The last lecture..เมื่อพยาบาลมะเร็งเป็นมะเร็ง
เราเรียนรู้เพียงเพื่อรู้ว่า.."ไม่รู้อะไรเลย"
"Dear Every Cancer Patient I Ever Took Care Of, I’m Sorry. I Didn’t Get It"
"ถึงคนไข้มะเร็งที่ฉันเคยดูแล..ฉันขอโทษที่ตลอดมาไม่เคยเข้าใจคุณ"..
เป็น blog ที่ ลินเซย์ นอริส พยาบาลเฉพาะทางมะเร็งวิทยา คุณแม่ลูกสอง เขียนภายหลังทราบว่าตนเองเป็นมะเร็งลำไส้ระยะสาม
ลินเซย์ ใฝ่ฝันเป็นพยาบาลตั้งแต่อายุ 5 ขวบ เธอรักในอาชีพนี้มากจนสามารถเป็นกัวหน้าพยาบาลเฉพาะทางมะเร็งวิทยา(Oncology nurse) ของมหาวิทยาลัยเคนซัส พร้อมกับมีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น
จนเมื่อลินเซย์ คลอดลูกคนที่สอง เธอเริ่มรู้สึกปวดหน่วงทวารหนักเวลาถ่าย แต่เธอคืดว่าน่าจะเป็นผลจากการตั้งครรภ์..แต่เวลาผ่านไป 10 เดือนก็ยังไม่หาย จึงได้พบแพทย์ตรวจทวารหนักพบก้อนเนื้องอกที่ทวารหนักขนาด 5 เซนติเมตร
ฉันไม่เคยรู้เลยว่า เวลา 10 นาทีนั่งรอฟังผลชิ้นเนื้อ มันเป็นความรู้สึกที่ทรมานยาวนานเหมือน 10 ปี...และผลออกมาว่า "เป็นมะเร็ง และมีการกระจายไปต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียงแล้วด้วย"
ความรู้สึกต่อสามี "จริงอยู่ตอนแต่งงานเราสาบานจะดูแลจนแก่เฒ่า แต่ฉันก็อดไม่ได้จะรู้สึกผิดที่พาชีวิตเขามาเจออะไรแบบนี้.."
ความรู้สึกต่อลูก "ฉันไม่สามารถนอนหลับลงได้ เมื่อคิดถึงการต้องจากพวกเขาไปตอนนี้โดยไม่ได้ร่ำลา"
ลินเซย์พาครอบครัวไปห้องเคมีบำบัด บอกลูกๆว่าแม่กำลัง "รับยาพิเศษ"
แต่หลังจากได้รับกำลังใจจากครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และที่สำคัญผู้ป่วยมะเร็งที่เธอดูแลอยู่...
ลินด์เซย์ ก็กลับมา "living with cancer" ด้วยใจเบิกบาน
ขณะที่นอนบนเครื่องทำ MRI แทนที่จะเป็นเสียงตึงๆๆ น่ากลัวอย่างที่คาด กลับมีเสียงเพลงเปิดคลอ คือ "Here comes the sun" ของ the beatle ณ นาทีนั้น ฉันตั้งใจจะทำให้ theme ชีวิตเป็นแบบเพลงนี้..
ลินเซย์กับถุงหน้าท้อง (colostomy) หลังผ่าตัดมะเร็งทวารหนัก..รับภาพลักษณ์ใหม่ด้วยใจเบิกบาน
หลังรับยาเคมีบำบัดครบ ลินเซย์กลับมาทำงานดูแลผู้ป่วยมะเร็งอีกครั้งด้วยความพิเศษกว่าเดิม..ทำให้เธอได้รับรางวัลจากสมาคมวิชาชีพพยาบาลอเมริกาประจำปี 2018..สำหรับลินเซย์..เธอรู้ว่ามะเร็งจะกลับมาอีกเมื่อไร แต่ ณ ตอนนี้เธอขอบคุณมะเร็งที่ทำให้เธอเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน..คือ
"ความเห็นใจเพื่อนมนุษย์อย่างลึกซึ้ง"..❤
บทความนี้จัดทำเป็นพิเศษ เพื่อใช้ประกอบการบรรยาย "แนวคิด Palliative care" 10-12 น.พุธที่ 27 พ.ย ซึ่งได้รับเกียรติจากหลักสูตรพยาบาลมะเร็งมาครบปีที่ 10..ย้อนไปดูปีแรก ใส่หลักการ ทฤษฎีต่างๆ มากมายดูน่าเวียนหัว แล้วทฤษฎีต่างๆ ก็ค่อยๆ ลดลง แทนที่ด้วยประสบการณ์..จนมาปีนี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นปีสุดท้ายที่ได้ทำหน้าที่นี้..ตามกาละ-เทศะ ที่เปลี่ยนไปและคลื่นลูกใหม่มาแทนที่🙂
บทสรุปที่ข้าพเจ้าได้คือ..จิตใจมนุษย์แต่ละคนมีความซับซ้อนเกินกว่าจะใช้ทฤษฎีใดทฤษฎีหนึ่งมาพยากรณ์ได้
จริงๆ แล้วเราอาจไม่มีทางเข้าใจจิตใจใครได้..กระทั่งตัวเอง..
สิ่งที่ทำได้คือวางความคิดว่า"เข้าใจ"ลง..แล้วเพียง "เห็นใจ" โดยใช้หัวใจมนุษย์มองเท่านั้น..
🌸 ท้ายนี้ ฝากเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ "N-U-R-S-E" ในการสื่อสาร เพื่อแสดงความเห็นใจ (3)
🍀Naming เช่น "ดูเหมือนคุณกำลังเศร้า"
🍀Understand เช่น "หากใครมาเจอสถานการณ์ แบบนี้คงลำบากใจ"
🍀Respect เช่น "นับว่าคุณมีความเข้มแข็งมาก"
🍀Support เช่น "ไม่ว่าตัดสินใจอย่างไร เราก็จะดูแลคุณอย่างเต็มที"
🍀Explore เช่น "ที่พูดว่าอยากไปเสียพ้นๆนั้น อะไรทำให้รู้สึกแบบนั้น"

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความคิดเห็น
meeyou
คนเรามันมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจริงครับคุณหมอ วันนี้อย่างพรุ่งนี้อย่างครับ
15 ธ.ค. 2019 เวลา 21:46
1
EveryGreen
ขอบคุณค่ะอาจารย์ ได้กำลังใจขึ้นมาเลย ❤️❤️ แค่ใช้หัวใจมองความรู้สึกของคนอื่น ก็อาจจะทำให้เรา เห็นใจ เขาได้มากขึ้น ☺️☺️ ชอบเทคนิค NURSE ด้วยค่ะ
2 ธ.ค. 2019 เวลา 11:30
1
กลอนพาไป
มุมมองของลินเซย์เป็นบวก ซึ่งดีต่อชีวิตของเธอมากๆ ครับ
1 ธ.ค. 2019 เวลา 14:41
1