25 ปีแห่งการเจียระไนฝัน..จากข่างกลสู่การเป็นนักศึกษาแพทย์
ความฝันที่ไม่เลือนหายตามกาลเวลาจนกลายเป็นผลึก ขึ้นกับว่าเจ้าของจะเก็บไว้อย่างนั้นหรือนำกลับมาเจียระไน..เรื่องของคนธรรมดาที่อาจเติมพลังให้หลายคนที่มีฝันเก็บไว้
ภาพจาก 1
คาร์ล เติบโตมาในชุมชนคนผิวดำยากจนในเมืองโอไฮโอ ..ตั้งแต่เด็ก เขาสนใจกลไกการทำงานของสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะร่างกายมนุษย์ จึงใฝ่ฝันที่จะเป็นแพทย์
แต่ในโลกแห่งความจริง คาร์ลเรียนได้ถึงระดับ community collage หรือ ปวส. ก็ต้องออกมาทำงานเพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัว
เขาเริ่มต้นจากทำงานรับจ้างร้านซ่อมรถยนต์ จนขยับตัวเองมาเป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถ..แต่งงาน มีลูก 4 คน มีบ้านเป็นของตนเอง
ในวัย 34 ปี เขาจึงคิดจะเรียนต่ออีก 2 ปีเพื่อให้ได้ วุฒิปริญญาตรี โดยตอนแรกเลือกในสาขาบริหารธุรกิจ.. เขาคิดว่าการเข้า medical school เป็นเรื่องเกินเอื้อมแต่ก็ขอให้ได้เรียนบ้างก็ยังดีจึงลงคอร์สชีววิทยา (Biology)
ปรากฎว่า คาร์ลทำคะแนนคอร์ส biology ได้ดีเยี่ยมจนได้รับกำลังใจสนับสนุนจาก อาจารย์ผู้สอน ทำให้เขากลับมาเชื่อมั่นตนเองอีกครั้ง
"My professor told me that he had no doubt that I had the intellect and work ethic to make it through the more rigorous courses that awaited me"
"..His belief in me removed any doubt I had felt"
คาร์ล ไปสมัครเป็นอาสาสมัครดูแลเด็กในโรงพยาบาล เพื่อศึกษาดูชีวิตแพทย์ในโรงพยาบาลเพื่อให้แน่ใจว่าเขารักวิชาชีพนี้จริงๆ..
เมื่อเขาแน่ใจจึงขายกิจการอู่ซ่อมรถและจบอาชีพช่างกลที่ทำมา 25 ปี เพื่อเข้าเรียนเตรียมแพทย์เริ่มเตรียมตัวสอบ MCAT เพื่อเข้าโรงเรียนแพทย์..โชคดีที่ทุกคนในครอบครัวต่างสนับสนุนการตัดสินใจของเขา
ในที่สุด คาร์ล ในวัย 40 ปีก็ได้รับทุนเข้าเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งแห่ง Northeast Ohio Medical University มหาวิทยาลัยที่มีพันธกิจการผลิตแพทย์เพื่อดูแลผู้ป่วยยากไร้ในชุมชน..แบบที่คาร์ลเติบโตมา
ภาพจาก 2
🍀 เส้นทางการเป็นแพทย์ เทียบระหว่างอเมริกา กับ ไทย
ประเทศไทย : จบ มัธยม 6
1.แพทยศาสตร์บัณฑิตย์ 6 ปี ( MD)
2.ช่วงเป็นแพทย์ฝึดหัด (Internship) 1-3 ปี ทำงานใน รพ.รัฐ เพื่อใช้ทุน
3.วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญ 3-5 ปี แล้วแต่สาขา (Dip.Thai board of... )
4.อาจต่อ อนุสาขาต่อยอด (Dip.Thai subs board of..) อีก 2 ปี
รวมเวลาเรียน 10-16 ปี
ประเทศอเมริกา : จบ high school
1.ป.ตรีสาขาใดสาขาหนึ่ง 4ปี (หรือ community collage 2 ปี+ เรียน major ใดอีก 2 ปี แบบคาร์ล)
2.ช่วงเรียนติวเตรียมเข้าแพทย์ (Pre med) 1-2 ปี
2.แพทยศาสตร์บัณฑิตย์ 4 ปี (MD)
3.วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญ 3-5 ปีแล่วแต่สาขา (Dip Am Board of..)
4.อาจต่อ อนุสาขาต่อยอด (Dip Am subs board of..) อีก 2 ปี
รวมเวลาเรียน 12-17 ปี
🍀ข้อสังเกตความแตกต่าง
นักศึกษาแพทย์ปี 1 อเมริกันมีอายุพอๆ กับนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้ายของไทย..และเป็นเรื่องปกติที่ ศาสตราจารย์ มีภูมิหลังจบ ป.ตรีด้านศิลปะ หรือ เคยทำงานเป็นเด็กเสริฟมาก่อน
อเมริกา ไม่มีระบบบังคับทำงานชดใช้ทุนช่วง internship เพราะผู้เรียนมักต้องรับผิดชอบค่าเรียนเองทั้งหมด และค่าเทอมเรียนแพทย์ในอเมริการาว 1-2 ล้านบาทต่อปี (3)เป็นเหตุให้หมออเมริกันจบใหม่มักมีหนี้ กยศ.สูงๆ กันแทบทุกคน..เว้นแต่จะรับทุนจบแล้วออกมาทำงานในชุมชนที่ขาดแคลนแพทย์
🌻 ทุกงาน ทุกอาชีพมีคุณค่าในตนเองค่ะ..บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาบอกว่าการได้เรียนแพทย์คือสัญลักษณ์ความสำเร็จของชีวิต
เพียงต้องการถอดบทเรียน...
คนที่พบตัวตน โดยใช้เวลาตกผลึกความฝัน
ใช้ประสบการณ์สะสมพลังศักยภาพ
จนวันที่พลังมากพอรวมเป็น เลเซอร์ ใช้เจียระไนผลึกฝันให้แวววาว 🌻
ความคิดเห็น
Fussy Consumer
น่าสนใจมากเลยครับ ในเมืองไทยพอทำได้ไหมครับ ถ้าจบสายศิลป์จะสามารถเรียน Pre med ได้ไหมครับ
11 มี.ค. เวลา 01:41
meeyou
เป็นระบบการศึกษาที่เปิดโอกาสให้ทุกคน คนที่เรียนคงต้องรู้แล้วว่าชอบจริงเพราะอายุพอสมควรครับ
15 ธ.ค. 2019 เวลา 21:23
1
กลอนพาไป
เยี่ยมเลยครับ ทำอะไรก็ตามที่รัก เเละ มี passion มากๆ ย่อมไปได้เร็วเเละไปได้ดีครับ 👍🏻👍🏻👍🏻
13 ธ.ค. 2019 เวลา 10:45
1