15 ม.ค. 2020 เวลา 05:36 • การศึกษา
Libra คือ สกุลเงินที่กำลังจะเปลี่ยนโลก!!!
ปี 2015 Facebook เปิดตัว New Articles สำนักสื่อสิ่งพิมพ์ เจ๊ง!!!
ปี 2016 Facebook เปิดตัว Facebook Live สื่อโทรทัศน์ เจ๊ง!!!
ปี 2020 Facebook เปิดตัว Libra คุณคิดว่าอะไรหละจะเจ๊ง???
ขอเปิดตัวด้วยคำพูดของคุณ หนุ่ย พงศ์สุข กับคำถามที่น่าสนใจ อะไรหละจะเจ๊ง???
มาทำความรู้จัก กับ Libra กันครับ
เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ผมว่า ทุกคนน่าจะได้ยินข่าวที่ Facebook กำลังจะออก Digital Currency ตัวใหม่ขึ้นมา ซึ่งมีชื่อว่า Libra ซึ่งจะเริ่มในไตรมาศแรก ปีนี้
แล้วมันจะเปลี่ยนโลก ยังไงหนะหรอ?? มาลองดูกันครับ
ก่อนอื่นขอเริ่มด้วยประวัติศาสตร์ การเงินคร่าว ๆ ของโลกใบนี้ก่อนครับ
โลกเราจะมีการเปลี่ยนแปลง ความเชื่อมั่นทางการเงินในทุก ๆ 50 ปี
ถ้าจะพูดย้อนไป หน่อยให้พอเห็นภาพ ก็ขอเริ่มต้นที่ ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1
ยุคที่ อังกฤษ เป็นเจ้าโลก
ตอนนั้น โลกเรา ให้คุณค่ากับของ 3 อย่าง นั่นคือ Gold Copper and Silver
และหลังจากนั้น เมื่อรู้ว่า ทองเป็นของหายากที่สุด ทองก็กลายมาเป็นเสมือนสกุลเงินที่คนทั้งโลกให้ความนับถือ
แต่ด้วยที่ทองคำนั้นหายาก จึงทำให้การขุดมาใช้นั้นไม่ทัน กับความต้องการ ในตอนนั้น
จึงเปลี่ยนจากทอง มาใช้เป็นกระดาษแทน ซึ่งก็คือธนบัตร ที่เราใช้ทุกวันนี้นั่นเอง
ก่อนที่เงิน สกุล ดอลล่าสหรัฐ จะกลายมาเป็นสกุลหลักของโลก ทุกวันนี้ มาจากเหตุนี้แหละครับ
หลังจากสงครามโลก ครั้งที่ 1 อเมริกา ได้ก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจ และพิมพ์ธนบัตรใช้ โดยบอกว่าจะมีทองคำ backup 1 ต่อ 1 (คือ พิมพ์ 1 ดอลล่าห์ จะมีทอง 1 บาท ถูกเก็บไว้ในคลัง)
1
ทุกคนก็เชื่อใจ อเมริกา จนกระทั่งช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 ฝรั่งเศสเกิดสงสัย ว่า ทำไม อเมริกามันรวยจังว่ะ เอาเงินเอาทองมาจากไหนเยอะแยะ ไหนลองไปพิสูจน์ ซิ ว่ามีทองจริงป่าว
และความก็แตกครับ อเมริกาไม่ได้พิมพ์ธนบัตรตามจำนวนทองที่มีอยู่แบบ 1 ต่อ 1 แต่พิมพ์เกินมากกว่านั้น
คราวนี้อเมริกาเลยบอกว่า เออใช่ ตรูไม่มีทองคำเว้ย แต่ต่อไปนี้ ให้เชื่อในตรู ค่าเงิน ตรูนี่แหละ แข็งที่สุดในโลกแล้ว
และหลังจากนั้น อเมริกาก็พิมพ์ ธนบัตร แบบไม่อั้น ตั้งแต่นั้นมา
เหตุการณ์เหล่านี้เหมือนมี Timeline ที่่ลงตัวครับคือมันเกิด ในทุก ๆ 50 ปี อาจจะไม่พอดีเด๊ะ แต่ก็ใกล้เคียง
ครั้งล่าสุดที่เกิดคือปี 1971
และปีนี้ 2020 ผ่านมาทั้งหมด 49 ปี มาดูกันครับว่า อีกแค่ 1 ปี มันจะเปลี่ยนอีกครั้งจริง ๆ รึเปล่า
1
กลับมาสู่ปัจจุบัน
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักคร่าว ๆ กับ Libra กันก่อนดีกว่า
Libra ไม่ใช่สกุลเงินของ Facebook อย่างที่ใครหลาย ๆ คนเข้าใจ
แต่ Facebook คือ หนึ่งใน พันธมิตร ที่เป็นตัวตั้งตัวตี ในการพัฒนา สกุลเงินที่มีชื่อว่า Libra
ซึ่งมีพันธมิตรอีก 27 บริษัท ซึ่ง ทุก ๆ บริษัท จะมี 1 โหนด(โหวต) ในการ ที่จะกำหนดแนวทางและแก้ไข สกุลเงิน Libra นี้
โดยใช้ชื่อกลุ่มนี้ว่า Libra Association ซึ่งเขาออกตัวมาว่า เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร
กลุ่มพันธมิตร Libra
และ app ที่จะทำให้ใช้บริการ Libra ได้นั่นก็คือ CaLibra ซึ่งเป็นบริษัทใหม่ ที่ Facebook เปิดตัวขึ้นมาเพื่อการจัดการกับ Libra นี้โดยเฉพาะ
จะเป็นบริษัทที่ทำกำไรหรือไหม!?? อันนี้ต้องรอดูกันต่อไป
ทุกคนที่จะซื้อขาย Libra ต้องซื้อผ่านแอพ Calibra นี้เท่านั้น ใครจะลงทะเบียนก็ต้องผ่านการยืนยันตัวตนแบบ *E-KYC อย่างถูกต้องเสียก่อน ถึงจะสามารถซื้อขาย Libra ได้
และแบบนี้ Libra น่าลงทุนเหมือน Bitcoin รึเปล่า??
คำตอบคือ ไม่ทราบครับ 5555
แต่จะขออธิบายความแตกต่างระหว่าง สกุลเงิน 2 ตัวนี้ให้ฟังซะก่อน
Bitcoin สร้างขึ้นมาโดยพื้นฐานที่ไม่มีอะไรมา Back up เลย มีแค่การขุดเหมืองที่ต้องเจาะสมการตัวเลขและไปเจอ ถึงจะได้ Coin มาใช้งานเท่านั้น
แต่สำหรับ Libra จะมีเงิน สกุลหลัก ๆ ของโลกมาเป็น Back up ให้ ซึ่งนี่คือข้อแตกต่างที่ใหญ่มาก ๆ ของ 2 Digital Currency นี้ ตัวนึง ผันผวนอย่างหนัก กับอีกตัวผันผวนน้อยมาก
1
พอดูแบบนี้แล้ว คำตอบของผมน่าจะเป็นว่า Libra ไม่น่าที่จะลงทุนสักเท่าไหร่ เพราะว่า ราคาค่อนข้างคงที่ ไม่หวือหวา เหมือนกับ Bitcoin
แต่ถ้าในด้านการนำเงินไปใช้จ่าย Libra น่าสนใจกว่ามาก ๆ เลยทีเดียว
1
ทำไมผมถึงบอกว่า Libra จะมาเปลี่ยนระบบการเงินโลก ??
ลองคิดภาพดูนะครับ ถ้า จู่ ๆ คุณ โอนเงินไป อังกฤษ อเมริกา หรือประเทศไหน ๆ ก็ตามแต่ในโลกนี้ แล้วไม่เสียค่าธรรมเนียม คุณว่า มันจะเปลี่ยนรึเปล่าหละ??
หรือคิดเล่น ๆ อีกแบบนะครับ ว่า คุณไปเที่ยวต่างประเทศ ไม่ต้องแลกเงินสดไปและ แต่ไป Scan QR code จ่ายแทนด้วยสกุลเงิน Libra ที่ต่างประเทศ แบบนี้จะเปลี่ยนรึเปล่าหละ??
หรือซื้อของจากต่างประเทศ ก็สามารถจ่ายได้ด้วยสกุลเงิน Libra โดยไม่ต้องไปโดนค่า Exchange ของบัตร เครติดต่าง ๆ
หรือพ่อค้าแม่ค้า เวลารับเงินจากลูกค้า ก็ไม่ต้องไปเสีย เงินค่าบัตรเครดิต 3% ที่ต้องจ่ายให้ทุกเดือนๆ
แบบนี้เปลี่ยนรึเปล่าครับ??
พฤติกรรมของผู้ใช้อย่างเราจะเปลี่ยนไป เพราะการจ่ายเงินมันจะง่ายขึ้น
ง่ายเหมือนแบบคุณส่ง สติ๊กเกอร์ไปหาเพื่อน ที่อยู่คนละซีกโลก และเพื่อนก็ได้เงินทันที
ในชีวิตทั่วไปประจำวันของเรา Libra คงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตสักเท่าไหร่
เว้นเสียแต่ว่า คุณต้องโอนเงินไปต่างประเทศเป็นประจำ หรือบ่อย ๆ Libra อาจจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคุณ
แต่สิ่งที่ Libra มาเปลี่ยนช่วงแรกคงเป็นเพียงพฤติกรรม สิ่งที่มันจะทำให้ระบบโลกนี้เปลี่ยนจริง ๆ นั่นก็คือ Blockchain เพราะ Libra เกิดขึ้นจากระบบ Blockchain
ซึ่งสำหรับ ผม ระบบ Blockchain นี่ต่างหาก ที่จะมาเปลี่ยนโลกอย่างแท้จริง
ท้ายที่สุดแล้ว คงฟันไม่ได้หรอกว่า Digital Currency ตัวนี้จะเป็นสิ่งที่ทั่วทั้งโลกยอมรับ
ด้วยว่า มันไม่ใช่ เงินเพียงสกุลเดียวที่มีอยู่ แต่เป็นสกุลเงินที่ 2 พันกว่า ของ Digital Currency
สุดท้ายแล้วคนที่เลือกว่า สกุลไหนจะอยู่รอด ต่อไปในระบบ ก็คือพวกเราเหล่า User นี่แหละครับ ที่เป็นคนกำหนด
เหมือนดั่ง Hi 5, MSN, ที่เกิดมาแล้วก็ตายไป สักวัน ย่อมมีสกุลเงินใหม่มาทดแทนที่ สกุลเงินเก่าเสมอ
เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร และ อนาคต ก็จะเป็นเช่นนั้น
บทความหน้า มาทำความรู้จัก BlockChain แบบเจาะลึกกันครับ ว่าเพราะอะไร มันถึงจะเปลี่ยนโลกอีกครั้งได้
*E-KYC คือการยืนยันตัวตนผ่านระบบ ออนไลน์
ลองคิดดูครับว่าเวลาไปแบงค์ เปิดบัญชี เราต้องไปนั่งกรอกรายละเอียดตั้งแต่ต้นยันจบ เพื่อเปิด 1 บัญชี และพอเราจะไปเปิด บัญชีต่อไปอีกแบงค์ หนึ่ง เราก็ต้องไปนั่งกรอกใหม่ แต่ E-KYC จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น เมื่อคุณยืนยันตัวตนเพียงครั้งเดียว และสามารถสมัครได้ทุกแบงค์เลย
บทความ ซีรี่ส์นี้ผมสรุปมาจากงาน Digital Disruption ของคุณสุทธิชัยหยุ่น
เรียบเรียงเป็นเรื่องต่าง ๆ และนำมาให้ได้อ่านกันครับ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา