Blockdit Logo (Mobile)
เรื่องเล่าเม้าท์ไปเรื่อย ตอน ประเทศไทยอาจไม่ได้ปลอดภัยอีกต่อไป.....ภาค 1
ช่วงที่ผ่านมาดูเหมือนสถานการณ์โควิดทั้งในประเทศและประเทศข้างเคียงจะยังไม่ดีขึ้น มีข่าวในแง่ลบมากมาย ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างมาก
ครั้งหนึ่ง WHO เคยออกมาเตือนว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจกลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 แหล่งหนึ่งของโลก
มาดูสถานการณ์ของประเทศไทยกันก่อนครับ.....
ในช่วงเดือนที่ผ่านมามีข่าวการติดเชื้อโควิดภายในประเทศไทยหลายราย โดยเฉพาะการติดเชื้อของดีเจ ของสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในกทม. ปัญหาคือการติดเชื้อของผู้ป่วยรายนี้คือ ไม่รู้ที่มาที่ไป ไม่รู้ว่าติดเชื้อได้อย่างไร และไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ
แสดงว่าแหล่งสถานบันเทิงจะต้องมีผู้ติดเชื้อที่ยังลอยนวลในกรุงเทพมหานคร และไม่รู้ว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหน
กรณีนี้มีผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อถึง 970 ราย กรมควบคุมโรคได้ลงพื้นที่สอบสวนแล้วและยังไม่พบผู้ติดเชื้อรายอื่นๆแต่อย่างใด
กรณีที่สอง คือ ช่วงที่ผ่านมามีผู้เดินทางจากประเทศไทยไปประเทศญี่ปุ่น ตรวจพบการติดโรคโควิด 19 จำนวน 5 เหตุการณ์ (2 เหตุการณ์เดิมเคยรายงานไปแล้ว) 3 เหตุการณ์ที่พบเพิ่มเติม มีรายละเอียด ดังนี้
1. ชายชาวญี่ปุ่น อายุ 64 ปี อาชีพผู้จัดการทั่วไป บริษัทแห่งหนึ่งในเขตบางนา เดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2559 หลังจากนั้นเดินทางกลับญี่ปุ่น มีการตรวจหาเชื้อโดยตัวอย่างจากน้ำลาย พบผลบวก กรณีนี้มีผู้สัมผัมผัสใกล้ชิดและมีความเสี่ยงจำนวน 76 คน
2. ชาย สัญชาติไทย อายุ 21 ปี ที่อยู่เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร เป็นนักศึกษา กำลังเดินทางไปศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น เคยไปตรวจโควิด-19 ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ในวันที่ 27 สิงหาคม 2563 ให้ผลลบ แต่หลังเดินทางถึงญี่ปุ่น วันที่ 29 สิงหาคม 2563 ตรวจ covid 19 โดยตัวอย่างจากน้ำลาย พบผลบวก รายนี้ไม่มีผู้สัมผัสใกล้ชิดและมีความเสี่ยง
3. ชาย สัญชาติไทย อายุ 44 ปี ภูมิลำเนาอยู่ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด มีการเดินทางไปมา ระหว่างที่ทำงานบริเวณถนนบางนา-ตราด และ จ.ร้อยเอ็ด มีประวัติเดินทางไปญี่ปุ่นทุก 3 เดือน เพื่อซื้ออะไหล่ โดยครั้งนี้เดินทางถึงญี่ปุ่น วันที่ 1 กันยายน 2563ตรวจหาเชื้อโดยตัวอย่างจากน้ำลาย พบผลบวก มีผู้สัมผัสใกล้ชิดและมีความเสี่ยง 5 ราย
กรณีที่สาม คือนักฟุตบอลของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดที่เดินทางมาจากอุซเบกิสถาน และตรวจไม่พบเชื้อที่สนามบิน แถมกักตัวใน state quarantine ครบ 14 วันแล้ว มาตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด 19 หลังจากเดินทางเข้าประเทศไทย 11 วัน
ทั้งสามกรณี แสดงให้เห็นว่าแท้จริงแล้ว ประเทศไทยยังมีการระบาดของเชื้อโควิดภายในประเทศแบบเงียบๆ เพียงแต่ผู้ติดเชื้ออาจมีจำนวนไม่มากและไม่แสดงอาการ ทำให้การประกาศว่าประเทศไทยปลอดเชื้อกว่า 100 วัน นั่นอาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องนัก เพียงแต่เรายังตรวจไม่พบต่างหาก.......
สิ่งที่เรายังคงต้องตระหนักอยู่เสมอคือการป้องกันตนเอง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด สวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่เสมอ เพราะเราไม่รู้ว่าจะกลายเป็นผู้ติดเชื้อซะเองวันไหน.......
รัฐก็ต้องลงพื้นที่ตรวจคัดกรองเชิงรุกให้เข้มข้น ไม่หย่อนยาน ไม่เช่นนั้น เราอาจกลายเป็นเหมือนเช่นประเทศเพื่อนบ้านของไทย ที่จะมาเล่าในภาคต่อไป
เอาใจช่วยทุกคนครับ
เรื่องเล่าเม้าท์ไปเรื่อย
หากท่านไหนต้องการให้กำลังใจเพจ ขอความกรุณาช่วยกดไลค์ กดแชร์ กระทู้ต่อไปนี้หน่อยนะครับ
ความคิดเห็น
ฝึกภาษากันวันละนิด🌸
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ🙏
16 ก.ย. เวลา 12:57
นวลทิพย์ เวสสะสุนทร
ไปตลาด50%ไม่ป้องกันค่ะ
15 ก.ย. เวลา 13:54

เรื่องเล่าเม้าท์ไปเรื่อย

ตอนนี้คนไทยการ์ดตกจริงๆครับ
16 ก.ย. เวลา 05:28
1