12 ก.ค. 2019 เวลา 13:18 • ประวัติศาสตร์
การค้าทาส : ทาสผิวขาว ตอนที่ 1 : ชาวยุโรปหนีชีวิตอันเลวร้าย เดินทางมายัง "แผ่นดินใหม่" เพื่อมาเป็น "คนรับใช้ตามสัญญา” (indentured servant) ...
ในฤดร้อนของปี ค.ศ. 2003 (พ.ศ. 2546) นักโบราณคดี (Archaeologist) ได้ขุดค้นพื้นที่เก่าแก่ยุคศตวรรษที่ 17 แห่งหนึ่งนอกเมืองแอนนาโพลิส รัฐแมรีแลนด์
สิ่งที่เขาพบคือโครงกระดูกของเด็กหนุ่ม อายุประมาณ 16 ปี ซึ่งคาดว่าเสียชีวิตในทศวรรษ 1660 (พ.ศ. 2203) สาเหตุของการเสียชีวิตได้แก่ "วัณโรค" ผลการตรวจพิสูจน์ยังพบร่องรอยของการอักเสบ
ที่น่ากลัวที่ปากและการบาดเจ็บอย่างรุนแรงที่บริเวณหลังอันเกิดจาก การทํางานหนัก เด็กหนุ่มไม่ใช่ชาวแอฟริกาหรือคนพื้นเมือง แต่เป็นชาวยุโรป ทางภาคเหนือซึ่งคาดว่าเป็นชาวอังกฤษ
กระดูกของเขาถูกพบในหลุมใต้กองขยะ และดูราวกับว่าร่างของเขาถูกทิ้งอย่างไร้ค่าเช่นเดียวกับขยะ นักโบราณคดี เชื่อว่าเขาคือหนึ่งใน “คนรับใช้ตามสัญญา” (indentured servant)
อันประกอบด้วยผู้ชาย ผู้หญิงและเด็กจํานวนแสนๆ คนที่ถูกใส่เรือจากอังกฤษ ไปทํางานใน “แผ่นดินใหม่” และแถบแคริบเบียนตลอดระยะ 150 ปีก่อน การประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 1776 (พ.ศ.2319) ส่วนหนึ่ง ของคนเหล่านี้ถูกบังคับและถูกขายให้เป็น “ทาสผิวขาว” (white slaves) เป็นเวลา 14 ปี
อีกส่วนหนึ่งได้แก่ผู้ที่ต้องการหนีชีวิตที่เลวร้ายในยุโรปและ ยอมขาย “แรงงาน” ของตัวเองโดยมีระยะสัญญาตามที่ตกลงกันซึ่งโดยเฉลี่ย จะมีอายุประมาณ 7 ปี อย่างไรก็ตาม ชีวิตของคนกลุ่มหลังก็ไม่ได้ดีไปกว่า คนกลุ่มแรกเพราะน้อยคนที่จะได้พบกับนายจ้างที่ดี บางคนถูกกระทําอย่าง เลวร้ายยิ่งกว่าทาสผิวดําเสียอีก
ผู้หญิงถูกนายจ้างข่มขืนและผู้ที่หลบหนี อาจถูกตีจนตาย พวกเขาต้องเผชิญกับอินเดียนแดง โรคภัยไข้เจ็บ งานที่ แสนหนักและนายจ้างที่โหดร้ายทารุณ จํานวนมากเสียชีวิตบนเรือ เบียดเสียดยัดเยียด ถ้าพ่อแม่เสียชีวิต ลูกๆ ต้องรับภาระตามสัญญาแทน บางคนต้องเป็นทาสนานถึง 18 ปี
สําหรับคนที่รอดชีวิต พ่อแม่ลูก แยกจากกันและทาสจํานวนมากเสียชีวิตก่อนครบอายุสัญญา ในขณะที่ชาวสเปนพบทองคํามากมายในอาณาจักรเอสเทค (Aztec) ในเม็กซิโกและอาณาจักรอินคา (Inca) ในเปรู
ชาวอังกฤษที่ขึ้นบกทางฝั่งตะวันออกของอเมริกาที่ต่อมาถูกเรียกว่า “เจมส์ทาวน์” กลับพบแต่ แผ่นดินที่กว้างใหญ่ไพศาล ป่าดงและชาวอินเดียนแดงหลายเผ่าที่ทําการ เกษตรอย่างสงบ
ทางเลือกของชาวยุโรปที่เดินทางไปจากแผ่นดินที่แออัด คือการทําการเกษตร การประมงและการค้า อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ลงทุนเดินทาง เผชิญโชคคือขุนนาง นายทุน และทหารซึ่งไม่คุ้นเคยกับการใช้แรงงานบุกเบิก การลงทุนเพื่อ “กําไรสูงสุดและต้นทุนต่ำสุด” จึงเริ่มขึ้น
และนั่นคือต้นกําเนิด ของการค้า “ทาสผิวขาว” และตามด้วย “ทาสผิวดํา” ในเวลาต่อมา สําหรับ “สินค้าสีขาว” (white cargo) ที่ถูกส่งไปจากยุโรปประกอบด้วยบุคคล 5 กลุ่ม ดังนี้ :
1. กลุ่มแรกที่ถูกส่งขึ้นเรือในฐานะสินค้าคือ “เด็กยากจน” ในปี ค.ศ. 1618 (พ.ศ. 2161) เจ้าหน้าที่ของนครลอนดอนได้ออกกวาดจับเด็กๆ ในสลัมท่ามกลางการประท้วงของตัวเด็กเองและครอบครัว พวกเขาถูกส่งไปยังพื้นที่ที่ในปัจจุบันเรียกว่า “เวอร์จิเนีย” การไล่ล่าสินค้าผิวขาวกลุ่มแรกนี้มีคนรวยอยู่เบื้องหลัง พวงเขาอ้างว่าพวกเขากําลังทํางานการกุศลโดยเปิด โอกาสให้เด็กยากจนและอดอยากได้มีโอกาสเริ่มชีวิตใหม่ในอเมริกา เด็กถูก ขายให้เกษตรกรเพื่อทํางานในไร่และร้อยละ 50 เสียชีวิตภายในปีแรก การส่งเด็กไปทํางานในอเมริกาดําเนินอยู่หลายสิบปีทั้งจากอังกฤษและต่อมาจากไอร์แลนด์ จํานวนมากยังอยู่ในวัยเตาะแตะ เมียของชาวไร่คนหนึ่งซึ่ง “นําเข้า” เด็กชาวไอริช 4 คน แสดงความสงสัยว่าทําไมสามีซื้อเด็กมาเป็น คนใช้เพราะเด็กที่ซื้อมายังเล็กมาก (อังกฤษเคยส่งเด็กจํานวนมากไปทํางาน ในไร่ส้มที่ออสเตรเลียด้วย
รอติดตาม ตอนที่ 2 ...
ฝากกด Follow
Books Reference :
Don Jordan และ Michel Walsh, “White Cargo : The Forgotten History of Britain’ s White Slaves in America”, Mainstream Publishing Co., Ltd., Great Britain, 2007
Marcus Rediker, “The Slave Ship : A Human History” , John Murry (Pubishers), USA , 2007

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา