24 พ.ย. 2019 เวลา 00:21 • ไลฟ์สไตล์
วันอาทิตย์ ควบม้าไปหาเพลงและค้นที่มาที่ไปมาให้ฟังกัน...เพลงนี้ ค่อนข้างเป็นที่รู้จักกันมากในสากล...อยากให้ฟังกัน เผื่อได้ต่อยอด...😊😁
🎶เพลง Hallelujah ของ Leonard Cohen🎵 🎶
" บทสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า...ที่มีความหมายลึกซึ้งกว่านั้น? "
เพลงนี้ Leonard Cohen แต่งให้ K.D.Lang ร้องเป็นต้นฉบับ แต่ด้วยความไพเราะ และความดังของเพลงจึงมีศิลปินอีกมากมายนำไป Cover หากชอบคนไหนก็ติดตามฟังคนที่เราชอบได้เลย...
สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจก่อนคือคำว่า Hallelujah คำนี้ เป็นภาษาฮิบรู มีตั้งแต่โบราณกาล มีความหมายว่า “สรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า” ซึ่งเป็นความเชื่อของศาสนาตริสต์ เรามักได้ยินคำนี้ในบทสวด หรือเป็นการร้องเพลงในโบสต์ของชาวคริสต์เสมอๆ
ทีนี้มาพูดถึงความหมายที่ดูลึกลับซับซ้อนในเพลงนี้ดูนะ...
.
เพลงนี้บรรยายถึงความน้อยเนื้อต่ำใจในความรัก คล้ายๆ ว่าผู้ร้องเพลงนี้ มีความรู้สึกว่าตนต่ำต้อยกว่าอีกฝ่ายที่ตนเองรัก
.
คำว่า Hallelujah ในเพลงนี้ถูกนำมาเปรียบกับความรักที่ยากจะเป็นจริง หรือ เป็นไปไม่ได้ คืออยู่สูงเกินเอื้อมนั่นเอง เพราะเอาหลักความคิดที่ว่า พระผู้เป็นเจ้าเป็นของสูง คนธรรมดาไม่อาจเอื้อมได้
.
โดย Leonard Cohen ผู้แต่งเพลงนี้ เลือกใส่คำร้องแบบเป็นภาพปะติดปะต่อให้คนฟังติดตาม หรือสับสนเอาเองนิดหน่อย
.
สองท่อนแรกพูดถึง Hallelujah ในบริบทของคริสต์ศาสนา กล่าวถึงเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล
.
2 ท่อนที่เหลือหันกลับมาพูดเรื่องความต่ำต้อย ความคับแค้นต่อความรักที่ตนมีให้กับหญิงผู้นั้น
.
.
📍โดยคำว่า Hallelujah ตั้งแต่ต้นเพลงเรื่อยไปจนจบจะมีพัฒนาการของความหมายในตัวคำ แตกต่างที่เนื้อหาและการตีความ ซึ่งเป็นเสน่ห์ของเพลงนี้จริงๆ
.
แต่ท่อนที่กล่าวถึงเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลนี้แหละปัญหา เพราะถ้าท่านที่ไม่เคยรู้ หรือเคยศึกษามาก่อนจะไม่เข้าใจเลย เอาเป็นว่าผู้แปลสรุปให้เข้าใจง่ายๆ โดยอธิบายหรือเล่าเป็นท่อนๆ ตามเนื้อเพลงดังนี้
📍ท่อนที่ 1
เป็นการเกริ่นที่มาของ “Hallelujah” ในแง่มุมแรก ว่าด้วยบริบททางศาสนา เพื่อปูทางไปสู่มุมสุดท้ายในมุมมองของผู้ร้องช่วงท้ายเพลง
.
เริ่มด้วยเรื่องราวของ David และกษัตริย์ Saul โดยเกริ่นว่ามีคอร์ดดนตรีอยู่ชุดหนึ่ง เล่นอย่างนั้นอย่างนี้
.
คอร์ดอย่างนี้ละที่ David ในไบเบิ้ลใช้บรรเลงเพลงพิณให้กษัตริย์ Saul ฟัง เพื่อช่วยขับไล่ปิศาจที่ครอบงำพระองค์อยู่ “Hallelujah” ที่ David แต่งนั้นใช้เพื่อสรรเสริญพระเจ้าที่ยังปรานี Saul ช่วยบันดาลให้ปิศาจหายไปได้ในที่สุด
📍ท่อน 2
จะตัดไปมาระหว่างเรื่องราวสองเรื่องที่เกิดขึ้นในไบเบิ้ลเหมือนกัน คือ David กับ Bathsheba และ Samson กับ Delilah โดยใช้แก่นเดียวกัน คือ “Hallelujah” ที่อยู่ในบริบทของ “กิเลส”
.
ในคืนหนึ่ง David เดินอยู่บนระเบียงห้องชั้นบน มองลงมาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งอาบน้ำอยู่กลางแสงจันทร์นวลผ่อง หล่อนชื่อว่า Bathsheba เป็นภรรยาของนายทหารผู้หนึ่งที่ไปออกรบอยู่ในขณะนั้น ทั้งๆ ที่ David ก็ยึดมั่นในศีลธรรม แต่ภาพนั้นก็ไม่วายทำให้เขาหวาบหวาม
.
สิ่งที่เพลงไม่ได้พูดต่อก็คือ ในที่สุด David ก็ได้กับ Bathsheba จนกระทั่งนางท้อง ถือเป็นบาปที่ผิดลูกผิดเมียคนอื่น
.
จากนั้นก็ตัดไปอีกเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องแรก
.
Samson เป็นบุรุษทรงพลัง เอาชนะศัตรูไม่ว่ารายไหนได้หมด ก่อนเขาจะเกิดเทวทูตมาขอสัญญาจากมารดาเขาว่าห้ามตัดผมเขาออกเด็ดขาด มิเช่นนั้นพลังจะสูญสิ้น นี่เองคือจุดอ่อนของ Samson
.
ศัตรูของเขามากมายไม่เคยเอาชนะเขาได้ เลยส่งนางนกต่อนามว่า Delilah ไปสืบ ให้นางไปยั่วให้ Samson หลงแล้วหลอกถามความลับข้อนี้
.
นางหลอกล่ออยู่นานจน Samson พลาดท่าเผลอบอกความลับไป นางให้คนมาตัดผมเขา ผลคือเขาถูกทรมานจนตาบอด
.
เขาเปล่งคำว่า “Hallelujah” ออกมาขณะที่ผมถูกตัด เปล่งออกมาด้วยความเจ็บปวดที่หลงไปจำนนต่อหญิงคนรัก...ตรงนี้เองที่เปรียบเทียบกับผู้ร้องในปัจจุบัน ว่าก็มีสภาพไม่ต่างจาก David และ Samson เลย
1
📍ท่อน 3
ตัดกลับมาที่ผู้ร้องเอง เขาว่าเขาเคยอยู่คนเดียวมาก่อนจะเจอเธอ เคยชินกับชีวิตแบบนั้น
.
แต่พอมาเจอ ความทุกข์ก็ถาโถมเข้ามา เพราะสำหรับเขา เธออยู่สูงส่งเกินเอื้อม เหมือนธงที่ปักบนซุ้มประตูชัย ที่ทำจากหินอ่อน เป็นวัสดุสูงค่า
.
แถมยังว่าความรักของตนก็ไม่ใช่ขบวนเดินสวนสนามต้อนรับชัยชนะ ที่พร้อมจะเดินลอดซุ้มประตูนั่นด้วย “Hallelujah” สำหรับเขาคือคนรักที่สูงส่งเกินเอื้อม คือความน้อยเนื้อต่ำใจที่เจ้าตัวรู้สึก
📍ท่อน 4
ผู้ร้องประชดว่าพระเจ้า สัญลักษณ์ของความรัก อาจมีจะจริง แต่ความรักของเขาไม่ช่วยให้เขาสุขเลย
.
ตรงกันข้ามเขากลับมุ่งหาวิธีทำลายชีวิตของคนอีกคนที่แย่งหญิงของตนไป หากเขาจะเปล่งคำว่า “Hallelujah” ออกมา นั่นย่อมไม่ใช่คำสรรเสริญพระเจ้า แต่เป็นคำที่บ่งบอกถึงหัวใจรักที่แหลกสลายไปแล้ว
.
.
พอทราบรายละเอียดแบบนี้ คราวนี้คงไม่ยากที่จะฟังแล้ว
.
แต่เพลงนี้ถือเป็นงานยากชิ้นหนึ่งของผู้แปลเลยทีเดียว แต่พอเข้าใจแล้วก็มีความสุขมากที่ได้แปลเพลงดีๆ เพลงนี้...
🎵 I heard there was a secret chord
That David played, and it pleased the Lord
You don't really care for music, do ya?
Oh it goes like this
The fourth, the fifth
The minor fall, the major lift
The baffled king composing Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
ได้ยินว่ามีคอร์ดลับอยู่คอร์ดหนึ่ง (คอร์ดเพลง หรือดนตรี)
ที่ David เป็นผู้เล่น (พิณ) และพระองค์ (กษัตริย์ Saul) ก็พอพระทัย
เธอไม่สนใจเรื่องดนตรีหรอก...ใช่ไหมล่ะ?
คอร์ดนั้นมันเล่นอย่างนี้นะ
คอร์ด F และคอร์ด G
คอร์ด Am แล้วก็ คอร์ด F
กษัตริย์ David ผู้พิศวง (David ซึ่งต่อมาได้เป็นกษัตริย์) แต่งออกมาเป็นคำร้องว่า Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
🎶 Oh your faith was strong but you needed proof
You saw her bathing on the roof
Her beauty and the moonlight overthrew ya
Well, she tied you to a kitchen chair
She broke your throne, and cut your hair
And from your lips she drew Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
เขา (David) ซึ่งยึดมั่นในศรัทธา แต่ไม่วายต้องถูกทดสอบ
จากระเบียงชั้นบน เขาเห็นสาวงาม (Bathsheba) อาบน้ำอยู่
แล้วความงามของนางกลางแสงจันทร์ก็ทำให้เขาตกตะลึง
เฉกเช่น นาง Delilah มัด Samson ไว้กับเก้าอี้ในครัว
ดับความอหังการ์ของเขา และตัดผมเขาทิ้ง
แล้วนางก็ทำให้เขาต้องเปล่งเสียงออกมาว่า Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
🎵 Baby I’ve been here before,
I’ve seen this room and I’ve walked the floor,
Used to live alone before I knew ya
But I’ve seen your flag on marble arch,
Our love is not a victory march,
It's a cold and it’s a broken Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
เธอเอ๋ย ฉันอยู่ที่นี่มาก่อน
เคยเห็นห้องนี้ พื้นห้องก็เคยเหยียบ เคยเดินมาแล้ว
เคยอยู่คนเดียวก่อนหน้าจะมาเจอเธอ
แต่เธอนั้นอยู่สูง เหมือนธงทิวบนซุ้มประตูหินอ่อน
ความรักของเรามิใช่ขบวนแห่แห่งชัยชนะ
แต่มันเป็น “Hallelujah” ที่เย็นชา เหน็บหนาว และแหลกสลาย
Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
🎶 Maybe there's a God above,
But all I’ve ever learnt from love,
Was how to shoot somebody who outdrew ya,
It's not a cry that you hear at night,
It's not someone who’s seen the light,
It's a cold and broken Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah
พระเจ้า (สัญลักษณ์แห่งรัก) อาจมีจริงก็เป็นได้
แต่ความรักกลับสอนให้ฉัน
.
เฝ้าแต่จะหาโอกาสยิงไอ้คนที่มันฉกชิงเธอไป
ที่เธอได้ยินตอนกลางคืนไม่ใช่เสียงครวญคร่ำร่ำไห้
ไม่ใช่เสียงของคนที่พบทางสว่าง
.
แต่เป็น “Hallelujah” ที่เย็นชา เหน็บหนาว และแหลกสลาย
Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
เวอร์ชัน Jeff Buckley ข้างล่างนี้ ให้เครดิต จอมยุทธท่านพี่บี จากสำนัก ให้เพลงพาไป🎶♥️🎵...ช่วยกรุณาเเนะนำและลิ้งค์มาให้จากในเม้นท์ค่ะ
อยากให้ฟังแบบหลากหลายถ้วนๆcover😊
🔹️Cr: ความหมายในบทเพลงจากกาลเวลา By 'จารย์โอ๋ (เฟซบุค...ไปตามกันได้เลยค่ะ เพจดีมาก)
Have a Nice Sunday 🐕🐕🐕
#แม่เฒ่ากิมฮวย🌼🌼🌼
อ่านบทความย้อนหลังเเละเยี่ยมชมสำนักข้าได้ที่⬇️ https://www.blockdit.com/maetaokimhuay

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา