ฮือฮา “ยักษ์เขียววิภา” แห่ง ไทยรัฐลงสนามธุรกิจโลจิสติกส์ ตอกย้ำตำนานวิ่งส่ง นสพ.จาก กรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ แค่ 4 ชม. ความเร็วเกือบเท่ารถไฟชินกันเซ็น!!
ในช่วงที่การขนส่งหนังสือพิมพ์ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเฟื่องฟู และธุรกิจส่งสิ่งของ พัสดุ ยังไม่มีทางเลือกมากเหมือนปัจจุบัน เป็นที่ทราบกันในธุรกิจ หรือกลุ่มคนบางกลุ่มว่าหากมีความจำเป็นที่จะต้องขนส่งสิ่งของ หรือมีธุรกิจขนส่งเร่งด่วนไปต่างจังหวัด การฝากไปกับรถขนส่งสายส่ง "นสพ.ไทยรัฐ" เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถใช้แทนการส่งทางระบบไปรษณีย์ หรือรถทัวร์ ที่วิ่งไปยังต่างจังหวัดได้
โดยจะมีการฝากส่งไปยังจุดที่ต้องการก่อนให้ผู้รับมารับสิ่งของที่นำไปฝากไว้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นจุดตัวแทนใหญ่ๆ ภายในจังหวัดนั้น ว่ากันว่าเป็นการขนส่งเร่งด่วนที่รวดเร็วที่สุด และนอกจากรถขนส่งหนังสือพิมพ์ของ นสพ.ไทยรัฐที่เป็นเจ้าใหญ่สุดแล้ว รถขนส่งของสื่อ นสพ.หัวใหญ่ๆ หลายเจ้าก็มีบริการนี้เช่นกัน แต่ก็เป็นเพียงการรับรู้ในวงแคบๆ เท่านั้น
เมื่อเร็วๆ นี้ เรื่องราวของสมรรถภาพและความโดดเด่นของรถส่งหนังสือพิมพ์ ของ นสพ.ไทยรัฐ เคยถูกนำมาเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์จำนวนมาก โดยตั้งสมญานามให้ว่า “ยักษ์เขียววิภา”
ระบุว่า รถขนส่งของไทยรัฐ เคยนำ นสพ.จากโรงพิมพ์ย่านวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ไปส่งถึงเชียงใหม่ ได้ในเวลาเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น (ความเร็วเกือบเท่ากับรถไฟชินกันเซนของญี่ปุ่นเลยทีเดียว) โดยเฉพาะในช่วงมีสถานการณ์ข่าวเร่งด่วนเกิดขึ้น จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาข่าว และส่งถึงมือผู้อ่านให้ทันเหตุการณ์
เช่น เมื่อช่วงต้นปี 2019 มีเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ เมื่อมีพระราชโองการเกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองออกมาช่วงกลางดึก กองบรรณาธิการเปิดเผยว่าได้มีการสั่งหยุดพิมพ์ และให้ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมเพื่อตีพิมพ์ใหม่และส่งหนังสือพิมพ์ให้ทันท่วงที จนสามารถใช้เวลาขนส่งอย่างด่วนจนเป็นที่กล่าวขวัญมาจนถึงปัจจุบัน
ความอยากรู้อยากเห็นเรื่องความเร็วของรถขนส่งไทยรัฐมีมาอย่างต่อเนื่อง ในเว็บไซต์หลายแห่งอ้างถึงข้อมูลที่พยายามสืบค้นจากผู้เกี่ยวข้องในระบบการขนส่งนี้ ระบุข้อมูลภาพรวมของรถบรรทุกขนส่งของ ไทยรัฐว่า
รถขนส่งทั้งหมดเป็นรถบรรทุก 6 ล้อ ของ ISUZU FTR 240 แรงม้า เครื่องยนต์คอมมอนเรล ISUZU 6HK1 TCN เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ 6สูบ ขนาด 7,790 CC และยังอ้างอีกว่าความเร็วปกติวิ่งได้สูงสุดถึง 240 กม./ชม. แต่หากผ่านการโมดิฟาย เครื่องยนต์แล้วจะสามารถใช้ความเร็วได้มากกว่านั้น และล่าสุดหลายคนเชื่อว่าปัจจุบันก็น่าจะมีการปรับปรุงสมรรถนะของรถสายส่งเพิ่มขึ้นอีก เพราะ นสพ.ไทยรัฐมีช่างเครื่องยนต์ระดับเทพฯ คอยพัฒนาความสามารถของรถอยู่เสมอ และที่สำคัญการตกแต่งเครื่องยนต์ หรือพัฒนาสมรรถภาพทั้งหมดล้วนเป็นความลับที่ใครๆ ก็อยากรู้
.
นอกจากนี้เพื่อยืนยันความรวดเร็ว ยังมีหลายคนที่มาโพสต์ยืนยันด้วยว่า เคยขับรถตามรถขนส่งไทยรัฐแม้จะใช้ความเร็วกว่า 200 กม./ชม. ก็ยังตามไม่ทัน
.
นอกจากนี้มีการติดตั้งกันโคลงหน้า-หลัง และโช๊คเพื่อความนุ่มนวลในระหว่างเข้าโค้งโดยไม่ต้องผ่อนความเร็วอีกด้วย แต่ก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานจากชาวเน็ตฯ ที่ยังไม่มีอะไรยืนยันว่าพวกเขาใช้ความเร็วที่แท้จริงอยู่ที่เท่าไหร่เป็นเพียงการคาดเดาเทียบเคียงจากข้อมูลของชาวเน็ตเท่านั้น
สำหรับระบบเบรค มีเบรคไฟฟ้า หรือที่ รีทาร์ดเดอร์ หรือ เบรคแม่เหล็ก ใช้เวลาขึ้น ลงเขา ทำให้ผ้าเบรคไม่ร้อน ตู้บรรทุกหนังสือพิมพ์ ออกแบบให้ระดับใกล้เคียงกับหัวเก๋ง เพื่อจะไม่ต้านลมมากนอกจากนี้รถขนส่ง นสพ.ไทยรัฐยังมีรถขนาดเล็กด้วย โดยใช้รถรุ่น isuzu elf
อย่างไรก็ตามแม้จะมีการคาดเดากันไปต่างๆ นานา แต่ส่วนใหญ่ก็ระบุว่า แม้จะต้องขับรถอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันต่อการนำหนังสือพิมพ์ไปส่งให้ถึงมือผู้อ่านตามเวลา แต่พนักงานขับรถขนส่งของไทยรัฐส่วนใหญ่มีมารยาทที่ดีในการขับรถบนท้องถนน และพบว่ามีอุบัติเหตุเกิดน้อยมาก
และด้วยความโดดเด่นของ “ยักษ์เขียววิภา” ที่เป็นที่กล่าวขวัญมานาน ทำให้ล่าสุด บริษัท ไทยรัฐ กรุ๊ป เตรียมเปิดธุรกิจใหม่ด้านการขนส่งโลจิสติกส์ โดยหน้าแฟนเพจเฟซบุ๊กของ Thairath Careers ประกาศว่า เตรียมตัวพบกับธุรกิจใหม่ในเครือไทยรัฐ กรุ๊ป “Thairath Logistics” กับการเปิดรับสมัครพนักงานเพื่อรองรับธุรกิจใหม่อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางความร้อนแรงของการแข่งขันในธุรกิจขนส่ง ในยุคของการซื้อขายออนไลน์มีอัตราเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ทำให้มีธุรกิจขนส่งรายใหญ่จำนวนมากทั้งไทยและเทศลงชิงพื้นที่อยู่ในขณะนี้
.
ต้องมาติดตามว่า “ยักษ์เขียววิภา” เจ้าของตำนาน กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ 4 ชั่วโมง จะสามารถช่วงชิงพื้นที่ในธุรกิจโลจิสติกส์ที่มีทั้งยักษ์เขียว ยักษ์ส้ม ยักษ์แดง ลงนามกันอยู่ก่อนแล้วได้มากน้อยแค่ไหน
แต่หลายคนก็เชื่อว่าพวกเขาจะสามารถแจ้งเกิดได้ไม่ยาก เพราะอย่าลืมว่าในอดีต “ยักษ์เขียววิภา” ไม่ได้ขนส่งแต่เพียงหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ แต่พวกเขายังรับฝากส่งสิ่งของต่างๆ พ่วงไปด้วยมานานแล้ว หรืออาจจะเรียกได้ว่า เป็นพี่ใหญ่แห่งวงการมาก่อนแล้วหลายสิบปีทีเดียว!!
ติดตามเรื่องราวข่าวสาร กินอยู่เป็น ง่ายๆ ได้ทาง
เว็บไซต์ : www.kinyupen.co
แฟนเพจ : กินอยู่เป็น
ทวิตเตอร์ : @kinyupenco : www.twitter.com/Kinyupenco
อินสตาแกรม : @kinyupen.co www.instagram.com/kinyupen.co
ความคิดเห็น
ยังไม่มีข้อความในโพสต์นี้