7 ม.ค. 2020 เวลา 07:06 • การเมือง
📌บทความ รุ่งศิลา ๑๕.
☆ ถึงเวลาต้องพูดกับคนที่เราเรียกว่า "ศัตรู"☆
.. "สิ่งมีชีวิต สปีชีส์ เดียวกัน จะมีสนามพลังทางความคิดร่วมกัน"
คลื่นความคิดจะไปปรากฏในสนามพลังร่วมของคนอื่นๆ ทำให้.. ได้มีความคิดคล้ายๆกันและเข้าใจความคิดนั้น ... จากสมมุติฐานของ ..👨🎓รูเพริท เชลเดรก.. นักชีววิทยา
🤔 ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะต้องหันมาพูดคุยกับคนที่เราเรียกว่า.. "ศัตรู"
เป็นทั้งหัวข้อ และคำถาม ⁉️
ก่อน.. "กลียุค" ในโลกปัจจุบันจะฉีกประเทศของเราเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กระจัดกระจายออกจากกันและกัน ซึ่งจะเป็นการแตกแยกอย่างถึงรากถึงโคนในทุกสรรพสิ่ง จากการแทรกแซงแย่งชิงความได้เปรียบ บนพื้นที่ศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างสองอภิมหาอำนาจ จีน และ สหรัฐอเมริกา
"วอชิงตัน" .. มองว่า "ปักกิ่ง" ท้าทาย, คุกคามยุทธศาสตร์ด้านการทหาร และเป็นคู่แข่งผลประโยชน์ในเอเชีย .. ในทางกลับกันประเทศไทยไม่ได้กังวลภัยคุกคามของจีนมากเท่าความขัดแย้งภายใน รัฐบาลทหารไทยและชนชั้นสูงในกรุงเทพฯ มีความกังวลกับ มวลชนผู้สนับสนุน "ฝ่ายประชาธิปไตย" มากกว่า
รัฐบาลทหารไทยได้สร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับปักกิ่ง ซึ่งพวกเขาเห็นว่าเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันและเกื้อหนุน "อำนาจนิยม"(authoritarianism) ที่น่าเชื่อถือมากกว่าสหรัฐอเมริกา .. ซึ่งเป็นความพยายามที่จะสานต่อ อำนาจการปกครองแบบเผด็จการให้คงอยู่ รัฐทหารหรือรัฐบาลทหารแปลงรูป.. สร้างปัญหาและเป็นตัวปัญหามากกว่าจะเป็นทางออกของการแก้ปัญหา ขาดความชอบธรรม และไม่เป็นที่ยอมรับ การดำเนินนโยบายประเทศอย่างขาดการตรวจสอบถ่วงดุล สร้างความสัมพันธ์เอื้อประโยชน์แบบฝักฝ่ายเอนเอียง จะนำไปสู่การแทรกแซงจากชาติมหาอำนาจ ที่สนับสนุนการต่อสู้ของฝ่ายต่อต้านจนอาจปะทุเป็นการต่อสู้ด้วยอาวุธ ดังหลายๆประเทศในปัจจุบัน
กองทัพได้วางตำแหน่งตัวเองในฐานะผู้ค้ำประกันสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย และมองว่าการเมืองในระบอบประชาธิปไตย(Democracy) เป็นหนทางที่เป็นปฏิปักษ์ต่อ ราชานิยม( Monarchism) อันอาจนำพาไปสู่การจัดตั้ง "สาธารณรัฐ" (Republic)
อาจรวมถึงกลุ่มประเทศมุสลิมที่จะกระพือกระแสอิสลามทางด้านใต้ของประเทศไทยอย่างรุนแรงกว่าที่เคยปรากฏ เพื่อแย่งชิงพื้นที่แล้วขยายฐานการต่อสู้ กับชาติตะวันตกและ สหรัฐอเมริกา โดยมุสลิมหัวรุนแรง.. ที่เคร่งครัดในหลักกฏหมายอิสลาม
บนรากเหง้าพื้นความคิดของนายพลไทยขวาจัด.. "เผด็จการอนุรักษ์นิยม" กลุ่มบนกองทัพ ที่คิดเป็นอย่างเดียว คือมองเห็นประชาชนในชาติ "ผู้เห็นต่าง" เป็นศัตรูที่ต้องทำลายล้าง และใช้แสนยานุภาพทั้งมวล วางแผนควบคุมปราบปราม ห้ำหั่นฆ่าฟันคนในชาติตัวเอง
สภาวการณ์หลังการรัฐประหาร'2557 โดยมี "รัฐบาลเผด็จการทหารแปรรูป" บริหารประเทศไทยมากว่า 6 ปี ปรากฏถึงความล้มเหลวในทุกๆด้าน สำคัญที่สุดคือ ด้านเศรษฐกิจ และด้านการเมือง... พิสูจน์ได้ชัดเจนว่า "การรัฐประหาร" ไม่ใช่ปัจจัยในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลที่ทหารอยู่เบื้องหลัง ทำให้นานาชาติขาดความเชื่อมั่น นำมาซึ่งความเสื่อมทรุดเสียหายของธุรกิจส่วนรวม
...ข้ออ้าง สร้างความสามัคคีสงบเรียบร้อยของชนในชาติ ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าโดยสิ้นเชิง สถานการณ์ปฏิบัติต่อ.. "ผู้คิดเห็นต่าง" " ละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนสากลอย่างร้ายแรง แสดงให้สังคมได้ประจักษ์ในความเลวร้าย ด้วยวิธีการ.. "จับกุม คุมขัง อุ้มสูญหาย ล่าสังหาร" ผลักดันประเทศเข้าสู่ภาวะ.." ประเทศแห่งความน่าสะพรึงกลัว" [State of Terror]
แม้เหตุการณ์.. ล้อมปราบนองเลือดใน ปี๒๕๕๓ จะยุติไปแล้วเกือบ 10 ปี แต่ในความเป็นจริงสังคมไทยสัมผัสได้ว่า.. มันยังไม่จบ กับความป่าเถื่อน ที่ยังไม่มีผู้รับผิดชอบ.. ความเคียดแค้นชิงชัง ความโกรธ ความอาฆาตพยาบาทพร้อมที่จะปะทุความรุนแรงขึ้นมาอีกรอบใหม่
... ศรัทธาของ พลเมือง ที่มีต่อรัฐเสื่อมถอยลงเป็นอันมาก จนถึงขั้นเกลียดชัง และเกิดการต่อต้านในหลายรูปแบบ
สถานการณ์ในประเทศไทย เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ.. ซึ่งจะนำไปสู่การ
▪️"ปฏิรูป"(Thai Reform) ประเทศให้ดีขึ้น
ถึงขั้น.. "พลิกโฉมประเทศใหม่"
หรือเกิดผลกระทบทางลบจากการ
▪️"ปฏิวัติ" (Thai Revolution) อย่างรุนแรง
แล้ว... "ก่อเกิดประเทศใหม่"
📌 เราไม่อาจหยุดยั้ง การปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆนี้ได้เลย หากว่าเราไม่รู้ว่าจะหันหน้าเข้าหากันได้อย่างไร ในเวลาที่จำเป็นต้อง.. สามารถพูดคุยกับคนที่เราเรียกว่า.. "ศัตรู"
รุ่งศิลา💕
๔ มกราคม ๒๕๖๓
☘️🍁🍀🍂🍃 สารบัญ 🍃🍂🍀🍁☘️
บทกวี,บทความการเมือง "รุ่งศิลา"
นับแต่พุทธศักราชศก ๒๕๔๘
โศลกทมิฬถิ่นกาขาว
บทความรุ่งศิลา
บทกวีหลังกรงขัง

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา