ของสิ่งนี้ ผลิตที่ไหน EP.5:
iPhone 12 ในมือคุณ ราคาทุน ไม่ถึง 13,000 บาท
วันนี้หลายๆ คนอาจไปรับ iPhone รุ่นใหม่ อย่างซีรีส์ iPhone 12 ที่เพิ่งเปิดวางจำหน่ายในไทยเป็นวันแรก
ซึ่งที่ผ่านมาไม่ว่า iPhone จะปรับราคาขึ้นอย่างไร และจะตัดของแถมออกไปจากกล่องมากแค่ไหน สาวกจะบ่นมากแค่ไหน ก็ยังมีคนซื้อ ด้วยความที่เป็น “iPhone”
โดยบริษัท Apple เอง ถือว่าเป็นบริษัทที่บริหารห่วงโซ่อุปทานในการผลิต iPhone ได้สุดยอดที่สุด ลำดับต้นๆของโลก
Apple บอกว่า iPhone นั้น “Design in California” หรือออกแบบในแคลิฟอร์เนีย (สหรัฐฯ) แต่ผลิต (ชิ้นส่วน) ไปทั่วโลก และประกอบ ในจีน
สำหรับ EP นี้ เราไปดูกันว่า มือถือ iPhone 12 ที่ท่านได้กันมา
มีชิ้นส่วน มาจากส่วนไหนของโลกกันบ้าง
หากพร้อมแล้ว เราไปติดตามกันเลย
=========================
นำเข้า "ความรู้" ส่งออก "ความคิด" ติดตาม
"นำเข้าส่งออก สุดขอบฟ้า"
=========================
1
1) ทาง Asia Nikkei รายงานว่าต้นทุนการผลิต iPhone 12 pro โดยรวมนั้นประมาณ 406 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 12,300 บาท เท่านั้น ในขณะที่ราคาขาย iPhone 12 pro ก็เริ่มต้นเบาๆ ที่สนนราคา 36,900 บาท หรือส่วนต่างกำไรขั้นต้นของ Apple ประมาณ 24,600 บาท
สำหรับ iPhone 12 นั้นต้นทุนถูกกว่าหน่อย อยู่ที่ 373 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 11,300 บาท เทียบราคาขายเริ่มต้นที่ 25,900 บาท หรือส่วนต่างกำไรขั้นต้นของ Apple ประมาณ 13,200 บาท
2) หรือ คิดง่ายๆว่า สำหรับ iPhone 12 pro นั้น ทุกๆ รายได้ 100 บาท Apple จะได้กำไรขั้นต้นจาก iPhone 64 บาท ซึ่งเมื่อ iPhone ออกมาช่วงแรกๆ นั้น ก็ต้องบอกว่า Apple ได้กำไรต่อเครื่องมากกว่านี้ด้วยซ้ำ (อยู่แถวๆ 75 บาท จาก 100 บาท นั่นก็หมายความว่า Apple เขาใจดีต่อลูกค้ามากแล้ว)
1
และหากท่านเลือก iPhone 12 ธรรมดา ก็ดูจะยิ่งคุ้มค่ามากกว่า (แต่ก็จะไม่ได้เลนส์ telephoto และ เซ็นเซอร์ lidar มาเชยชม)
3) หากมองว่าชิ้นส่วน ไอโฟนมาจากประเทศไหนบ้าง ก็ต้องบอกว่าชิ้นส่วนหลักก็คือ “หน้าจอ” นั่นเอง โดยมาจากประเทศเกาหลีใต้ ก็คือทั้ง Samsung และ LG โดยหากเราไปไล่ลำดับชิ้นส่วน iPhone จากประเทศต่างๆ ก็จะมี
26.8% เกาหลีใต้
21.9% สหรัฐฯ
13.6% ญี่ปุ่น
11.1% ไต้หวัน
4.6% จีน
และ 21.9% จากยุโรปและประเทศอื่นๆ
Cr. Asia Nikkei
4) โดย iPhone 12 ก็ได้เปลี่ยนหน้าจอจาก LCD ธรรมดา มาเป็น OLED ทั้งหมด ซึ่งผู้ผลิตหลักๆ ก็คือ คู่รักคู่แค้นของ Apple อย่างบริษัท Samsung ซึ่งเดิมทีหน้าจอ LCD นั้นมาจากบริษัทญี่ปุ่น
5) หน่วยความจำของ iPhone 12 ก็มาจาก Samsung เช่นกัน
2
6) สำหรับเซ็นเซอร์ของกล้อง ที่เป็นชิ้นส่วนที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง แน่นอนว่าเราก็ต้องนึกถึง Sony อย่างแน่นอน โดยทาง Sony ก็ผลิตชิ้นส่วนเซ็นเซอร์ CMOS สำหรับทั้ง 3 เลนส์
7) นอกจากนี้ พวกชิ้นส่วนต่างๆ ที่ต้องออกแบบให้รองรับ 5G ชิปประมวลผล ชิ้นส่วนควบคุมเสียง และแผงวงจร ก็ใช้เทคโนโลยีของญี่ปุ่นเช่นกัน
8) สำหรับแบตเตอร์รี่ รอบนี้ที่ยังอุตส่าห์ ลดขนาดเพื่อให้ผู้บริโภคได้มือถือที่มีน้ำหนักเบาขึ้น (หรือว่าจะลดต้นทุนกันแน่?) ทาง Apple ก็เลือกใช้เทคโนโลยีของบริษัท Amperex Technology Ltd. (ATL) ที่อยู่ในฮ่องกง โดยเป็นบริษัทลูกของบริษัทญี่ปุ่นอย่าง TDK
1
9) ทั้งนี้ ชิ้นส่วนจากจีนแผ่นดินใหญ่ เหลือน้อยกว่า 5% โดยมูลค่า แต่อย่างไรก็ตามการประกอบ iPhone ยังทำในจีนโดยบริษัทไต้หวัน อย่าง Foxconn
10) หากเรามาลองไล่ดูต้นทุน ชิ้นส่วนสำคัญๆ กันดู
- หน้าจอ Samsung 2,120 บาท
- โมเด็ม Qualcomm 2,730 บาท
- ชิปประมวลผล A14 Bionic 1,210 บาท
- RAM 390 บาท
- หน่วยความจำ 580 บาท
-เซ็นเซอร์กล้อง Sony ตกชิ้นละ 240 บาท
ซึ่งรวมๆ แล้วก็ไม่น่าแปลกใจที่มือถือ Xiaomi ทำไมขายถูกขนาดนั้นได้ (ไม่ค่อยอยากทำกำไร) >.<
1
11) ทั้งนี้อาจบอกว่า อ้าว ก็ Apple เค้าลงทุนวิจัยพัฒนาตั้งเยอะ แล้วพี่ไม่นับรวมหรอ??
หากรวมเข้าไป Apple ใช้เงิน R&D พัฒนาทั้ง iOS และซอฟต์แวร์ต่างๆ รวมกัน แถวๆ 35,000 ล้านบาท โดยคร่าวๆ 50% คือเงินพัฒนาส่วนของ iPhone หากเทียบที่ Apple ขายมือถือได้ปีละ 31 ล้านเครื่องก็คิดเป็นค่าวิจัยฯ ตกแถวๆ 560 บาทต่อเครื่อง
1
โดยสรุปแล้ว สำหรับสาวก Apple ก็ต้องตอบว่า การที่ซื้อ iPhone นั้น เราคงดูที่แค่ต้นทุนการผลิต เทียบกับราคาขายไม่ได้
เพราะว่าที่คนซื้อ iPhone ส่วนหลักๆ ก็มาจากระบบนิเวศน์ของ Apple เอง ที่ใช้อุปกรณ์หลายๆ อย่างร่วมกันแล้วมันลื่นไหลไปหมด จะ Air Drop ไฟล์รูปจาก iPhone ไปแต่งภาพต่อใน Mac ก็ทำได้ง่ายๆ
Cr. Asia Nikkei
อีกทั้งเวลาหยิบ iPhone ขึ้นมาครั้งใด ก็ชวนให้รู้สึกภูมิใจว่าเราก็สามารถเก็บเงินมาซื้อ iPhone ได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง เหมือนกันนะ (น่าภูมิใจ ฮิๆ)
และเชื่อว่า เหลือเกินว่า หลายๆ คนมองว่า iPhone ใช้ได้ทนนานหลายปี พอเอาปีที่ใช้งานจับหารราคาขายเข้าไป ก็ทำให้รู้สึกพึงพอใจขึ้นมาได้
เพื่อนๆ ที่ซื้อ iPhone 12 ก็อาจข้ามรุ่นกันมาไกลเลยทีเดียว บางคนน่าจะข้ามมาจาก iPhone 6!
2
คิดได้เช่นนั้นก็ ซื้อไปเถิด ถ้าอยากได้ ^^
***สำหรับแฟนเพจ นำเข้าส่งออก สุดขอบฟ้า ที่เพิ่งไปจัด iPhone กันมา เชิญชวน ถ่ายรูป iPhone หรือมือถือเครื่องเก่า เทียบกับน้อง iPhone 12 ตัวใหม่ แล้วเอารูปมาลงที่ comment ใต้โพสนี้ พร้อมกด like & share โพส
รูปใน comment ไหนที่ได้ไลค์มากที่สุด แอดมินมี ของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ จากทางเพจ
เป็น Mask สุดเท่ห์ + พร้อมแอลกอฮอล์ล้างมือแบบถนอมมือ 1 set ครับ
หากไม่อยากพลาดบทความกดไลค์เพจ แชร์ และกด “Favorites” ในเฟสบุ๊ก กันเอาไว้ได้เลย
สำหรับเพื่อนๆที่สนใจจุดกำเนิด iPhone ติดตามอ่านได้ที่
และ มีข้อสงสัยเรื่องไหน อยากให้แอดมินเล่าให้ฟัง ก็ส่ง inbox มาคุยกันเลยได้ที่ https://bit.ly/3j7BwBW
=========================
นำเข้า "ความรู้" ส่งออก "ความคิด" ติดตาม
"นำเข้าส่งออก สุดขอบฟ้า"
=========================
*** พิเศษ!! อยากบริหาร การนำเข้า ส่งออก แบบง่ายๆ ลดต้นทุนขนส่ง ผ่านระบบออนไลน์ คุม Supply chain ได้สุดยอดเหมือน Apple
เชิญชวน มาทดลองใช้งาน “ZUPPORTS” ระบบจอง Booking เรือ เครื่องบิน รถ ผ่านช่องทางออนไลน์
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้แล้ววันนี้ที่ https://zupports.co/register/
❤️ อ่านบทความย้อนหลังได้ที่
ของสิ่งนี้ ผลิตที่ไหน
นำเข้าส่งออก สุดขอบฟ้า marketplace: ใครมีสินค้าดีๆ โพสขายกันได้เลย
#นำเข้าส่งออกสุดขอบฟ้า #นำเข้า #ส่งออก
#ZUPPORTS

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความคิดเห็น
Bad MTFK
ถ้าอยากเทียบจริงๆ น่าจะลองเอาทุกค่ายมาเทียบน่ะ เพราะต่อให้เรารุ้ว่าต้นทุนiphoneเป็นกี่% แต่ถ้าเจ้าอื่นมันก้ต้นทุนเป็น%พอๆกัน มันก้ไม่แปลก
28 พ.ย. 2020 เวลา 03:43
นำเข้าส่งออก สุดขอบฟ้า
ไว้บทความต่อๆไปนะครับ 😀
28 พ.ย. 2020 เวลา 07:29
สุรเสกข์ ประจักษ์ภักดี
บวกค่าความนิยมเข้าไป ราคากระฉูด
28 พ.ย. 2020 เวลา 03:35
Choti
เคยคิด อยู่ว่า ถ้าแอปเปิล ลดกำไรลง เพื่อเพิ่มยอดขาย โดยหากำไรทาง tv เกม มาทดแทน และทำราคาเริ่มที่ 8,000 บาทขึ้นไป จะเร็วแรงกว่า แอนดรอยด์ไหม และแอนดรอยด์จะหายไปเหมือน windows phone หรือเปล่า?
28 พ.ย. 2020 เวลา 03:32