12 ม.ค. 2020 เวลา 06:19
การฆ่าโดยชอบธรรม2
จากนายสัตวแพทย์ผู้จบใหม่ ไร้ทิศทางของตัวตน เดินทางแสวงหาความเป็นตัวเอง
โรงพยาบาลม้าคือคำตอบ...
กระผมทำงานกับคุณหมอรักษาม้าท่านนั้น
มีเด็กมาฝึกงานเป็นระยะแต่ก็ทนไม่ได้ต้องระเห็จหายไปบ้าง สิ่งที่ต้องกระทำคือต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมยาให้พี่หมอท่านอื่นในการราววอร์ด สัตว์ที่ฝากไว้เพื่อการรักษา และนอนดึกในทุกวัน ไม่มีใครบอกแต่หากเราจะเรียนรู้สิ่งใดเราต้องโน้มเข้าไปหา เตรียมยาถูกบ้างผิดบ้าง ก็ถูกติบ้าง ชมบ้าง ตามกาล
ยิ่งแล้วถ้าวันไหนต้องไปรักษาม้านอกสถานที่ ต้องตื่นเช้าเป็นพิเศษ ตี4ตี5ตามแต่ระยะทางจะมีพี่คนขับรถและมีกระผมติดรถไปด้วยเสมอ
เมื่อก่อนกระผมตัวเล็กมาก ต้องยกเข่าเพื่อตรวจข้อม้าขนาดหลายร้อยกิโล แค่ฝ่าเท้าม้าแทบเท่าหน้ากระผม
การพับข้อเข่าก็หน้าขียวหน้าแดงกันไป ยิ่งถ้าข้อเหนือฝ่าเท้าเพื่อตรวจระดับความเจ็บปวด หมอแทบหน้ามืด
เรามีอุปกรณ์เอ็กซเรย์เคลื่อนที่ที่หนักมากราว7-8กิโลกรัมและต้องยกค้างในท่าก้ม กว่าจะถ่ายได้แต่ละภาพ..แทบกระอักเลือดตาย
ม้าที่ใช้ในการแข่งขันตัวใหญ่ และปัญหาของม้าคือฟันกรามมักสึกเอียงทำให้ฟันไม่เสมอกัน ทำให้เกิดแผลผนังช่องปาก และเคี้ยวลำบาก สิ่งที่จะช่วยได้คือการตะไบฟัน สัตวแพทย์ตัวกะเปี๊ยกต้องปีนบันได หัวแทบจะมุดเข้าปากม้าได้ กว่าจะเสร็จหมอก็อาบไปด้วยน้ำลายม้าแทน
ในวันที่มีการแข่งม้าแห่งหนึ่งในพระนคร เราต้องไปแสตนบายเพื่อกันเหตุฉุกเฉินและตรวจสภาพม้าก่อนแข่ง
ทันทีที่ปล่อยม้าแข่ง รถพยาบาลจะวิ่งตาม ในแต่ละรอบ กลิ่นเหงื่อม้า กลิ่นสาบของการพนันคละคลุ้ง กระผมรู้สึกไม่ดีทุกครั้ง ที่เข้ามาสถานที่แห่งนี้ เสียงเฮลั่นสนามมันทำให้กระผมปวดหัวใจทุกครั้ง
การวิ่งด้วยความเร็วสูงใน1รอบสนามอะไรก็เกิดขึ้นได้
หนึ่งข้อเข่าแตก จากแรงกระแทกของข้อ หรืออุบัติเหตุชนกัน...ถ้าพอเยียวยา
ในกรณีร้าวก็ใส่เฝือก แต่ถ้าเศษกระดูกในหัวเข่าแตกไม่ร้ายแรงก็คือผ่าตัด กลายเป็นม้าชั้นที่สองหรือสามวิ่งตามต่างจังหวัด อย่างดีคือเจ้าของเลี้ยงไว้ดูเล่น แต่ถ้าแตกมากหรือขั้นขาหัก
หมายถึง...ไม่มีขา..ไม่มีม้า
และสโตรค(heat strok)หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าลมแดด เกิดจากที่ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน ความร้อนจากภายนอกและความร้อนภายในที่เกิดขณะวิ่ง การช่วยคือการคูลลิ่งใช้น้ำเย็นล้างตัว หรือละอองน้ำช่วย ร่วมกับการให้สารน้ำทางเส้นเลือดที่คอ เพื่อให้เกลือแร่และกระตุ้นให้ม้าฉี่ระบายความร้อน หรือต้องสวนฉี่กันเลยทีเดียว ภาวะแบบนี้ต้องทำโดยเร่งด่วน..หาไม่เเล้ว..ก็ไม่มีม้า
ขณะม้าวิ่งรถพยาบาลจึงต้องวิ่งตามทุกรอบไป
.
.
.
ครั้งแรก...ม้าขาหัก..ม้านิ่งเฉยไร้การต่อต้าน นอนนิ่งอย่างไร้เรี่ยวแรง
หยิบปืนบรรจุกระสุนเล็งระหว่างจุดตัดกากบาทระหว่างตาและหู..ซ้ายขวา...ปัง
ไม่มีคำอธิบายใดๆในขณะนั้น
มันเกิดต่อหน้าต่อตาของนายสัตวแพทย์ผู้จบใหม่
ครั้งที่สอง..ภาวะสโตรคช่วยไม่ทัน ม้ากระวนกระวายไม่สามารถควบคุมได้ ดีดดิ้นเป็นวงกว้างภายนอกสนาม สิ่งที่ช่วยได้คือฉีดยา...ให้เขาไป...และตามด้วย..ปัง
และมันก็เกิดต่อหน้าต่อตาอีกครั้ง
ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้อง..ภายในสนาม
แต่ภายนอกสนาม..เราชาวหมอกลับรู้สึกจุกเข้าไปในหัวใจ
.
.
การุณยฆาต..การฆ่าโดยชอบธรรม
"เธอตกใจหรือ ..
ตราบใดที่มีการแข่งขันหน้าที่เราคือต้องช่วยม้าให้ได้มากที่สุด..ถ้าไม่มีเราเขาจะทรมาน
เราทำอะไรไม่ได้..ช่วยเขาได้เท่านี้ " พี่หมอกล่าว หลังอธิบายว่าทำไมต้องยิงที่จุดตัด เพื่อให้เขาไม่เจ็บมาก จากไปโดยไม่ทรมาน
เหตุการณ์สองครั้ง...กระผมจึงต้องเลือกทางเดิน จะไปต่อหรือหยุด..
และกระผมเลือกที่จะหยุด...
ความฝันเป็นหมอม้าตั้งแต่วันนั้น
เมื่อมีความฝัน ฝันอาจสวยงาม ตัดสินใจแล้วก็ทำ ถ้าพบว่ามันไม่ใช่..มันก็คือประสบการณ์ที่เราได้ลองทำ...และเดินตามหาฝันอันต่อไป
มันจำเป็นหรอกหรือ ถ้าวันหนึ่งพบว่ามันไม่ใช่แล้วอยู่ด้วยใจขุ่นมัว
..
เมื่อไม่ใช่..ก็คือไม่ใช่
photograph by little walk_.

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    ไดอารี่ เรื่องสั้น ความรัก
    แอบเศร้ากับน้องม้าค่ะ