ซีรีส์การตลาด EP 2 : การที่คุณกลัวการขาย เพราะคุณไม่เข้าใจในสิ่งนี้ ! (บทความสำหรับพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่)
บทความนี้เป็นบทความต่อเนื่องจากบทความที่แล้ว ที่เขียนเกี่ยวกับการตลาด บทความนี้เป็น บทความEP 2 ที่จะพูดถึงมายเซ็ท ที่ควรจะรู้ก่อนจะไปเป็นนักขาย หรือ พ่อค้าแม่ค้าหน้าใหม่นะครับ
จาก EP 1 ที่กล่าวถึงการขายของยังไงให้ปังภายใน 5นาที โดยการกล่าวถึงเรื่อง”ลูกค้ามักซื้อสินค้า โดยการตัดสินใจด้วยอารมณ์ “
โดยยกงานวิจัยด้านประสาทวิทยา มาใช้อ้างอิงพฤติกรรมในการซื้อสินค้าของลูกค้า
แต่หลังจากที่โพสต์ไปแล้ว เพื่อนๆบางคน ก็บอกว่าตัวเองเป็นคนไม่กล้าขายของให้ใคร ไม่เคยขายของหรือสินค้าอะไรเลย แถมพูดไม่เป็นควรจะพูดแบบไหนดี เพื่อจะให้ขายสินค้าได้
หลังจากได้อ่านคอมเม้นจากเพื่อนๆ ในBD และเพื่อนที่รู้จักบางคนก็สนใจอยากทราบ ถึงมายเซ็ทว่าเราควรมีความคิดยังไง
ก่อนอื่นเลย เราต้องมาวิเคราะห์ถึงสาเหตุของความกลัวงานขายก่อน โดยส่วนมากแบ่งข้อใหญ่ๆได้ 3 ข้อ
1️⃣ กลัวโดนหลอก หรือ ตัวเองต้องเป็นคนไปหลอกลูกค้า
2️⃣ ไม่รู้จะพูดแบบไหน หรือ พูดยังไงให้ขายสินค้าได้
3️⃣ กลัวเพื่อนๆ จะรำคาญเพราะเราคอยไปกวนใจ
เพจใจดี มีวิธีแก้ความกลัวงานขายทั้ง3 ข้อนี้ โดยจะให้ชื่อมายเซ็ทนี้ว่า “มายเซ็ทนักบุญ”
เพื่อนๆ อาจจะงง ว่าเราจะไปขายของให้ลูกค้า หรือเราจะเปลี่ยนไปบริจาคอะไรให้ลูกค้าหรือยังไง?
คำตอบคือ เปล่าเราก็ไปขายเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่เราต้องเปลี่ยนมายเซ็ท ในงานของเราให้เป็นโหมดนักบุญเสียก่อน
เช่นเราต้องเริ่มจากการที่เราต้องเปลี่ยนจากคำว่า “Sale ขาย” ให้กลายเป็น “Help ช่วย” เสียก่อน
เพื่อนๆ ต้องจำกฎข้อหนึ่งก่อนไว้ให้ขึ้นใจ นั้นก็คือ ทุกอย่างคือปัญหา เราจะต้องเป็นคนแก้ปัญหา
ไม่ว่าจะงานประจำที่ทำกันอยู่ เราก็ใช้ความสามารถของเราแก้ปัญหาให้บริษัท เมื่อเราแก้ปัญหาให้บริษัทได้ บริษัทก็จะจ่ายเงินเดือนให้เรา หรือ มีคนหิวข้าวมา เราก็แก้ปัญหาโดยการทำอาหารให้เขาเราก็ได้เงิน จะเห็นได้ว่า เราไม่ได้ขายอะไร แต่เรากำลังช่วยเหลือเขาให้ เขาได้ในสิ่งที่ต้องการ
เช่น เดียวกันถ้าเพื่อนๆ เปลี่ยนมายเซ็ทว่า เรากำลังขาย ให้เปลี่ยนเป็น เรากำลังช่วยเหลือเขาต่างหาก ยกตัวอย่าง
ถ้าเพื่อนๆ มีเพื่อนที่กำลังป่วยอยู่ แล้วเรารู้ว่าเรารู้จักยา ชนิดหนึ่งที่จะช่วยรักษาให้เขาหายได้ เพื่อนๆจะช่วยแนะนำให้เพื่อนที่กำลังป่วยของเราใช้ไหม?
คำตอบ : ผมเชื่อว่าทุกคนต้องช่วยแนะนำ เพราะเราอยากให้คนที่เรารัก ที่เรารู้จัก ได้รับในสิ่งที่ดีๆ
เห็นไหมครับ พอเราเปลี่ยนมายเซ็ทว่าเราจะไปขาย มาเป็นเราไปมอบสิ่งดีๆให้กับคนที่เรารัก ผมเชื่อว่าเมื่อเราจะพูดชักชวนให้คนที่เรารักได้ใช้ในสิ่งดี มันย่อมทำให้เราพูดได้ง่ายกว่าที่เราจะไปพูดขายให้เขา
1
มายเซ็ทแบบนี้สามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกอย่างนะครับ ไม่ว่าจะใช้กับงานประจำ งานขายแบบพ่อค้า แม่ค้าทั่วไป หรือ งานขายในองค์กรต่างๆ
ปล การนำเสนอสินค้านั้นเราควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อนว่าสินค้าของเรานั้นมีคุณภาพจริงๆ เพื่อเราจะได้อินต่อตัวสินค้าที่เราจะขาย
ขอบคุณที่เข้ามาติดตามอ่านเพจใจดีกันนะครับ 🙏💕
สามารถติดตามใจดี ได้อีกช่องทางที่ App :facebook blockdit และ instagram
#ถ้าใจเราดี.อะไรๆก็ดีไปหมด

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความคิดเห็น
เรียนรู้..ไปพร้อมๆกัน
Sell = help Mindset นี้ใช่ได้เลยครับ
13 พ.ย. 2020 เวลา 22:24
ถ้าใจเราดี..อะไรๆก็ดีไปหมด
นอกจากงานขายแล้วงานแบบอื่นก็เอาไปปรับใช้ได้เหมือนกันครับ💕😆
13 พ.ย. 2020 เวลา 23:46
Rookie No.2
เป็นทฤษฎีของการขายตรงเลยนะครับ
12 ต.ค. 2020 เวลา 04:41
ถ้าใจเราดี..อะไรๆก็ดีไปหมด
55 งานขายก็คล้ายๆกันนะครับ😆💕
12 ต.ค. 2020 เวลา 06:25
EveryGreen
โหหหห แบบนี้นี่เองค่ะพี่ใจดี! ❤️❤️ กรีนกำลังคิดว่าจะเริ่มขายของดีมั้ย 55555555555 จะขอเอามายเซ็ทนี้ไปใช้นะคะ 😊😊
7 ต.ค. 2020 เวลา 23:15
ถ้าใจเราดี..อะไรๆก็ดีไปหมด
ถ้าใช้มายเซ็ทแบบนี้น้องกรีน พูดมอบสิ่งดีๆให้ลูกค้าได้แน่นอน😆💕
7 ต.ค. 2020 เวลา 23:41