6 ส.ค. 2019 เวลา 11:20 • การศึกษา
เชื่อมั่นในตัวเองมากพอรึยัง?
MINDSET series
อ่านถึงบรรทัดสุดท้ายแล้ว ลองส่องกระจกถามตัวเองดูนะครับ
ในตอนเริ่มต้นพวกเขาจะติเตียนคุณ
จะตัดสินคุณ
จะบอกให้คุณจัดแจงชีวิตของตัวเองใหม่
พวกเขาบอกว่ามันเสี่ยงเกินไปและมันไม่สามารถทำได้
พวกเขาบอกว่าคุณไม่เข้าใจ แต่พวกเขาไม่สามารถมองเข้าไปในวิสัยทัศน์ของคุณได้
พวกเขาไม่เข้าใจวิสัยทัศน์นั้นและพวกเขาไม่รู้ถึงใจคุณ
พวกเขาไม่มีวันเข้าใจว่ามันมีค่าแค่ไหนสำหรับคุณ
พระเอกแทบไม่เหลือเงินติดตัว หย่ากับภรรยา
จงพยายามและใช้สมาธิกับเป้าหมายของคุณให้มาก
จงมองไม่ออกว่าภารกิจของคุณคืออะไร
จงเชื่อมั่นในตัวเองและนำให้มันไปสู่ความสมบูรณ์แบบ
 
ในตอนจบพวกเขาจะถามคุณว่า “ทำได้ยังไง”
และเมื่อพวกเขาถามคุณว่าคุณจะสามารถนำทางพวกเขาได้คุณจะกลายเป็นตัวอย่างของพวกเขา
เป็นตัวอย่างของความขยันหมั่นเพียรเป็นตัวอย่างของการเชื่อมั่นในตัวเอง
เป็นตัวอย่างของการไม่สูญเสียวิสัยทัศน์ของตัวเอง
เป็นตัวอย่างของการปิดกั้นเสียงรอบข้างให้เหลือไว้แต่ความปรารถนาความฝันและเป้าหมายของคุณเอง
ผมรู้สึกมาตลอดว่าผมต้องการคนอื่นมาเชื่อมั่นในตัวผม
แต่มันเปลี่ยนไปแล้วเมื่อผมเริ่มเชื่อมั่นในตัวเอง
ผมเริ่มลงมือ
เมื่อผมเริ่มเชื่อมั่นในตัวเอง
คนอื่นก็จะเริ่มเชื่อมั่นในตัวผม
เมื่อผมรู้ถึงคุณค่าของตัวเอง
คนอื่นก็จะเห็นคุณค่าของตัวผม
ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมไม่ต้องการใครคนอื่นที่จะช่วยทำบางสิ่ง
หรือช่วยบรรลุเป้าหมายอะไรสักอย่างในชีวิต
เขาพึ่งออกจากคุกในชุดเปื้อนสี และวิ่งไปสัมภาษณ์งานโบรคเกอร์
มันดีที่จะมีคนสนับสนุนแต่มันจะดีกว่าถ้าคุณมีความเชื่อในตัวเอง
มันดีที่จะมีคนสนับสนุน
แต่มันจะดีกว่าถ้าจิตใจเราเข้มแข็ง
มันดีที่จะมีคนคอยเข้าข้างคุณ
แต่มันจะดีกว่านี้ ถ้าคุณนั้นสามารถสู้ได้เองเมื่อชีวิตของคุณนั้นจนมุม
ผมพร้อมที่จะสู้กับความท้าทายที่มีในชีวิตของผม
และผมจะเชื่อมั่นในตัวเองเสมอ
 
เมื่อคุณไม่มีความเชื่อในตัวเอง
ใครจะมาเชื่อ?
และถ้าคุณไม่เชื่อว่ามันจะสำเร็จ
ใครจะรู้?
เมื่อคุณมีความหวาดระแวงในจิตใจ
มันจะรั้งคุณไว้จากเป้าหมายของคุณ
มันจะรั้งคุณจากศักยภาพที่แท้จริง
มันจะรั้งคุณไว้จากการทำให้เต็มที่
เพราะแบบนั้นคุณจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่า
ตัวคุณนั้นยิ่งใหญ่ได้แค่ไหน
ฉากในตำนาน"อย่าให้ใครมาบอกลูกว่าลูกทำไม่ได้ แม้แต่ตัวพ่อเอง"
คุณสามารถพัฒนาความเชื่อนั้นได้
พัฒนาผ่านการกระทำ
 
และก็ใช่
คุณจะต้องพลาดแน่นอน!
แต่ทุกครั้งที่คุณพลาดจงลุกขึ้นก้าวต่อไปข้างหน้า
และก้าวทุกก้าวที่คุณเดิน
มันจะทำให้คุณเข้าใกล้เป้าหมายของคุณมากยิ่งขึ้น
และเมื่อความหวาดระแวงนั้นหายไป
ก็จะมีแต่คุณเท่านั้นที่ รู้ว่า ตัวคุณจะไปไกลได้แค่ไหนในชีวิต
เพราะมีแต่คุณที่ รู้ว่า ตัวคุณมีความพยายามมากแค่ไหน
ที่จะไปคว้ารางวัล
ที่ชีวิตนี้มอบให้แก่คุณ..
รางวัลกำลังรอคุณอยู่
คุณจะกลายเป็นผู้ชนะในชีวิตของคุณ
คุณจะชนะชีวิตของตัวเอง
ถ้าคุณเริ่มเชื่อมั่นในตัวเอง
เมื่อคุณสัญญากับตัวเอง
เมื่อคุณพยายามอย่างเต็มที่เพื่อความฝันของคุณ
คุณจะรู้ว่าสุดท้ายแล้วคุณสามารถทำอะไรได้บ้าง
คนอื่นๆก่อนหน้าคุณก็ทำได้เช่นกัน
ชายในฉากคือตัวเจ้าของเรื่องที่ถูกเอามาสร้าง
ตามทฤษฎีแล้วมันเป็นไปได้
คุณก็จำเป็นต้องแค่ เชื่อมั่นไว้ใจ และศรัทธาในสิ่งที่คุณทำ
ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไรจงเชื่อมั่นในตัวเอง
ทางเดียวที่จะชนะสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตคุณ
คือเชื่อมั่นในตัวเอง
หากคุณไม่สามารถเชื่อมั่นในตัวเองได้
ก็ไม่มีใครเชื่อได้เช่นกัน
เชื่อว่าคุณมีความสามารถและคุณรู้อะไรมั้ย...
คุณมีความสามารถและมันจะเป็นมากกว่านั้น
จงหาวิธีจุดประกายเล็กๆในตัวคุณแล้วเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเปลวไฟ
ทำให้มันกลายเป็นไฟแห่งความศรัทธาของคุณ
ลองคิดดูสิ
คนที่ประสบความสำเร็จบางคน ไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น
พวกเขาแค่เชื่อมั่นในตัวเองและมีความพยายามที่จะไปคว้าในสิ่งที่พวกเขาต้องการ
คุณอาจจะพลาดเรื่องการศึกษา
แต่เรื่องความเชื่อและความพยายามนั้น
“ทุกๆอย่างสามารถเป็นไปได้”
ชีวิตของเราทุกคนมีรางวัลที่รอเราอยู่
สักวันคุณจะกลายเป็นผู้ชนะของชีวิตของคุณเอง
เมื่อคุณ...
“เชื่อมั่นในตัวเอง”
ผมได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ pursuit of happinessครับ
ตัวเอกของเรื่องต้องเจอกับอุปสรรคเยอะ เยอะเกินที่คนธรรมดาจะรับไหว
แต่ท้ายสุด เขาก็ลุยฝ่า ก้าวข้ามมันได้
หนังเรื่องนี้มาจากเค้าโครงเรื่องจริงครับ
ผมเลยอยากแบ่งปัน แรงบันดาลใจให้คุณได้หัด “สู้กับชีวิตด้วยตัวเอง”
แบบ “ตัวเอกของเรื่อง” ให้ได้ครับ
เขาคือคริส การ์ดเนอร์ มหาเศรษฐีอเมริกันผิวสี
ถ้าชอบซีรี่ส์แนวนี้ก็อย่าลืมกดไลค์ กดติดตามเพื่อให้กำลังใจกันนะครับผม
I’m sam ครับ🙂

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา