26 พ.ย. 2019 เวลา 04:15 • การเมือง
📌 บทความหลังกรงขัง รุ่งศิลา ๕.
☆ วิถีสยามวัฒนธรรมการแย่งชิงอำนาจ...
ฆ่าฟันกันย่อยยับ ☆
อาวุธ.."ความกลัว" ทำให้ผู้คนกลัวจนไม่กล้าคิด พลเมืองที่หวาดกลัวจะไม่กล้าปริปากหรือคัดค้าน...ศัตรูของ "สิทธิเสรีภาพ" คือ "อำนาจ"
ปรากฏการณ์..."ปากกระบอกปืนปิดปากเสรีภาพ" ด้วยความกลัวและการยอมจำนนของผู้ด้อยอำนาจยังคงเป็นความจริง อำนาจของผู้มีอาวุธยิ่งใหญ่กว่าเสียงของประชาชนเสมอ
"เผด็จการ" ..มักพูดว่า.."Might is Right" หรือ อำนาจคือธรรม The end justifies the mean" .. เพื่อให้บรรลุถึงสิ่งที่ตนเองจะทำโดยไม่คำนึงถึงวิธีการที่ใช้ว่าจะถูกต้องหรือไม่...แต่การใช้อำนาจดังกล่าวไม่ยั่งยืนถาวร ไม่เป็นอำนาจที่แท้จริงเพราะอำนาจนั้นขาดความเป็นธรรม หากผู้มีอำนาจ..ใช้อำนาจอิทธิพลเข้ามาเป็นผู้ปกครองแล้วใช้อำนาจนั้นหาผลประโยชน์โดยไม่ถูกต้อง
👨🎓ฌอง ฌาคส์ รุสโซ (Jean Jacque Rousseau)
นักปรัชญาชาวฝรั่งเศส AD.1712-1778 กล่าวไว้ว่า...
"การใช้กำลังจะอยู่ได้ไม่นาน ตราบที่การใช้กำลังอำนาจไม่ได้แปลงไปสู่สิทธิอันชอบธรรม อำนาจนั้นจะไม่จีรังยั่งยืนอยู่กับใครได้ตลอด"
ผู้ปกครองเช่นนั้นจะถูกต่อต้าน ตามแนวทางของระบอบปกครองนั้น
ถ้าเป็นระบอบเผด็จการก็จะถูกโค่นอำนาจด้วยกำลัง กรณีการได้อำนาจมาโดยพลการอย่างไร้ยางอาย ..แล้วตั้ง"นายกรัฐมนตรีเถื่อน" สำเร็จ ด้วยอำนาจเถื่อน แปลความหมายถึง...การใช้อำนาจบังคับและประชาชนไม่ได้เลือก สิ่งที่เราจะได้ก็คือ.."ระบบการปกครองเถื่อน" ซึ่งในทางเดียวกันฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองก็ย่อมสามารถใช้วิธีการเถื่อนๆ เลียนแบบล้มล้างอำนาจ "รัฐเถื่อน" ได้เช่นกัน ..เป็นไปตาม.. "ทฤษฎีแสวงหาเสรีภาพจากปากกระบอกปืน"
การก่อ "รัฐประหาร" (Coup d'etat) ยึดอำนาจ เป็นเงื่อนไขสร้างความขัดแย้งทางการเมืองอันอาจนำไปสู่.."สงครามการเมือง"(Civil War) ตามที่องค์กรด้านมนุษยธรรม .. 🌐อินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป (International Crisis Group) ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์ประเทศไทย ระบุแนวโน้ม เหตุการณ์ยึดอำนาจรัฐบาลกรุงเทพฯ ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2527 ว่า...
อาจจะซ้ำรอยรัฐประหารปี พ.ศ.2534 และปี พ.ศ.2549 เพราะหลังจากนั้นเหตุการณ์นองเลือด...พฤษภาทมิฬ'2535 และเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ ด้วยการใช้กระสุนจริง 99 ศพ...เมษา/พฤษภา'2553 หลังการรัฐประหาร'2557 ..ซึ่งคาดว่าจะเป็นครั้งที่มากด้วยความรุนแรง และความเสียหายกว่าทุกๆเหตุการณ์รวมกัน นับแต่ 14 ตุลาคม 2516 เป็นต้นมา เป็นทั้งคำทำนายและคำเตือน ...
️🔥 14 ตุลาคม 2516 ... นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ลูกฮือขึ้นต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหาร ถนอม-ประภาส และฝ่ายรัฐทหารส่งกำลังเข้าปราบปราม จนเลือดนองถนนราชดำเนิน มีผู้เสียชีวิต 77 คน บาดเจ็บ 857 คน สุดท้าย..ทรราชถนอม-ประภาสม-ณรงค์ ต้องหลบหนีออกนอกประเทศ หลังเหตุการณ์ ..14 ตุลาคม'วันมหาวิปโยค .. ทำให้ประเทศไทยก้าวพ้นจากอำนาจเผด็จการทหารซึ่งพ่ายแพ้พลังประชาชน เข้าสู่ยุค..ประชาธิปไตย..ในขณะเดียวกันก็นำความเข้มแข็งมาสู่ "ขบวนการศึกษา" ..ที่ยิ่งเติบใหญ่ฝ่ายชนชั้นนำอำนาจเก่า..ก็ยิ่งหวาดผวา
🔥 6 ตุลาคม 2519 ... มีการวางแผนเป็นขั้นตอนโดยใช้ข้ออ้างใส่ร้ายป้ายสีว่า.."หมิ่นสถาบันเบื้องสูง" และเป็น "กบฏ" ฝักไฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์ สะสมอาวุธสงครามร้ายแรง ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มุ่งหวังกวาดล้าง.. "ขบวนการนักศึกษา" ให้หมดสิ้น ด้วยแผนการปลูกฝังอุดมการณ์แนวคิดแบบ "ฟาสซิสต์" สมัยใหม่ ในความรักชาติและสถาบัน ...จัดตั้งฝึกฝนกองกำลังกึ่งทหารอาทิ..นวพล,กระทิงแดง,ลูกเสือชาวบ้าน ฯลฯ พร้อมทั้งจัดการปลุกระดมมวลชนฝ่ายขวา ร่วมกับเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธสงครามครบมือ เข้าล้อมปราบปรามและสังหารหมู่ นักศึกษาและประชาชน หญิงชายมือเปล่า ด้วยความโหดเหี้ยมอำมหิต กว่า 42 ศพ บาดเจ็บนับร้อย หลายพันคนถูกจับ พร้อมประกาศ"รัฐประหาร" ในเย็นวันเดียวกันโดยกลุ่มอำนาจผู้วางแผนการติดตามมาด้วย การกวาดล้าง ไล่ล่า จับกุม ..ส่งผลให้ นิสิต,นักศึกษาและประชาชน ซึ่งเป็นปัญญาชนคนหนุ่มสาวหลายพันคน หลบหนีมุ่งหน้าสู่ชนบทป่าเขา เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ประกาศต่อสู้กับรัฐบาลทหารไทยด้วยกำลังอาวุธทำให้กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย (พคท.) เติบโตขึ้นชนิดก้าวกระโดด และเปิดการสู้รบรุนแรงลุกลามไปทั่วประเทศ นับเป็น.."สงครามกลางเมือง" (Civil War) ครั้งแรกของประเทศไทย ..ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เพิ่มขึ้นอีกนับหมื่นคน ในระยะเวลา 5 ปี (พศ 2519-2523)
🔥 17-20 พฤษภาคม 2535 ... การต่อสู้ของภาคประชาชนคนชั้นกลางในเมืองหลวง ในบริบททับซ้อน บนความขัดแย้งแก่งแย่งอำนาจของกลุ่มทหารบก 2 กลุ่มรุ่น ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนในโครงสร้างอำนาจที่มีมาแต่เดิม การสั่งสมความขัดแย้ง ก่อให้เกิดความไม่พอใจ แก่กลุ่มชนชั้นนำอำนาจเก่า ...นำไปสู่ปลุกระดมประชาชนออกมาประท้วงขับไล่..รัฐบาลเผด็จการทหาร..อีกครั้ง ซ้ำรอยประวัติศาสตร์..เพราะ เผด็จการ ส่งทหารออกมาปิดล้อมดาหน้าสาดกระสุนปืนสงคราม..กวาดล้างสลายการชุมนุมของประชาชน เลือดนองถนนราชดำเนิน บาดเจ็บล้มตายกว่า 45 ศพ สูญหาย 500 คน ส่วนใหญ่คงเป็นศพสาบสูญ ..จบลงด้วย รัฐบาลเผด็จการ และทหาร 2 กลุ่ม คู่ปฏิปักษ์ ..รามือต่อกันและยอมลาออก ...กองทัพถูกกดดันให้ถอยห่างออกจากการเมืองไทย อย่างจำใจ...จบฉากเหตุการณ์.."พฤษภาทมิฬ' 2535"
🔥 เมษายน-พฤษภาคม 2553 ... ยุครัฐบาลพลเรือนพรรคประชาธิปัตย์ อ้างว่ามี ผู้ก่อการร้าย "ชายชุดดำ" ในการชุมนุมทางการเมือง ของ "คนเสื้อแดง" มีเบื้องหลังที่จะ "ล้มเจ้า" จึงออกคำสั่งให้กองทัพเข้าปราบปรามผู้ชุมนุมอย่างรุนแรงโหดเหี้ยม ยิ่งกว่ารัฐบาลเผด็จการทหารในอดีตที่ผ่านมาเสียอีก ...หลังจบสิ้น "ยุทธการรุมยิงนกในกรง" ปรากฏผลงานมีประชาชน ผู้ชาย,ผู้หญิงและเด็ก มือเปล่าถูกส่องกล้องลั่นไกสังหาร ล้มตายอนาถกว่า 99 ศพ บาดเจ็บกว่า 3,000 คน โดยปราศจากอาวุธ "ขบวนการประชาชน" ผู้เรียกร้องสนับสนุนวิถีทาง "ประชาธิปไตย" สวมเสื้อแดง ถูกใส่ร้ายป้ายสีให้ชั่วช้าเผาบ้านผลาญเมือง ต้องการล้มล้างสถาบันกษัตริย์ จึงต้องถูกกำราบฆ่าให้ตายเป็นใบไม้ร่วงได้อย่างถูกต้องชอบธรรม กลางเมืองหลวงของประเทศ
📍 เหตุที่มี... 14 ตุลาคม'2516 "วันมหาวิปโยค"... ตามด้วย 6 ตุลาคม'2519 "วันฆ่าพิราบ"...ต่อมาเป็น พฤษภาคม'2535 "พฤษภาทมิฬ"...และท้ายสุด เมษายน-พฤษภาคม' 2553 "ยุทธการรุมยิงนกในกรง" ... เป็นแค่เพียงความบังเอิญของปรากฏการณ์ซ้ำซาก ที่ถูกกลบเกลื่อนด้วยการไม่ยอมพูดถึง ไม่สรุปบทเรียนเพื่อที่จะลืมและประนีประนอม ให้อยู่ร่วมกันต่อไปได้ในสังคม ..หรือว่าแท้จริงเป็นวิถี วัฒนธรรมการฆ่าฟัน เท่าที่เคยปรากฏมาแต่เก่าก่อน
🏯 การแก่งแย่งชิงอำนาจฆ่าฟันกันอย่างย่อยยับ...ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาเมื่อ 600 ปี จนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งมีการปฏิวัติแย่งอำนาจกันเรียกว่า "Palace Revolution" เรื่อยมาที่ถือเป็นเรื่องธรรมดา เป็นความปกติในความคิดแบบไทยๆ (สยาม)
💰"สมบัติผลัดกันชม" ในการช่วงชิงขึ้นมามีอำนาจ จึงต้องรบราฆ่าฟัน และมักจะจบลงด้วยการประหารคู่แข่งทางการเมือง วงศ์วานว่านเครือของผู้ครองอำนาจคนเก่าซึ่งใช้วิธี...ฆ่าล้างครัว.."กุดหัว 7 ชั่วโคตร" ..ชนิด "ตัดหวายอย่าไว้หนามหน่อฆ่าพ่ออย่าไว้ลูก" คือไม่เหลือเลือดเนื้อเชื้อไขของฝ่ายตรงข้ามให้เติบโตหวนกลับมาล้างแค้นช่วงชิงอำนาจคืน เพื่อความปลอดภัยในการรักษาอำนาจที่ชิงมาได้...การประหาร 7 ชั่วโคตร จึงเป็นเรื่องที่กล่าวถึงกันอย่างน่ากลัว การประหารศัตรูทางการเมืองในช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ปรากฏตามข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์ ..การแย่งชิงอำนาจในราชสำนักอยุธยา..ดังที่รัชกาลที่ 5 ได้สรุปธรรมเนียม "ฆ่าเททิ้งเปลี่ยนรัชการ" ไว้ดังนี้
🔸️ แผ่นดินพระเจ้าทรงธรรม
รัชกาลที่ 22 พ.ศ.2553-2171.. ฆ่าขุนนางเก่าครั้งสมัยเจ้าฟ้าศรีเสาวภาคย์
🔸️ แผ่นดินพระเจ้าปราสาททอง
รัชกาลที่ 25 .. พ.ศ.2172-2199 .. ฆ่าขุนนางเก่าของพระเจ้าทรงธรรม(พี่) แต่เห็นจะน้อย
🔸️ แผ่นดินพระนารายณ์
รัชกาลที่ 28 .. พ.ศ.2199-2231.. ฆ่าล้างขุนนางพวกเจ้าฟ้าไชย(พี่ต่างแม่), พระศรีสุธรรมราชา(อา) เกือบหมดเปลี่ยนใหม่ทั้งสำรับ
🔸️ แผ่นดินพระเพทราชา
รัชกาลที่ 29 .. พ.ศ.2231-2246 .. ฆ่าขุนนางสมัยพระนารายณ์, และกบฏเมืองนครราชสีมาเรียกได้ว่าเกือบหมด
🔸️ แผ่นดินพระเจ้าเสือ
รัชกาลที่ 30 .. พ.ศ.2346-2351.. ฆ่าขุนนางที่นิยมเจ้าพระขวัญ(ลูกพระเพทราชา) และพวกพระพิไชยสุรินทร์(หลานพระเพทราชา)
🔸️ พระเจ้าท้ายสระ
รัชกาลที่ 31.. พ.ศ.2251-2275 .. ไม่ต้องฆ่าใครเพราะพระเจ้าเสืออยู่ในราชสมบัติ ไม่กี่ปี ขุนนางมีน้อยไม่ทันตั้งครบ
🔸️ แผ่นดินพระเจ้าบรมโกศ
รัชกาลที่ 32 .. พ.ศ.2275-2301 .. ชาววังหลวงตายเกือบหมด ทั้งถอดยศลดชั้นขุนนางเก่า
* หมายเหตุ .. พระมหากษัตริย์ในสมัยอยุธยา มี 34 พระองค์
🗡👑 ในการแก่งแย่งอำนาจต่างต้องการเถลิงอำนาจเหนือผู้อื่น เมื่อกลัวจะโดนฆ่าจึงต้องชิงทีลงมือฆ่าเสียก่อน ช่วงระหว่างเวลา 90 ปี นับแต่สมัย..พระเจ้าทรงธรรม..จนถึงสมัย..พระเจ้าบรมโกศ.. ฆ่าเททิ้งกันเสีย 7 ครั้งเฉลี่ย 13 ปี ฆ่ากันทิ้ง 1 ครั้ง ..ถ้ารอดตายก็ถูกถอดเป็นไพร่หลวง กับตะพุ่นหญ้า ..ดังคำพูด ..ผู้ดีกลายเป็นไพร่
มีวลีเด็ดแดกดันที่ว่า...
"เมืองไทยไปไม่ถึงไหน เพราะทหารบ้าอำนาจ นักการเมืองละโมภ และประชาชนโง่เขลา"
ปัจจุบัน...เป็นยุคที่เรียกได้ว่า ทุกแห่งหนอะไรก็ต้องทหารหรือยุคทหาร...,บนเจตนารมณ์ที่จะกวาดล้างเสรีภาพของพลเมือง ในทุกช่องทางที่แสดงออกทางการเมือง ให้ราบเรียบโดยสิ้นเชิงอันเป็นการถอยหลังไปเกาะอยู่กับหลักความคิดเห็นยุคสมัยอยุธยานั้นทีเดียว
ความเลวร้าย กรณี 6 ตุลาคม'19 เป็นการ "ฆ่าเททิ้ง" เพื่อแย่งชิงอำนาจจากมือประชาชน เริ่มตั้งแต่ข้อเท็จจริงที่ว่า ...การปราบปรามนักศึกษา,ประชาชน,กรรมกร,ชาวนาหัวก้าวหน้า และชาวบ้าน อย่างนองเลือด เกิดขึ้นในช่วงปี 2518-2519 ..ผู้นำชาวบ้าน,ผู้นำสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศ ถูกลอบสังหารเสียชีวิต 18 คน ...คลื่นการสังหารและฆาตกรรมประชาชนเกิดขึ้นก่อน แต่น้อยกว่า...การปิดล้อมสังหารหมู่ในคราวเดียว วันที่ 6 ตุลาคม 2519 ..บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สนามหลวง หลังการบุกโจมตีกวาดล้างโดย..ตำรวจตระเวนชายแดน, คอมมานโดกองปราบ และกองกำลังจัดตั้งกึ่งทหารทั้ง..นวพล,.กระทิงแดง,.ลูกเสือชาวบ้าน และประชาชนกลุ่มปฏิกิริยาฝ่ายขวา
"เตือนน้องๆนักศึกษาด้วยว่า...เขาจะฆ่าพวกคุณจริงๆ ขณะนี้ผมไม่มีกำลังจะคัดค้านแล้ว"
พลเอกกฤษณ์ สีวะรา..ได้ส่งข่าวผ่าน นายไขแสง สุกใส อดีตสส. หลังจากพ้นหน้าที่ ผบ.ทบ. (14 ตค.16-30 เมย.18) ซึ่งขณะอยู่ในตำแหน่ง ได้ขัดขวางความพยายามในการก่อรัฐประหารของกลุ่มฝ่ายขวาในกองทัพ ที่เตรียมจะลงมือใน..เดือนกรกฎาคม 2518
พลเอก กฤษณ์..ถึงแก่อนิจกรรมระหว่างดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในวันที่ 23 เมษายน 2519 ..หลังจากนั้นไม่นาน..คำเตือนดังกล่าวก็ได้เกิดขึ้นจริง ช่วงเช้าตรู่ของ วันที่ 6 ตุลาคม 2519 "วันฆ่าพิราบ"
...เหตุการณ์เหล่านี้คือความบังเอิญ ฤาเป็นวิถีแห่งสยาม สืบต่อวัฒนธรรมในการแย่งชิงอำนาจแบบไทยๆด้วยวิธีการฆ่า"...
ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นใน เดือนตุลาคม '2519 อธิบายบรรยากาศทางการเมืองภายหลัง ..รัฐประหารประเทศไทย พ.ศ.2557 ..ว่าจะนำไปสู่ความรุนแรงอีกครั้ง สิ่งเหล่านี้จะวนครบวงจร กลับมาเป็นความรุนแรงหรือไม่ ยังเป็นประเด็นที่น่ากังวล ซึ่ง.. Human Rights Watch เฝ้าติดตามดูอย่างใกล้ชิด
" ถ้าวันหน้า.. มีรัฐประหาร มีเผด็จการ ก็มี 14 ตุลาคม ได้อีก..แต่หลักการที่ควรจะทำจะต้องมีอยู่ต่อไป พวกเราเป็นเพียงเชื้อเพลิงอันแรกเท่านั้นที่จะให้แสงสว่าง ให้เขาตื่นขึ้น "
..👨🎓ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์
ไม่กี่เดือนของการสังหารหมู่ 6 ตุลา'19
รุ่งศิลา💕
๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๐
☘️🍁🍀🍂🍃 สารบัญ 🍃🍂🍀🍁☘️
บทกวี,บทความการเมือง "รุ่งศิลา"
นับแต่พุทธศักราชศก ๒๕๔๘
โศลกทมิฬถิ่นกาขาว
บทความรุ่งศิลา
บทกวีหลังกรงขัง
✒️ ผมอัพเพจซีรี่ส์นี้ เพื่อรวบรวมงานเขียน บทความ .. ขณะถูกคุมขังอยู่ในคุก โดยอำนาจเผด็จการทหาร ช่วงปี พ.ศ.2557 - 2562 รวมระยะเวลากว่า 4 ปี 11 เดือน 18 วัน .. ระหว่างการต่อสู้คดีในศาลทหาร โดยไม่ได้ประกัน ใช้เวลายาวนานที่สุดในประเทศไทย ซึ่งสืบพยานได้เพียง 3 ปาก แปลความง่ายๆคือ "ขังลืม" ทรมานให้ยอมแพ้

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา