปลื่ยนจากการจ่ายเงินจำนวน 23,500 ล้านบาทในปีแรกกลายเป็นการจ่ายผลตอบแทนขั้นต่ำตาม “จำนวนผู้โดยสาร”
ซึ่งเหล่านักวิเคราะห์ก็ได้คาดการณ์ออกมาเรียบร้อยแล้วว่าดีลนี้จะกระทบกับรายได้และกำไรของ AOT ในปีพ.ศ. 2565 ไปจนถึง 2566
และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ AOT โดนเทขายจนราคาซึมลงมาทั้งภาพรวมๆ และสาเหตุระยะสั้นในวันนี้ที่พวกเรา หุ้นพอร์ทระเบิด จะมาพูดคุยและอัพเดทให้เพื่อนๆอ่านกันในบทความนี้
ไม่ว่ายังไงแล้ว AOT ก็ยังเป็นตัวเลือกที่แสนจะแข็งแกร่งจากลักษณะธุรกิจที่ผูกขาด แต่ถ้าจะรอให้ฟื้นตัวและกลับมาเป็นปกตินั้นก็ไม่มีใครสามารถบอกได้จริงๆว่าเมื่อไหร่
ดังนั้นการตัดสินใจที่จะลงทุนก็ต้องไปคิดทบทวนกันให้ดีว่า Covid-19 จะหายไปตอนไหน หรือความคืบหน้าของวัคซีนไปได้ไกลถึงไหนแล้ว ?
ก็อย่าลืมมาติดตามกันต่อไปนะครับกับ AOT หุ้นคู่บ้านคู่เมือง คู่ตลาดหุ้นของประเทศไทยเราอีกหนึ่งตัวที่ตอนนี้กำลังทรุด
สวัสดีครับ...
⭐️กลับมาอีกแล้วว...รถด่วนขบวนสุดท้ายสำหรับห้อง VIP.หุ้น..TFEX สุด Exclusive By ทีมงานไก่จ๋า⭐️
เพียงแค่ท่านเปิดบัญชีกับเรา โดยมีผู้สนับสนุนใจดี
เปิดบัญชี TFEX สัญญาละ 25
หุ้นค่าคอม ล้านละ 500
.
.
สิทธิพิเศษลูกค้าใหม่ หุ้น& TFEX รับสิทธิเข้าห้องไลน์ VIP สุดพิเศษพร้อมแนะนำกลยุทธ์ทุกวัน ฟรี!!! ย้ำว่าฟรี‼️‼️
.
ด่วน!! จำนวนจำกัด...
กดได้เลย
ความคิดเห็น
Arayan Lairungrueang
น่าเป็นห่วง
4 ส.ค. เวลา 06:53
Kiatsiri panawat
ระวังช้อนหักนะครับ
2 ส.ค. เวลา 00:44
โกวิท ราษฎร์เมธา
ถึง50เมื่อไหร่ก็ช้อนนนนนนนนน
1 ส.ค. เวลา 09:55