27 พ.ย. 2019 เวลา 06:46 • การเมือง
📌 บทความหลังกรงขัง รุ่งศิลา ๖.
☆ จุดจบของ...เผด็จการนักรัฐประหาร ☆
“ รัฐบาลใด...ที่กดขี่ปราบปรามการคัดค้านอย่างสันติ มิได้แสดงถึงความเข้มแข็งใดๆ แต่กลับเป็น การแสดงความอ่อนแอ และความหวั่นกลัวออกมาต่างหาก...ระบอบที่กลัวประชาชนของตนย่อมพังทลายในที่สุด ในทางกลับกันสถาบันที่แข็งแกร่งใด ซึ่งสร้างขึ้นด้วยความเห็นพ้องยอมรับของคนใต้ปกครอง ย่อมดำรงอยู่ได้ยาวนาน ...แม้บุคคลหนึ่งคนใดจะตายจากไปก็ตาม...
ส่วน ..ผู้นำ.. คนใดที่แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ได้อยู่ในตำแหน่งแห่งอำนาจ ถือเป็นความล้มเหลวอย่างยิ่งในการสร้างประเทศชาติเพื่อประชาชนของตัวเองเพราะไม่มีใครสามารถอยู่ในอำนาจได้นิรันดร์ ”
สุนทรพจน์...🇺🇸 ปธน. บารัค โอบามา
ณ.ที่ประชุมใหญ่ องค์การสหประชาชาติ 🌐
วันที่ 28 กันยายน 2559
💥 จุดจบของเผด็จการอำนาจในอดีต ที่ได้อำนาจรัฐมาโดยการรัฐประหาร สะท้อนให้เห็นได้จาก
 
1. กระทำในสิ่งเดียวกัน ..ที่ยกเป็นเหตุผลในการยึดอำนาจรัฐประหาร ซึ่งใช้เป็นเหตุผลซ้ำๆแทบทุกครั้ง คือ นักการเมือง ทุจริตคอร์รัปชั่นโกงกินบ้านเมือง แต่เมื่อการครองอำนาจผ่านไป การณ์ปรากฏว่า.. ผู้ทำรัฐประหารและพวกพ้องกลับร่ำรวยมั่งคั่งผิดกว่าเดิม เช่น...
▪︎การยึดทรัพย์ 👮เผด็จการ สฤษดิ์ ธนะรัชต์
▪︎การยึดทรัพย์ 👮เผด็จการถนอม-ประภาส-ณรงค์ ให้ตกเป็นของแผ่นดิน
▪︎การเปิดเผยทรัพย์สิน หัวหน้าคณะรัฐประหาร’ 2534 ภายหลังสิ้นชีวิตของ 👮พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ที่มีการฟ้องร้องแย่งชิงสมบัติกันในหมู่ภรรยา มูลค่ากว่า 4 พันล้านบาท...
▪︎ล่าสุด รัฐประหารกรุงเทพ’ 2557 กรณีวิกฤติศรัทธา 🌴“อุทยานราชภักดิ์” ได้บ่อนทำลาย ความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ความสะอาดของ ผู้นำทหารที่ก่อการรัฐประหาร... ซึ่งยังไม่นับกรณีอื่นๆ ที่กำลังเปิดเผยติดตามมา
2. บีบบังคับจำกัด ..สิทธิเสรีภาพ.. ของประชาชนเป็นเวลานาน
ผลจาก...กฎหมายของเผด็จการ ด้วยการปิดปากสื่อสารมวลชน จำกัดการรับรู้ข่าวสารข้อมูล บิดเบือนข้อเท็จจริงโดยการ 📣"โฆษณาชวนเชื่อ" (Propaganda) ..ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของประชาชน
"เผด็จการ" กลัวการวิพากษ์วิจารณ์ ที่จะเปิดเผยให้เห็นเนื้อแท้ แห่งข้อเท็จจริง ซึ่งบิดเบือนความล้มเหลวไม่เป็นท่าของตนและคณะ อันมิอาจสามารถกระทำการได้ผลสำเร็จ เลอเลิศสมปรารถนาดังที่ได้โฆษณาชวนเชื่อไว้ ...🗣"กองทัพจะคืนประชาธิปไตยให้แก่สังคมไทยโดยเร็ว" กลายเป็นเรื่องที่ไม่มีความน่าเชื่อถือแต่อย่างใดทั้งสิ้น การรับปากกับประชาคมระหว่างประเทศ ไว้อย่างหนึ่ง แต่กลับปฏิบัติจริงอีกอย่างหนึ่ง สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า การไม่ยึดหลักที่จะต้องทำตามสัจจะสัญญาของตัวเอง อีกทั้งยังปรากฏในทางปฏิบัติถึงการกระชับอำนาจของระบอบ .. เผด็จการทหาร.. ที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
3. การนำเอากฎหมายหมิ่นเบื้องสูง มาตรา ๑๑๒ มาใช้เป็นเครื่องมือในการข่มขู่ผู้คน สร้างบรรยากาศแห่งความน่าสะพรึงกลัวในทุกอณูของสังคม ..เพราะพลเมืองที่หวาดกลัวจะไม่กล้าปริปากหรือคัดค้าน
...ภายหลังเหตุการณ์ประกาศยึดอำนาจ “รัฐประหารกรุงเทพ’ พ.ศ.๒๕๕๗” .. มีบุคคลจำนวนมากที่ถูกคำสั่งเรียกเข้ารายงานตัวกับ.. คณะรัฐประหาร.. แล้วได้รับการปล่อยตัว โดยมีข้อแม้ ..ไม่ให้เคลื่อนไหวทางการเมือง.. ถ้าฝ่าฝืนจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีหมิ่นฯ มาตรา ๑๑๒ ...แสดงให้เห็นว่ามีการนำเอากฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ มาเป็นเครื่องมือข่มขู่ผู้ต่อต้าน
🖤 "การตีความตามใจตน" ...เปิดทางให้ใครก็สามารถแจ้งความฟ้องร้องกล่าวโทษได้ จึงเป็นการเปิดโอกาสสำหรับการใส่ร้ายป้ายสี ทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ ใช้ทำลายฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง และลิดรอนสิทธิมนุษยชนชนโดยกลไกของรัฐ ...ประเด็นสำคัญ ที่ขาดความเป็นธรรม คือ.. การไม่ให้ได้รับสิทธิการประกันตัว โดยต้องถูกควบคุมตัว ส่งขังคุกทันที หลังถูกแจ้งความกล่าวหา
🔎 ทฤษฎีว่าด้วย.. “ความจงรักภักดี” นั้น เป็นเครื่องมืออันทรงประโยชน์ของ “เผด็จการอำนาจ” ที่ไว้ช่วยกวาดต้อน ความไม่พอใจทั้งหลายทั้งปวง ให้มุ่งไปสู่ทิศทางเดียวโดยเฉพาะคือ ...นโยบายกวาดล้างประชาชน ผู้คิดต่างทางการเมือง ...เสรีชนที่มิยอมก้มหัว ซึ่งคัดค้านต่อต้านการรัฐประหารทุกรูปแบบ ด้วย 🗡 “อาวุธความจงรักภักดี” ประสิทธิภาพสูง
▪️กรณี... หมิ่นพระบรมเดชานุภาพฯ มาตรา ๑๑๒ ..ถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่จะนำหายนะมาให้.. “คณะรัฐประหารกรุงเทพฯ” และจะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ สั่นคลอนอย่างน่าเป็นกังวล
 
▪️กรณีตัวอย่าง...ประเทศเยอรมนี ในสมัย👑 พระเจ้า วิลเฮล์ม ไกเซอร์ที่ 2 (Emperor Keiser Wilhelm ii , BE.2402-2484) ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ ที่มีการจับกุมดำเนินคดี พลเมืองเยอรมัน จำนวนมากในคดี หมิ่นพระบรมเดชนุภาพจักรพรรดิเยอรมัน เข้าคุกมากที่สุด ..ก่อให้เกิดการประท้วง ลุกลามเป็นจราจลขึ้นทั่วประเทศเยอรมนี นำไปสู่ความเสื่อมศรัทธาในระบอบ "ราชาธิปไตย" (Monarchy)
...ท้ายที่สุดแล้ว 👑 สถาบันกษัตริย์ราชวงศ์ โฮเฮน ซอลเลิน (Hohenzollen Dynasty) ของเยอรมัน ก็ปลาสนาการล่มสลาย เปลี่ยนแปลงการปกครองไปเป็นระบอบ "สาธารณรัฐ" (Republic) ก่อนสิ้นรัชสมัยของพระองค์เสียอีก
ภาวะ “เผด็จการ” (Under Dictatorship) ..ปราศจากความมั่นคง ผู้นำที่แข็งกร้าวในวันนี้ จะกลายเป็นประกายไฟ สำหรับการปฏิวัติในวันพรุ่งนี้...
“เผด็จการอำนาจ”(Authoritative Power) สามารถคุมขังฝ่ายตรงข้ามได้ แต่ไม่สามารถจำขังความคิดทั้งหลายได้,... สามารถควบคุมการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ แต่ไม่อาจสามารถเปลี่ยนความมดเท็จ เป็นสัจจะได้
 
🗣 “ รัฐบาลที่กลัวประชาชนของตัวเอง สุดท้ายแล้วจะพังพินาศ ”
 
รุ่งศิลา💕
๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๑
 
☘️🍁🍀🍂🍃 สารบัญ 🍃🍂🍀🍁☘️
บทกวี,บทความการเมือง "รุ่งศิลา"
นับแต่พุทธศักราชศก ๒๕๔๘
โศลกทมิฬถิ่นกาขาว
บทความรุ่งศิลา
บทกวีหลังกรงขัง
✒️ ผมอัพเพจซีรี่ส์นี้ เพื่อรวบรวมงานเขียน บทความ .. ขณะถูกคุมขังอยู่ในคุก โดยอำนาจเผด็จการทหาร ช่วงปี พ.ศ.2557 - 2562 รวมระยะเวลากว่า 4 ปี 11 เดือน 18 วัน .. ระหว่างการต่อสู้คดีในศาลทหาร โดยไม่ได้ประกัน ใช้เวลายาวนานที่สุดในประเทศไทย ซึ่งสืบพยานได้เพียง 3 ปาก แปลความง่ายๆคือ "ขังลืม" ทรมานให้ยอมแพ้
.
.

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา