ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย

เศรษฐศาสตร์
การศึกษา
สุขภาพ
เป็นหมอภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกันคลินิก เป็นนักอ่านและสนใจทุกศาสตร์สาขา ทั้งวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ เป็นอาจารย์แ...ดูเพิ่มเติม
ความรู้เรื่องCOVID-19
ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย
7 ตอน
ความรู้เรื่อง COVID-19 (ตอนที่ 44) วันที่ 30 เมษายน 2563
“วัคซีน : เมื่อไหร่ถึงจะได้มีโอกาสใช้กันสักที” ในกรณีที่เกิดโรคระบาดชนิดใหม่ขึ้น มนุษย์จะไม่มีภูมิคุ้มกันต่อโรคนั้นๆซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าโรคจะหยุดระบาดใหญ่ได้ ก็ต่อเมื่อมนุษย์มีภูมิคุ้มกันหมู่เสียก่อน (Herd Immunity) ซึ่งจำนวนร้อยละของมนุษย์ที่มีภูมิคุ้มกันจนเป็นภูมิคุ้มกันหมู่ได้นั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถในการแพร่เชื้อของเชื้อโรคนั้นๆ ในกรณีโรคโควิด19 จะต้องมีภูมิคุ้มกันร้อยละ 60 จึงจะถือว่ามีภูมิคุ้มกันหมู่ การที่มนุษย์จะมีภูมิคุ้มกันหมู่ร้อยละ 60 ของประชากรได้นั้น ถ้าเรารอให้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หมายความว่าประชากรโลก 7,500 ล้านคน จะต้องมีการติดเชื้อและหายดีจำนวนไม่น้อยกว่า 4,500 ล้านคน และถ้ามีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 7 แปลว่าเราจะมีผู้เสียชีวิตถึง 315 ล้านคน ก่อนที่จะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ตามธรรมชาติ ซึ่งเราคงยอมรับตัวเลขผู้เสียชีวิตนี้ไม่ได้ เราจึงมีอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าจะดีกว่า คือให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีน ในสถานการณ์โควิด19 กำลังระบาดอย่างรุนแรงในขณะนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์จากประเทศต่างๆทั่วโลกเร่งมือกันอย่างเต็มที่ในการคิดค้นวัคซีนเพื่อมาใช้ป้องกันโรค แต่ทำไมเมื่อเวลาผ่านไป 4 เดือนแล้ว ยังไม่มีประเทศไหนประกาศได้ว่ามีวัคซีนพร้อมฉีด ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือทุกประเทศประกาศในทิศทางเดียวกันว่าคงต้องรออย่างน้อยก็สิ้นปีนี้เป็นอย่างเร็วและอาจล่าช้าไปกว่านั้นก็ได้ ทำไมการผลิตวัคซีนถึงลำบากยากเย็นและต้องใช้เวลานานนับปี คงจะต้องมาคุยรายละเอียดกันครับ การผลิตหรือคิดค้นวัคซีนจนสามารถนำมาใช้กับประชากรโดยทั่วไปได้ จะต้องผ่านขั้นตอนสำคัญ 3 ขั้นตอนด้วยกันคือ 1) ขั้นตอนดำเนินการในหลอดทดลอง 2) ขั้นตอนการทดลองในสัตว์ ซึ่งแบ่งได้เป็นอย่างน้อย 2 ขั้นตอนย่อย 2.1) ในสัตว์ทดลองขนาดเล็ก เช่น หนู 2.2) ในสัตว์ทดลองขนาดใหญ่ เช่น สุนัข หรือ ลิง ในขั้นตอนนี้ใช้เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน 3) ขั้นตอนการทดลองในมนุษย์ ซึ่งแบ่งได้เป็นอย่างน้อย 3 ขั้นตอนย่อย 3.1) การทดสอบความปลอดภัย (Safety) ต้องใช้อาสาสมัคร 50-100 คน 3.2) การทดสอบหาความสามารถในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Immunogenicity) ต้องใช้อาสาสมัคร 200-400 คน 3.3) การทดลองประสิทธิผล (Efficacy) คือความสามารถในการป้องกันโรคได้จริง ต้องใช้อาสาสมัคร 2,000-10,000 คน เมื่อผ่านทั้ง 3 ขั้นตอนนี้ครบถ้วนแล้วจึงจะสามารถนำวัคซีนมาฉีดในประชากรทั่วไปได้ แต่ก็ยังต้องมีการติดตามประเมินผลข้างเคียงที่อาจจะพบในประชากรจำนวนมากที่ได้รับวัคซีน และระดับของภูมิคุ้มกันว่าจะอยู่ไปได้นานเพียงใด ณ ขณะนี้ มีโครงการทดลองวัคซีนจากประเทศต่างๆที่กำลังทดลองในสัตว์กว่า 60 โครงการ และมีโครงการที่เริ่มทดลองในมนุษย์แล้ว 6 โครงการ โดย 5 โครงการทดลองนั้นอยู่ขั้น 3.1 คือทดสอบความปลอดภัย และมีเพียงโครงการเดียวของจีนที่เริ่มทดลองในขั้น 3.2 คาดว่าต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า 3 เดือนจึงจะเข้าสู่การทดลองขั้น 3.3 ซึ่งก็ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะผ่านได้ หมายความว่าในกรณีโชคดีโครงการนี้ผ่านทุกขั้นตอนอย่างราบรื่น ก็ต้องรออีก 6-9 เดือนเป็นอย่างน้อย ถ้าโชคไม่ดีวัคซีนโครงการนี้ไม่สำเร็จ วัคซีนในโครงการต่างๆที่ตามหลังมาก็จะต้องใช้เวลานานออกไปอีก โอกาสที่จะมีวัคซีนใช้จึงต้องรอปีหน้าเป็นอย่างเร็วครับ

1 แชร์