โพสต์

สถานการณ์คนว่างงานในอเมริกายังคงเลวร้ายอยู่ !
นับจากช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงสัปดาห์ที่แล้วนั้น ถ้าดูตามกราฟที่กระทรวงแรงงานนำมาเผยแพร่ก็จะทำให้เห็นว่าสถานการณ์การว่างงาน หรือคนตกงานภายในสหรัฐอเมริกาในเดือนสิงหาคมนี้
ค่อนข้างจะปรับตัวให้อยู่ในระดับที่ดีขึ้นมาได้บ้าง หลังจากที่ตัวเลขยอดคนลงทะเบียนขอรับสิทธิเงินเยียวยา อันเป็นดัชนีชี้วัดถึงสภาวะว่างงานนั้นสูงเกินกว่า 1,300,000 กว่าคนมาตลอดหลายสัปดาห์
หากคิดจากเกณฑ์เพดาน 1,000,000 คน ก็จะพอทำให้ทราบได้ว่ายอดคนตกงานภายในอเมริกาในแต่ละสัปดาห์นั้น ยังคงพุ่งสูงเกินกว่า 1,000,000 คนอย่างติดต่อกันเป็นเวลามากกว่า 20 สัปดาห์แล้วนับตั้งแต่ช่วงมีนาคม (รวมๆ 5 เดือน)
สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ถือว่าดูดีขึ้นมาหน่อย เพราะถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน หรือ 21 สัปดาห์ ที่ตัวเลขการว่างงานจากกระทรวงแรงงานนี้หลุดลงไปต่ำกว่า 1,000,000 คนเป็นครั้งแรก
โดยตัวเลขที่กระทรวงแรงงานเผยออกมาเมื่อเย็นนี้คือ 963,000 กว่าคน ถือว่าต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์เอาไว้เกือบ 500,000 กว่าคน (ตอนแรกเก็งกันไว้ว่าจะมียอดเพิ่ม 1,100,000 กว่าคน)
อย่างไรก็ดี แม้ตัวเลขชุดดังกล่าวนี้จะดูเหมือนสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกามีการปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ก็ไม่ควรที่จะหลงระเริงไปกับตัวเลขนี้ จนทำให้เกิดภาพลวงตา
เพราะตัวเลข 900,000 กว่าคนที่ออกมานี้ ไม่ได้แปลว่ามีคนตกงานน้อยลงเพียงอย่างเดียว แต่มันยังแปลว่าบริษัท ห้างร้าน และนายจ้างจากอุตสาหกรรมต่างๆยังคงทยอยพากันไล่คนออกจากงานอยู่เรื่อยๆ
ถ้าเอารายชื่อจากบริษัทที่พากันออกมายื่นเอกสารล้มละลายกันในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาก็จะเห็นว่ามีบริษัทจำนวนมากยังคงอยู่ในสภาวะวิกฤติกันอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะ Lord & Taylor หรือ Stein Mart
นอกจากนี้ทางกลุ่มบริษัทในเครือ Booking Holdings ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Booking.com และ Kayak นั้นก็เพิ่งออกมาประกาศว่าจะทำการปลดพนักงานออกเป็นจำนวนกว่า 4,000 คน
Nike สำนักงานใหญ่ที่มลรัฐโอเรกอนก็กำลังจะปลดพนักงานออกอีก 500 กว่าคน ส่วน NBCUniversal เจ้าของบริษัทข่าว NBC News ก็เพิ่งประกาศว่าจะปรับลดขนาดองค์กรของตนเองลง 10% ของทั้งหมด
อนึ่ง NBCUniversal นี้มีพนักงานภายในบริษัททั้งหมด 35,000 กว่าคน ถ้าตัดออก 10% ก็คือ 3,500 กว่าคนภายใน 35,000 กว่าคนข้างต้นนี้จะถูกไล่ออกไปจากงานทันที แล้วยังมีอีกหลายบริษัทที่กำลังประกาศแผนจะเลิกจ้างงานคนอเมริกาด้วย
ทำให้ความหวังที่อัตราการว่างงานภายในสหรัฐอเมริกาจะหดลงมาจาก 10.2% ไปเหลือต่ำกว่าเพดาน 5-8% ก่อนวิกฤติเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์นั้นแทบเป็นไปไม่ได้ (เมื่อช่วงกุมภาพันธ์นั้นอัตราอยู่ที่ 3.5%)
ตัวเลขการว่างงานของทั้งประเทศอย่างเป็นทางการยังคงชะงักอยู่ที่ 16,000,000 กว่าคน (ถ้ารวมตัวเลขทื่ไม่เป็นทางการของเศรษฐกิจใต้ดิน เศรษฐกิจมืด และพวกที่ใช้แรงงานอพยพผิดกฎหมายอย่างพวกเม็กซิโกอีกก็คงจะไม่ต่ำกว่า 20,000,000 กว่าคน)
นักเศรษฐศาสตร์ยังได้ประเมินกันไว้อีกด้วยว่า ถ้าคนอเมริกายังมีพวกที่ดื้อ และหัวแข็งไม่ยอมใส่หน้ากากอนามัย หรือป้องกันตัวเองในพื้นที่สาธารณะอยู่แบบนี้เรื่อยๆ ต่อให้ผ่านไปอีก 1 ปี อัตราการว่างงานก็ไม่ลดต่ำลง
ไอ้พวก 15,000,000 ถึง 16,000,000 กว่าคนที่กำลังตกงานอยู่ในช่วงนี้ ก็จะยังตกงานไปเรื่อยๆจนถึงปี 2021 นั้นแหละ เพราะปัญหาที่คนตกงานกันอยู่ทุกวันนี้หลังคลายล็อคดาวน์ไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจมันแย่อย่างเดียว
แต่เป็นเพราะมันเกิดการกระตุกในช่องว่างระหว่างการคลายล็อคดาวน์ คือคลายล็อคดาวน์ได้แปบเดียว บางเมือง บางมลรัฐก็จำต้องนำมาตรการเฝ้าระวังกลับมาล็อคดาวน์ใหม่ในบางพื้นที่ ทำให้ร้านรวง พวกคนทำมาหากินไม่สามารถออกมาทำงานกันได้
แล้วสุดท้ายก็จะต้องรอแต่วัคซีนกันอย่างเดียว ไม่สามารถใช้วิธีอื่นช่วยเหลือในการจำกัดวงความเสียหายของภัยโรคระบาดครั้งนี้ได้ ซึ่งหลายๆฝ่ายก็กังวลกับผลกระทบตรงจุดนี้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะคนอเมริกาก็คือคนอเมริกา ถ้าไม่อยากใส่หน้ากากก็จะปฏิเสธอย่างแข็งขันว่าจะไม่ใส่
References
1. บทความจาก BBC ชื่อ "US jobs growth slows in July as pandemic takes toll"
2. บทความจาก ABC News ชื่อ "Another 963,000 workers filed for unemployment insurance last week"
3. บทความจาก NBC News ชื่อ "Weekly initial jobless claims fall below 1 million for first time in 21 weeks"
4. บทความจาก Associated Press ชื่อ "US jobless claims fall below 1 million but remain high"
5. บทความจาก Bloomberg ชื่อ "US jobless claims below 1 million for first time in pandemic"
6. บทความจาก The Guardian ชื่อ "US initial jobless claims fall below 1m; oil demand cut - business live"
7. บทความจาก Bangkok Post ชื่อ "US economy collapsed in Q2 amid pandemic"
8. บทความจาก CNN ชื่อ "First-time jobless claims fall below 1 million for the first time since March"
9. บทความจาก CNBC ชื่อ "U.S. weekly jobless claims fall to 963,000, first time below 1 million since mid-March"
10. บทความจาก Financial Times ชื่อ "New US jobless claims dip below 1m for first time since March"
ความคิดเห็น
ยังไม่มีข้อความในโพสต์นี้