24 พ.ย. 2019 เวลา 05:36 • ประวัติศาสตร์
“ยุคตื่นทองในสหรัฐอเมริกา (Gold Rush) ยุคแห่งทองคำในแคลิฟอร์เนีย” ตอนที่ 2
เมื่อผู้คนต่าง “ตื่นทอง”
เมื่อข่าวเรื่องการพบทองคำแพร่กระจายออกไป เหล่าแรงงานในโรงเลื่อยต่างก็ออกตามล่าหาทองคำ
ไม่เพียงแต่คนงานในโรงเลื่อยเท่านั้น แต่คนงานในไร่ของซัตเตอร์ก็ออกหาทองคำและทิ้งงานในไร่ไปเช่นกัน
เริ่มแรก กลุ่มคนที่ออกหาทองคำก็คือพวกคนงานกับคนที่อาศัยในละแวกใกล้เคียง แต่ไม่นาน ข่าวเรื่องทองคำก็ได้กระจายไปยังพื้นที่อื่น
ไม่ถึงสองเดือนหลังการค้นพบทองคำ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในซานฟรานซิสโกก็ได้ตีพิมพ์ข่าวเรื่องการพบทองคำ
ผู้คนที่ได้อ่านข่าวนี้ต่างก็สนใจ แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้เชื่อเรื่องนี้มากนัก
ในยุคค.ศ.1848 (พ.ศ.2391) การติดต่อสื่อสารไม่ได้รวดเร็วเหมือนอย่างทุกวันนี้ ข่าวการค้นพบทองคำจึงไม่ได้กระจายออกไปยังพื้นที่อื่นในเวลารวดเร็ว แต่จะเป็นลักษณะการพูดกัน บอกกันปากต่อปาก
แต่ข่าวการค้นพบทองคำนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นจริงๆ น่าตื่นเต้นซะจนตัวซัตเตอร์ ซึ่งต้องการให้เก็บเรื่องการค้นพบทองคำนี้เป็นความลับ ยังอดไม่ได้ที่จะเขียนจดหมาย เล่าเรื่องการค้นพบทองคำนี้ให้เพื่อนฟัง
ฤดูใบไม้ผลิ ค.ศ.1848 (พ.ศ.2391) คนงานของซัตเตอร์ได้ไปซื้อของใช้และเสบียงในร้านค้าใกล้ๆ กับโรงเลื่อย โดยคนงานได้จ่ายค่าของเป็นทองคำที่ขุดพบ
เจ้าของร้านค้านั้นเป็นชายชื่อ “ซามูเอล แบรนแนน (Samuel Brannan)” ซึ่งในเวลานั้นเขาได้อาศัยอยู่ในซานฟรานซิสโก
แบรนแนนได้ยินเรื่องทองคำ และเขาก็สนใจมาก เขาจึงรีบมุ่งไปที่โรงเลื่อยที่พบทองคำทันที
แบรนแนนไม่ได้คิดจะออกหาทองคำดังเช่นคนอื่นๆ แต่เขาคิดไกลกว่านั้น
เขาวางแผนจะโน้มน้าวและกระตุ้นให้คนจำนวนมากออกตามล่าหาทองคำ และถ้าคนออกตามหาทองคำกันเยอะๆ คนเหล่านั้นก็ต้องมาซื้อของใช้และเสบียงจากร้านค้าของเขา
เขาจะรวยโดยไม่ต้องเหนื่อยออกหาทองคำเหมือนคนอื่นๆ
ซามูเอล แบรนแนน (Samuel Brannan)
แบรนแนนนั้นฉลาดมาก เขาตรงไปยังโรงเลื่อยของซัตเตอร์ และรวบรวมเศษทอง เก็บเศษทองบางส่วนใส่กระป๋อง
เมื่อกลับมายังซานฟรานซิสโก เขาเดินไปตามถนน และชูทองคำที่พบพร้อมตะโกนว่า
“ทองคำจากแม่น้ำอเมริกัน”
เท่านั้นเอง คนจำนวนมากก็ทิ้งงาน ทิ้งทุกอย่างเพื่อมุ่งไปยังที่ดินรอบๆ โรงเลื่อย
ภายในฤดูร้อน แถบเซียร์รา เนวาด้าก็เต็มไปด้วยนักขุดทองกว่า 4,000 คน และภายในเดือนกรกฎาคม เรือจากซานฟรานซิสโกที่ไปยังโอเรก้อนก็ได้กระจายข่าวเรื่องทองคำออกไป และภายในเดือนธันวาคม แคลิฟอร์เนียก็เต็มไปด้วยนักขุดทองกว่า 10,000 คน
1
ผู้คนต่างตื่นเต้นเรื่องการค้นพบทองคำ แม้แต่ประธานาธิบดี “เจมส์ เค. โพล์ก (James K. Polk)” ก็ยังตื่นเต้นกับข่าวนี้
ประธานาธิบดีโพล์กเชื่อว่าชาวอเมริกันมีสิทธิที่จะเข้ายึดครองและครอบครองดินแดนต่างๆ ได้ และท่านประธานาธิบดีก็ต้องการให้ประชาชนย้ายและไปตั้งรกรากทางตะวันตกของประเทศมากขึ้นเพื่อให้ที่ดินรกร้างหรือที่ดินของชนเผ่าพื้นเมืองถูกกลืน กลายเป็นของสหรัฐอเมริกาไปโดยปริยาย
ข่าวการพบทองคำจะช่วยกระตุ้นให้คนย้ายไปทางตะวันตกมากขึ้น
วันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ.1848 (พ.ศ.2391) ประธานาธิบดีโพล์กก็ได้ประกาศว่าข่าวลือเรื่องการพบทองคำที่แคลิฟอร์เนียนั้นเป็นเรื่องจริง
เจมส์ เค. โพล์ก (James K. Polk)
คำยืนยันของท่านประธานาธิบดีทำให้คนทั้งประเทศหูผึ่งและฝันหวานเรื่องทองคำ
ทุกคนต่างมุ่งตรงไปหาทองคำที่แคลิฟอร์เนีย
ดูเหมือนว่าสิ่งที่ซัตเตอร์กังวลไว้จะกลายเป็นจริง ทุกคนมุ่งมาหาทองคำและเขาก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งคนเหล่านั้นได้
ไม่เพียงแค่นั้น เขาเองนั้น นอกจากเป็นเจ้าของโรงเลื่อยแล้ว เขายังมีฟาร์ม มีไร่ของตนเองอีกด้วย ซึ่งเหล่าคนงานในฟาร์ม ในไร่ และกิจการอื่นๆ ของเขาต่างก็ออกจากงาน มุ่งตรงไปหาทองคำ
เมื่อคนงานต่างออกไปหาทองคำกันหมด ไร่และฟาร์มของเขาก็ไม่มีแรงงานเก็บเกี่ยว เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ทำให้เขาเดือดร้อนกว่าเดิมซะอีก
เมื่อข่าวเรื่องทองคำแพร่กระจายไปถึงชายฝั่งตะวันออก ก็เกือบจะถึงฤดูหนาวอีกครั้ง ซึ่งเมื่อถึงฤดูหนาว การเดินทางไปแคลิฟอร์เนียก็จะลำบากเนื่องจากหิมะตกและอากาศที่หนาวเย็น
1
คนจำนวนมากจึงรอให้ถึงฤดูใบไม้ผลิปีค.ศ.1849 (พ.ศ.2392) แล้วค่อยออกเดินทาง
ทหารต่างออกจากกองทัพ อาจารย์ลาออกจากโรงเรียน แทบทุกอาชีพต่างลาออกจากงาน มุ่งไปหาทองคำ
คนส่วนมากที่ออกไปหาทองคำนั้นเป็นคนโสด หรือหากเป็นคนที่แต่งงานแล้วก็มักจะเดินทางไปคนเดียว ทิ้งให้ครอบครัวอยู่บ้าน
สาเหตุที่เหล่านักขุดทองมักจะเป็นคนโสด หรือหากมีครอบครัวแล้วก็มักจะเดินทางไปลำพังก็มาจากหลายสาเหตุ
หนึ่งก็คือคนส่วนใหญ่ไม่มีเงินมากพอที่จะพาทั้งครอบครัวมาด้วยได้
อีกสาเหตุก็คือพวกเขาไม่ได้คิดจะอยู่ที่แคลิฟอร์เนียเป็นเวลานานอยู่แล้ว พวกเขาตั้งใจไปหาทองและตั้งใจจะกลับบ้านพร้อมทองคำเต็มมือ และสาเหตุที่สำคัญที่สุดก็คือ การออกหาทองคำเป็นชีวิตที่ยากลำบากและอันตราย นักขุดทองก็ไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรบ้างระหว่างการเดินทาง ซึ่งชีวิตอย่างนี้ไม่น่าจะเหมาะกับผู้หญิงและเด็ก
เรื่องราวการออกตามหาทองคำจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามต่อในตอนหน้านะครับ
โฆษณา