26 ธ.ค. 2019 เวลา 03:47 • ไลฟ์สไตล์
🔫 ล้างแอร์ด้วยปืนฉีดน้ำ..
⭐ วันนี้มาด้วยภารกิจพ่อบ้านครับ น่าจะทำกันเองได้เพื่อลดค่าใช้จ่ายภายในบ้าน
🚿 การล้างแอร์หลักๆก็มีสองแบบ คือ ล้างเล็ก กับ ล้างใหญ่ จะเรียกแยกย่อยลงไปอีกก็อาจจะได้ เพราะทำเองทั้งหมดคงไม่สะอาดเท่าช่างตัวจริง วันนี้เราก็ล้างแบบเล็กๆก็แล้วกันครับ
🔨 แต่ถ้าอุปกรณ์ครบก็ใกล้เคียงล้างใหญ่ครับ แบบล้างเกือบใหญ่ผมทำไปเดือนที่แล้ว ไม่ได้ถ่ายภาพไว้เยอะพอที่จะเอามาทำรีวิวได้ เลยไปขุดเอาคลิบเก่าปี 2013 ที่เคยถ่ายเล่นๆไว้มาให้ดู ตอนนั้นน่าจะให้ลูกสาวถ่ายให้ครับ ยังตัวเล็กๆอยู่เลย ตอนนี้สูงกว่าแม่แล้ว
BD ยังไม่ Support vdo ผมต้อง Upload ขึ้น Youtube ไปตามดูที่นั่นก็แล้วกันนะครับ
ช่อง lifebeginsat45
ก่อนอื่นเตรียมอุปกรณ์กันก่อน
1. ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ที่เอาไว้เล่นสงกรานต์น่ะครับ แบบไหนก็ได้ที่มีระบบปั๊มด้วยมือเพิ่มแรงดัน
2. เก้าอี้หรือบันไดที่แข็งแรงมั่นคง
3. เศษผ้าขี้ริ้วซับน้ำที่กระเซ็นออกมา
4. แผ่นพลาสติกคลุมเฟอร์นิเจอร์หรือเตียงที่อยู่หน้าแอร์
5. ถุงก๊อบแก๊บปิดชิ้นส่วน Electronics ถ้ามี
สำหรับคนที่ขี้เกียจตามไปดู ก็สรุปขั้นตอนเป็นข้อๆตามนี้
1. ปิด Breaker แอร์ตัดไฟให้เรียบร้อย
1
2. หาเก้าอี้หรือบันได ปีนขึ้นไปให้ความสูงพอเหมาะ
3. เปิดฝาด้านหน้าที่เป็นบานพับ ถอดออกมาครับ ไม่ต้องใช้เครื่องมือ ส่วนใครมีฝีมือช่างจะถอดหน้ากากหน้าออกก็ได้ เป็นสกรูสี่แฉก บางรุ่นถอดยากพอสมควร แต่รุ่นใหม่ๆน่าจะถอดง่ายครับ อยากรู้ว่าถอดยังไงตอนเรียกช่างครั้งหน้าก็ยืนสังเกตุดูครับ เราจะได้แกะเป็น
4. เอาแผ่นกรองไปทำความสะอาด (ตรงนี้ควรทำทุกสัปดาห์ เพราะฝุ่นเยอะจริงๆ)
5. ถ้าเห็นอุปกรณ์ Electronics ก็เอาถุงก๊อบแก๊บครอบปิดไว้ แต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน
6. หาปืนฉีดน้ำขนาดใหญ่ เพราะแรงดันสูงพอที่จะฉีดล้างได้บ้าง เติมน้ำแล้วปั๊มครับ
7. ขึ้นไปยืนบนเก้าอี้หรือบันได ดูให้มั่นคงไม่ตกลงมาเป็นใช้ได้ ระวังพัดลมเพดานนะครับ ปิดให้เรียบร้อย
8. ที่เหลือก็ฉีดครับ ฉีดเข้าไปให้ทั่ว แผ่นฟินบางมาก มีร่องครีบเล็กมากๆ พวกฝุ่นจะเข้าไปจับทำให้การถ่ายเทความร้อนทำได้ไม่ดี
1
9. เติมน้ำล้างซ้ำไปเรื่อยๆจนกว่าจะพอใจ เสร็จแล้วประกอบกลับเหมือนเดิม รอให้แห้งซักครู่เปิด Breaker แล้วเปิดแอร์ทดสอบดูครับ กลิ่นสะอาดกว่าเดิมเยอะเลย
10. หลายท่านกลัวว่าน้ำจะหายไปไหน ถ้าฉีดตรงแผ่นฟิน น้ำก็จะไหลลงท่อระบายน้ำของตัวแอร์ครับ
🚿 ลืมบอกไปว่าฉีดครั้งแรกไปซักพัก ให้ใครไปดูตรงท่อระบายน้ำก่อนนะครับ ว่าปริมาณน้ำที่ไหลออกพอๆกับที่ฉีดเข้าไปหรือเปล่า ถ้าไม่ไหลเลยแสดงว่าท่อระบายน้ำตันด้วย งานนี้ต้องใช้ปั๊มแรงดันสูง ฉีดน้ำไล่จากข้างบนตรงแอร์ให้ฝุ่นหรือคราบเมือกที่อุดตัน หลุดออกมา
🔧 ถ้ามีโอกาสตอนช่างแอร์มาล้างแอร์ให้ บอกช่างขอปีนบันไดขึ้นไปขอดูคราบเมือก ก่อนช่างจะล้าง แล้วท่านจะเห็นความสำคัญของการล้างแอร์
คราบเมือกพวกนี้ เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค แบคทีเรียชอบ กลิ่นจะเป็นตัววัดที่ดีครับ สังเกตุตอนล้างแอร์ใหม่ๆ อากาศสดชื่นกว่าเดิมมาก
พวกสเปรย์โฟมก็ช่วยได้ระดับนึง แต่ผมว่าตามช่างมาล้างสะอาดและคุ้มเงินกว่าครับ เค้าทำให้มันออกหอมๆเหมือนจะสะอาด แต่ไม่สะอาดเพราะต้องใช้น้ำฉีดล้างคราบฝุ่นอยู่ดี
หากฝุ่นเยอะ คอยล์เย็นก็จะกลายเป็นไม่เย็น ส่วนที่ฝุ่นน้อยยังเย็นอยู่ จะเกิด Condensation หรือหยดไอน้ำ จากนั้นก็จะจับตัวเป็นน้ำแข็ง ตัวคอยล์เย็นจะมีประสิทธิภาพต่ำลงจนแอร์ไม่เย็น พอเราเร่งความเย็นเข้าไปอีก คอมเพรสเซอร์ก็จะทำงานหนัก ไม่ตัดต่อเลยจนเกิดความร้อนสูงพังไปในที่สุด
การล้างแบบนี้ หากแรงดันน้ำไม่สูงพอ พวกคราบฝุ่นต่างๆก็จะไปจับตัวอยู่ด้านหลังสุด ดังนั้นควรล้างทุก 3 เดือน ก่อนที่ฝุ่นจะหนาเกินไป หรือขยันก็บ่อยกว่านั้น ส่วนล้างใหญ่ควรล้างทุก 6 เดือนอยู่ดีครับ
เพราะช่างจะชำนาญกว่า ถอดครบทุกชิ้น ล้างยันใบพัดลม จุดนี้ก็เป็นจุดเก็บฝุ่นชั้นดี ไม่ใช่ตัวมันเองเป็นพัดลมแล้วจะไม่มีฝุ่นนะครับ เพราะแรงกดอากาศมีสองด้าน สังเกตุพัดลมเพดานก็ได้ ฝุ่นจะอยู่ด้านที่ดูดลมเข้าคือด้านบน
1
ส่วนตัวแล้วผมทำเองหมด ใช้หัวฉีดที่ใช้รดน้ำในสวนปรับระดับความแรงได้ ต่อกับสายยางก๊อกน้ำประปานี่ล่ะครับ ไม่ได้ใช้ปั๊ม หาซื้อตัวรองน้ำผ้าใบที่ช่างแอร์ใช้ ตามภาพ แล้วก็ถังน้ำอีกใบ ก็พอจะล้างเองได้
หัวฉีด ข้อต่อ สายรัด ซื้อใน Homepro
ผ้าใบล้างแอร์ซื้อใน Shopee
🔧 แต่ก็ให้ช่างมาทำปีละครั้งอยู่ดี เพราะล้างละเอียดกว่าเรามาก ถ้าล้างบ่อยๆแอร์ไม่ตัน ทำความเย็นได้ดี คอมเพรสเซอร์ทำงานน้อยก็ประหยัดไฟครับ
ล้างสะอาดหรือยัง ขอช่างดูน้ำในถังนะครับ 3-4 ถังก็เริ่มใสแล้ว
ที่สำคัญคือฝุ่นตัวดี มีผลกับสุขภาพ เรื่องล้างแอร์เป็นค่าใช้จ่ายที่ควรเสีย สิ่งที่เราทำได้คือลดค่าใช้จ่าย เดี๋ยวนี้ราคาต่อเครื่องน่าจะอยู่ที่ 5-600 บาท บ้านมี 3-4 เครื่องรวมๆก็หลายพัน
🚿 ผมล้างเกือบใหญ่เองครั้งนึง ทั้งคอยล์เย็น พัดลมโพรงกระรอก และคอยล์ร้อน ก็ใช้บริการช่างแค่ปีละครั้ง ลดค่าใช้จ่ายล้างแอร์ไป 50% แค่ปีเดียวก็ได้ค่าอุปกรณ์คืนแล้ว ปีถัดไปก็เป็นกำไร เก็บไว้ให้ค่าขนมลูกได้อีก
นอกจากล้างคอยล์เย็นแล้ว คอยล์ร้อนก็ต้องล้างเหมือนกัน คอยล์ร้อนคือตัวที่อยู่นอกบ้านครับ เค้าออกแบบมาให้ฉีดล้างได้อยู่แล้ว ก็หมั่นสังเกตุและศึกษาตอนช่างมาทำก็ได้ครับ สงสัยอะไรก็ถามช่าง
เขียนไปเรื่อยๆชักยาว เอาแค่นี้พอเป็นแนวทางก็แล้วกันนะครับ ถ้าไม่เคยทำควรมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ เพราะน้ำกับไฟฟ้ามันไม่ถูกกัน บ้านผมวางระบบไฟฟ้าไว้ค่อนข้างดี นิดๆหน่อยๆ Breaker ทริบตัดไฟตลอดครับ ที่สำคัญก่อนล้างอย่าลืมปิดไฟที่ Breaker ทุกครั้งครับ
สวัสดีครับ 🙏

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา