Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Timeless History (ประวัติศาสตร์ไร้กาลเวลา)
•
ติดตาม
25 พ.ย. 2019 เวลา 05:00 • ประวัติศาสตร์
“ยุคตื่นทองในสหรัฐอเมริกา (Gold Rush) ยุคแห่งทองคำในแคลิฟอร์เนีย” ตอนที่ 3
ชีวิตของนักขุดทอง
วิธีการเดินทางไปแคลิฟอร์เนียจากภาคตะวันออกของสหรัฐอเมริกานั้น หลักๆ มีอยู่สามวิธี และแต่ละวิธีก็ล้วนแต่ยากลำบากและอันตราย
ในระหว่างปีค.ศ.1848-1849 (พ.ศ.2391-2392) คนกว่า 40,000 คนเดินทางไปแคลิฟอร์เนียทางเรือ และอีกราวๆ 48,000 คนเดินทางทางบก
การเดินทางทางบกนั้นเป็นวิธีที่ราคาถูกที่สุด และนักเดินทางก็มักจะเกาะกลุ่มกันไปเป็นขบวนใหญ่ๆ และขี่ม้าหรือโคโดยมีเกวียนตามมาตลอดทาง
ทางที่ไปนั้นมักจะเป็นทางที่ยากลำบากและเปลี่ยว
การเดินทางจากภาคตะวันออกไปแคลิฟอร์เนียใช้เวลาราวๆ เจ็ดเดือน แต่นักขุดทองที่เดินทางทางบกก็ต้องพบเจอกับปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง การถูกงูกัด หรือการดื่มน้ำไม่สะอาดและทำให้เป็นอหิวาตกโรคซึ่งคร่าชีวิตนักเดินทางกว่า 1,500 คนในปีค.ศ.1849 (พ.ศ.2392)
หากนักเดินทางพอจะมีเงินซักหน่อย ก็จะเลือกเดินทางทางเรือ โดยจ่ายค่าเดินทางระหว่าง 200-1,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 6,000-30,000 บาท)
การเดินทางทางเรือนั้นก็ต้องใช้เวลาหลายเดือนไม่ต่างจากการเดินทางทางบก และเมื่อเรือเทียบท่าที่ซานฟรานซิสโก การเดินทางก็ยังไม่สิ้นสุด
นักเดินทางต้องเดินทางต่อไปอีกราว 140 ไมล์ (225 กิโลเมตร) ไปถึงบริเวณที่มีทองคำ และนักขุดทองก็ต้องหาซื้อทั้งเต้นท์ อุปกรณ์ที่ใช้ขุดทอง รวมถึงเสบียง
1
ทุกๆ อย่างที่ซานฟรานซิสโกนั้นแพงกว่าทางตะวันออกมาก แต่นักขุดทองก็ยังคงต้องยอมจ่ายพร้อมความหวังว่าจะพบทองคำ และกลับบ้านอย่างเศรษฐีที่ร่ำรวย
แต่นักขุดทองบางคนก็ไม่มีเงินที่จะซื้ออุปกรณ์หรือใช้ในการเดินทางจริงๆ วิธีที่พอจะช่วยเหลือนักขุดทองเหล่านี้ คือการหานักธุรกิจที่มีเงินซักคน ให้เป็นนายทุนให้
นักธุรกิจที่เป็นนายทุนจะสนับสนุนเงินทุนให้ และเมื่อนักขุดทองเจอทองคำ ก็จะต้องแบ่งทองคำที่พบให้นักธุรกิจที่ช่วยลงทุน
นักขุดทองส่วนใหญ่ไม่เคยออกเดินทางหาทองจริงๆ มาก่อน และพวกเขาก็ไม่รู้เรื่องการทำเหมือง ดังนั้นนักขุดทองเหล่านี้จึงถูกหลอกง่ายและมักเป็นเป้าของ 18 มงกุฎ
พ่อค้าขี้โกงมักหาของต่างๆ มาหลอกขายนักขุดทอง ไม่ว่าจะเป็นครีมทาผิวที่อ้างว่าไวต่อทองคำและสามารถจับเกล็ดทองได้ รวมทั้งหนังสือและแผนที่ๆ บอกว่าจุดไหนที่มีทองคำอยู่เยอะ แต่จริงๆ แล้วข้อมูลในหนังสือและแผนที่ก็เป็นข้อมูลมั่วๆ
ซานฟรานซิสโก ค.ศ.1850 (พ.ศ.2393)
นักขุดทองจะรีบไปยังจุดที่มีทองคำ โดยพวกเขามักจะปักหลักอยู่ในเหมือง ก่อนจะออกหาทองคำในบริเวณริมน้ำรวมถึงร่องน้ำ
เมื่อได้จุดที่จะทำการขุดหาทองแล้ว นักขุดทองก็จะทำการจองบริเวณที่ตนเลือก แต่ก็ไม่สามารถจองได้มากเนื่องจากมีการตั้งกฎ ห้ามจองเนื้อที่มากเกินเพื่อความยุติธรรม
ในเวลานั้น ทองคำนั้นมีอยู่ในแม่น้ำลำธารเป็นจำนวนมาก เนื่องจากกระบวนการทางธรรมชาติที่มีมาเป็นเวลานาน (กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ซึ่งค่อนข้างซับซ้อนและผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร รู้แค่ว่าทองคำในเวลานั้นมีอยู่ในแม่น้ำเยอะจริงๆ)
วิธีการที่นักขุดทองส่วนใหญ่ใช้คือการร่อน
นักขุดทองจะโกยเศษทรายจากในน้ำขึ้นมาโดยกระทะ ก่อนจะทำการร่อนเพื่อหาเศษทองที่อาจจะมีอยู่ในเศษทราย
การออกตามหาทองคำนั้นเป็นงานที่หนัก นักขุดทองต้องทำงานเกือบตลอดเวลา พวกเขาต้องถือถังที่เต็มไปด้วยเศษดินหรือน้ำ คอยหาเศษทอง
และการลงทุนลงแรงขนาดนี้ก็ไม่แน่ว่าจะเจอทองคำเสมอไป
นักขุดทองมักจะทำงานวันละ 12-16 ชั่วโมง และเมื่อพักจากการทำงาน นักขุดทองก็ยังต้องทำอาหารกินเองอีกด้วย
อาหารของนักขุดทองก็มักจะเป็นอะไรง่ายๆ เช่น ถั่ว เบคอน กาแฟ อาหารการกินง่ายๆ
นักขุดทองส่วนมากมักจะไม่ได้อาบน้ำ เสื้อผ้าก็ไม่ได้ซัก หนวดเคราก็รุงรัง พูดง่ายๆ คือโทรมสุดๆ เหตุผลก็เพราะพวกเขาเอาแต่คิดถึงเรื่องการล่าหาทองคำจนไม่สนใจและไม่อยากเสียเวลาไปทำอย่างอื่น
นักขุดทองมักจะเกาะกลุ่มกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ พวกเขาอาจจะมีการแบ่งสิ่งของกันบ้าง รวมถึงมักจะจับคู่กันขุดหาทองคำ
แต่ละค่ายที่นักขุดทองจับกลุ่มกันนั้น มักจะมีแพทย์ที่คอยรักษานักขุดทองด้วย แต่แพทย์เหล่านี้ หลายนายก็เป็นหมอกำมะลอ บางทีก็จ่ายยาให้นักขุดทองโดยคิดราคาแพงเวอร์ เช่น ยาหนึ่งช้อน คิดราคา 100 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,000 บาท) และยาที่ว่าก็เป็นยาปลอม
นักขุดทองบางคนก็อาจจะพาภรรยามาด้วย โดยอาจจะมาช่วยทำอาหารหรือซักเสื้อผ้า (แต่ก็น้อยรายที่จะพาภรรยามาด้วย) รวมถึงบางรายก็พาลูกมาด้วย แต่ก็น้อยมาก
นอกจากขุดทองแล้ว นักขุดทองยังต้องหาเวลาเข้าเมืองเพื่อซื้อเสบียงอีกด้วย และเมื่อเข้าเมือง นักขุดทองก็จะผ่อนคลายด้วยการดื่ม เต้นรำ และเล่นการพนัน
นักขุดทองมักจะชอบถ่ายรูปขณะกำลังหาทองคำ โดยพวกเขามักจะโพสต์ท่ากับอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงทองคำที่ขุดได้ และพวกเขาก็มักจะส่งภาพที่ถ่ายกลับไปให้ครอบครัวเพื่อให้ครอบครัวได้อุ่นใจว่าพวกเขายังปลอดภัย
7
วันอาทิตย์จะเป็นวันหยุดพักจากการทำงาน นักขุดทองจะใช้เวลาที่ว่างจากการตามหาทองคำ เขียนจดหมายกลับบ้าน หรือไม่ก็ออกล่าสัตว์มาเก็บเป็นเสบียง
นักขุดทองเหล่านี้ต่างเหนื่อยล้า เหงา คิดถึงบ้าน แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขายังคงอยู่ที่นี่ เหตุผลมีเพียงข้อเดียว
นั่นก็คือความหวังที่จะพบทองคำ
ในเวลานั้น นักขุดทองบางรายก็พบทองคำเป็นจำนวนมาก และนักขุดทองคนอื่นๆ ก็หวังว่าตนจะโชคดีเช่นนั้นบ้าง
ชีวิตของพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป จะหาทองคำพบหรือไม่
ติดตามต่อในตอนหน้านะครับ
References:
https://www.britannica.com/topic/California-Gold-Rush
https://en.m.wikipedia.org/wiki/California_Gold_Rush
https://www.history.com/topics/westward-expansion/gold-rush-of-1849
https://www.khanacademy.org/humanities/us-history/the-gilded-age/american-west/a/the-gold-rush
https://www.ducksters.com/history/westward_expansion/california_gold_rush.php
http://explore.museumca.org/goldrush/fever12.html
https://dp.la/primary-source-sets/california-gold-rush
14 บันทึก
195
17
16
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
“ยุคตื่นทองในสหรัฐอเมริกา (Gold Rush) ยุคแห่งทองคำในแคลิฟอร์เนีย”
14
195
17
16
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย