โพสต์

WEALTH : ท่ามกลางวิกฤตการแพร่ระบาดทั่วโลกของไวรัส กลุ่มครอบครัวที่รวยที่สุดในโลกกำลังมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น 1 พันล้านดอลลาร์ในทุก ๆ 2 สัปดาห์
การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ไม่อาจหยุดยั้งกลุ่มตระกูลที่มีความมั่งคั่งสูงที่สุดในโลกเอาไว้ได้ พวกเขายังคงร่ำรวยขึ้นอย่างมากในทุกวินาทีที่ผ่านไปบนโลกนี้
Photo : Bloomberg
เมื่อครั้งที่ COVID-19 ได้มาถึง Walmart Inc. และประเทศที่พวกเขาตั้งถิ่นฐานอยู่ พวกมันได้ส่งผลกระทบให้กลุ่มผู้ค้าปลีกต้องยกเลิกงานเฉลิมฉลองไปพร้อม ๆ กับการปลดพนักงานหลายพันคนออกจากบริษัท
อย่างไรก็ตาม แม้แต่การระบาดไปทั่วโลกก็ยังไม่อาจหยุดยั้งความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นของครอบครัว Sam Walton เจ้าของ Walmart Inc. ซึ่งถูกจัดให้เป็นครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ณ ปัจจุบันเอาไว้ได้
โดยรวมแล้วครอบครัว Sam Walton มีทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้น 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2019 และทำให้พวกเขาถือครองทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ประมาณ 2.15 แสนล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยราว 6.7 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 40% ของ GDP ประเทศไทยเลยทีเดียว
หลายปีของการลงทุนใน Supply Chain และธุรกิจ e-commerce ของ Walmart ทำให้ยอดขายในไตรมาสแรกของปีนี้พุ่งสูงขึ้นแม้ว่าจะเกิดการพังทลายในด้าน Demand จากภาพรวมของร้านค้าปลีกทั่วประเทศ
โดยรวมแล้วครอบครัวของ Walton มีความมั่งคั่งสูงกว่าครอบครัวของ Mars Candy ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 2 อยู่เกือบ 1 แสนล้านดอลลาร์ และทรัพย์สินของพวกเขาโดยเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นประมาณ 3 ล้านดอลลาร์ต่อ 1 ชั่วโมง
Comment : การจัดอันดับครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุด ไม่ใช่การจัดอันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดนะครับ ซึ่งนิยามคำว่า "ครอบครัว" เนี่ยตามเกณฑ์หมายถึงต้องมีการสืบทอดธุรกิจไปแล้วอย่างน้อย 1 รุ่น (จากตระกูลสู่ตระกูลครับ)
อันนี้อธิบายไว้เผื่อมีคนสงสัยว่าทำไม Jeff Bezos, Bill Gates หรือ Mark ZuckerBerg และเศรษฐีคนอื่น ๆ ไม่ติดอันดับ ทั้ง ๆ ที่พวกเขามีความมั่งคั่งสูงกว่าบางครอบครัวในนี้เสียอีก แต่พวกเขาถูกจัดเป็นเศรษฐีรายบุคคล (Individual Billionaire) ไม่ใช่ครอบครัวมหาเศรษฐี (Billionaire Families)
อนึ่ง ครอบครัวของ Sam Walton ไม่ใช่ครอบครัวเดียวในโลกที่ได้รับความเจริญทางด้านทรัพย์สินเพิ่มขึ้นในปีนี้ แม้มูลค่าสุทธิโดยรวมของตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก 25 อันดับแรกจะยังคงที่อยู่ราว ๆ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ก็ตาม
Mukesh Ambani มหาเศรษฐีแห่งอินเดียก็ได้มีความมั่งคั่งสุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์จากการลงทุนใน Digital Platform ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ทรัพย์สินของเขาซึ่งเป็นผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในทวีปเอเชียได้เพิ่มขึ้น 61% นับตั้งแต่ปี 2019
ขณะเดียวกันครอบครัว Johnson (Fidelity) ก็ได้ทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้น 9 พันล้านดอลลาร์ภายในปีนี้ ทำให้โดยรวมครอบครัวมีทรัพย์สินราว 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์
ส่วนตระกูล Oeri-Hoffmann แห่งสวิตเซอร์แลนด์ก็ได้มีทรัพย์สมบัติสุทธิเพิ่มขึ้น 24% เนื่องจากราคาหุ้นของ Roche Holding AG บริษัททางด้านเภสัชกรรมชั้นนำของโลกพุ่งขึ้นเพราะยอดขายอันมหาศาลของชุดทดสอบ COVID-19
ความมั่งคั่งที่เกินมาตรฐานเหล่านี้ได้จุดประกายให้เกิดการเรียกร้องอย่างหนักเพื่อให้มีการเรียกเก็บภาษีความมั่งคั่ง ท่ามกลางช่วงเวลาที่มีการระบาดใหญ่และการประท้วงของ Black Lives Matter ซึ่งแสดงให้เห็นความไม่เท่าเทียมกันที่เพิ่มขึ้นในสังคม
และถึงแม้ว่าครอบครัวเศรษฐีอื่น ๆ จะมีความมั่งคั่งสุทธิลดลงบ้าง แต่โดยรวมแล้วพวกเขาก็ยังคงมีความมั่งคั่งสุทธิเหลือเฟือหากเทียบกับคนจนและคนชนชั้นกลางที่เหลือทั้งหมดบนโลกใบนี้
นักการเมืองฝ่ายซ้ายอย่างเช่น Alexandria Ocasio-Cortez และ Bernie Sanders ได้ทำการโจมตีอย่างไม่เกรงกลัวต่อความไม่เท่าเทียมในวงกว้างและความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีข้อจำกัดของมหาเศรษฐีเหล่านี้
Joe Biden อดีตรองประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ลงสมัครเลือกตั้งของฝ่าย Democrat ภายในปีนี้ไม่ได้เน้นย้ำในเรื่องของการเก็บภาษีความมั่งคั่งมากนัก แต่เขาก็ได้รณรงค์ที่จะเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้นสำหรับบุคคลร่ำรวยและบริษัทต่าง ๆ ที่มีผลกำไรสูง รวมถึงการปิดช่องโหว่ทางกฏหมายสำหรับการเรียกเก็บภาษีที่ดินต่าง ๆ
Comment : จริง ๆ แล้วปัญหาความไม่ยุติธรรมนี้ หากจะแก้กันจริง ๆ เราคงไปโทษเหล่เศรษฐีทั้งหมดไม่ได้หรอกครับ แต่ต้องดูกันให้ลึก ๆ ถึงนิสัยการใช้จ่ายเงิน มุมมองต่อการใช้เงิน ความรู้ ความสามารถ และความเข้าใจในการทำธุรกิจ เรื่องพวกนี้บางทีก็เป็นสิ่งที่ทำให้คนรวยยิ่งรวยขึ้นไป ขณะที่คนจนกลับยิ่งจนลงเรื่อย ๆ
แม้ว่าเรื่องความไม่เท่าเทียมกันทางกฏหมายและความเป็นทุนนิยมจะเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดความอยุติธรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การจะโยนความผิดไปที่เหล่าเศรษฐีเพียงอย่างเดียว ก็เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมเช่นกัน
เพิ่มเติม : ครอบครัวเจียรวนนท์ หรือเจ้าของบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ที่เรารู้จักกันดี ล่าสุดมีความมั่งคั่งลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 3.07 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ก็ยังเป็นครอบครัวที่มีความมั่งคั่งสุทธิอยู่ในอันดับสูงถึงที่ 21 ของโลก
การกดไลค์ กดแชร์ กดติดตาม และการติชมในเชิงสร้างสรรค์ของคุณ เป็นกำลังใจให้เราและเหล่าอาชีพนักเขียนทุกคนในการพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ขอเชิญทุกท่านร่วมสร้างสังคมการเรียนรู้ที่ดีด้วยกันกับเรา
World Maker
สามารถติดตาม World Maker ผ่านทาง Facebook ได้แล้ววันนี้ที่
อยากลงทุน อยากมีเงินเก็บอย่างจริงจัง แต่ไม่มีพื้นฐาน World Maker มีคอร์สเรียนดี ๆ มาแนะนำให้ครับ รายละเอียดคลิกเลย
ความคิดเห็น

Bumpboyslim

Wealth gap ก็ยังคงถ่างออกเรื่อยๆ
2 ส.ค. เวลา 05:01

Bank

เอาทรัพย์สินหักลบกับหนี้สินทั้งหมดที่มี เหลือเท่าไหร่ นั้นต่างหากครับ คือรวยจริง forbes เคยจัดอันดับแบบนี้มั้ยครับ ทั้งรายบุคคลและครอบครัว ถ้าจัดแบบนั้นถึงจะได้รู้ว่าใครรวยจริงครับ เพราะเงินลงทุนในกิจการหรือซื้อกิจการน่าจะเป็นเงินกู้ส่วนหนึ่งที่มีดอกเบี้ย บางทีหนี้สินอาจจะมากกว่ารายรับของกิจการที่ซื้ออีก
2 ส.ค. เวลา 03:37

Atip

อาณาจักรโรม หรือขอมโบราณที่เคยถึงจุดสูงสุดยังล่มสลายได้ เราคงจะต้องตีความกันใหม่ว่า อะไรคือ Sustainable Wealth เพราะแม้แต่ยอดปิรามิดยังต้องมีฐานที่แข็งแรง และใช้แรงงานคนเป็นจำนวนมาก รุ่นสืบทอดเป็นร้อยปีก็คงไม่ได้เป็นหลักประกันอนาคต เข้าใจว่ามีนักเศรษฐศาสตร์ระดับโนเบลวิเคราะห์ผลเสียของโลกาภิวัตน์ไว้มากแล้ว แม้แต่เศรษฐีเมืองไทยก็ต้องกลัวเศรษฐีประเทศอื่นมาฮุบ เลยรีบฮุบเองไว้ก่อน...ดูเพิ่มเติม
2 ส.ค. เวลา 02:11
1