29 ธ.ค. 2018 เวลา 18:23 • บันเทิง
รีวิว Black Mirror : Bandersnatch
แสดงนำ ฟินน์ ไวท์เฮด, วิล พอลเตอร์
กำกับโดย เดวิด สเลด
เรื่องย่อ ในปี 1984 สเตฟาน บัตเลอร์ โปรแกรมเมอร์หนุ่มกำลังพยายามดัดแปลงนิยาย Bandersnatch ให้กลายเป็นวิดีโอเกม ในขณะที่เจอกับทางตัน เขาก็เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองและโลกความจริงที่เขาเห็น
Bandersnatch เป็นซีรีส์แนว interactive ที่ให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับภาพยนตร์ โดยเสนอสองทางเลือกซ้ายกับขวาให้เรากดเพื่อเลือกดำเนินเรื่อง เหมือนกับโฟลว์ชาร์ตหรือแผนภาพแสดงขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม ที่มีจุดเริ่มต้นแล้วมีทางเลือกให้ผู้ควบคุมตัดสินใจ ซึ่งแต่ละการตัดสินใจจะพาไปยังไทม์ไลน์ที่แตกต่างกัน ถ้าใช่ก็ไปต่อ ถ้าไม่ใช่ก็วนกลับมาเลือกใหม่ เหมือนกับการเล่นเกม
ชอบตรงที่หนังให้เราควบคุมตัวละครได้ ตั้งแต่เรื่องพื้นๆ อย่างอาหารเช้า หรือเพลงที่ฟัง จนกระทั่งกำหนดความเป็นความตายให้กับตัวละครได้ คือเลือกผิดชีวิตเปลี่ยน บางช้อยช์ที่เลือกก็พาดำเนินเรื่องไปแบบกาวๆ จนถึงกับร้องเหี้ย!!! กล้าทำก็กล้าดูวะ แล้วพอย้อนกลับมากดเลือกอีกทางหนังก็พาไปหาตอนจบอีกแบบนึง ซึ่งรอยต่อของแต่ละทางเลือกก็เนียนไปด้วยกันได้
ส่วนจุดด้อยของ Bandersnatch คือไทม์ไลน์ของหนังสับสนไปหมด และยิ่งเลือกผิดทางหนังก็พาไปถึงทางตันและวนกลับมาให้เลือกใหม่ จนรู้สึกว่าเราควบคุมตัวละครในหนังได้ก็จริง แต่เรากลับถูกหนังควบคุมไว้อีกที หนังจึงเหมาะกับคนที่ว่างสุดๆ เช่น ตอนปีใหม่ที่ไม่ได้ไปไหนก็กดเลือกดูตอนจบที่แตกต่างกัน เผลอๆ 3 ชั่วโมงก็ดูไม่จบ
ถือว่า Black Mirror : Bandersnatch เรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในอนาคต เป็นสิ่งที่โรงหนังทำไม่ได้แน่ๆ ใครจะคิดว่าวันนี้เราสามารถดูหนังไปพร้อมๆ กับเลือกให้หนังเดินเรื่องไปในทิศทางใดก็ได้ แต่ Netflix ก็ทำขึ้นมาแล้ว และแน่นอนเว็บเถื่อนที่ดูดไปลงออนไลน์คงปวดหัวน่าดู
โฆษณา