มีบัญชีอยู่แล้ว?
ลืมบัตรเครดิตไปซะ
Biometrics Technology is just around the corner
โดย พื้นฐานการลงทุนหมูน้อยออมเงิน
1
หลังจากที่ผมทำให้ทุกท่านเครียดไปหลายวัน
วันนี้เรามาเจออะไรเบาๆกันบ้างดีกว่าครับ
ครั้งหนึ่ง ผมไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า
หลังจากช๊อปปานโลกจะเกิดวิกฤติในวันพรุ่งนี้
ขณะที่ผมกำลังจะจ่ายเงินที่แคชเชียร์นั่นเอง ล้วงประเป๋าไปมา ...
อ้าว ชิ...... ลืมเอากระเป๋าตังมาเสียฉิบ
(ยุคนั้นยังไม่มี mobile banking)
หลังจากที่มองหน้าน้องแคชเชียร์ด้วยความเขินอายแล้ว ผมก็พูดเบาๆว่า "ขอโทษครับ
พี่ลืมเอากระเป๋าเงินมา"
บุญของหมูน้อยที่ น้องแคชเชียร์ก็แสนดีเหลือเกิน "ไม่เป็นไรค่ะพี่ ไว้มาใหม่วันหลังนะคะ"
(ขอบคุณมากครับน้อง นอกจากจะรักษาหน้าตาพี่ไว้แล้ว น้องยังได้ใจพี่ไปอีกด้วย)
ในยุคถัดไป เรื่องชวนหน้าแตกแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไปแล้วครับ
นั่นก็เพราะว่า ต่อให้คุณลืมอะไร สิ่งที่คุณลืมไม่ได้ นั่นก็คือ อวัยวะประจำตัว
ผมได้ติดตามเทคโนโลยีด้านนี้มาอย่างต่อเนื่อง
Biometrics technology ว่ากันง่ายๆก็คือ
การใช้ "ลักษณะเฉพาะทางชีวภาพของเรา
ในการยืนยันตัวบุคคล "
ยกตัวอย่างเช่น ลายนิ้วมือ ม่านตา ลายฝ่ามือ หรือแม้กระทั่งใบหน้า
.
การจ่ายเงิน มันจะค่อยๆไล่มาจาก เงินสด บัตรเดบิต/เครดิต mobile banking หลังจากนั้นก็จะเป็น
วิธีจ่ายเงินเฉพาะตัวของบริษัทต่างๆอย่าง apple pay , wechat scan your face และก็มาถึง Amazon Go
ผมจะพาทุกท่านไปถึงที่สุดแห่งการซื้อของครับ
ท่านลองนึกภาพว่า ก่อนที่ผมจะเข้าร้านสะดวกซื้อสักแห่ง จะมีระบบ scan ใบหน้า เมื่อผมเข้าไปในร้านจับจ่ายซื้อของเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่เดินออกจากร้าน
สิ่งที่ผมต้องทำก็แค่ "เดินตัวปลิว" ผ่านประตูออกไปเลยครับ
เท่านี้ การชำระเงินก็เสร็จสิ้น
บางท่านคงสงสัยว่ามันคิดเงินกันอย่างไร
ทำได้ง่ายๆเลยครับ
เพียงแค่ตอนออกตรงประตูทางออก
จะ "สแกนใบหน้า" หรือใช้วิธีอื่นๆเพื่อยืนยันตัวตน หลังจากนั้นก็เพียงปล่อยคลื่นอ่อนๆที่ไม่เป็นอันตรายกับมนุษย์ มาบริเวณประตู
เพื่อรับข้อมูลจาก สติกเกอร์เล็กๆที่มีลายอิเลกทรอนิกส์ ติดอยู่กับตัวสินค้า เท่านี้ทางร้านก็จะสามารถทราบได้ว่าผมถืออะไรออกไปบ้าง
หลังจากนั้นสิ่งที่เขาต้องทำก็เพียงแค่ตัดวงเงินจากบัตรเครดิตที่ผมผูกไว้กับทางร้านก็เป็นอันเสร็จสิ้น
แน่นอนครับว่าก่อนที่เราจะใช้ระบบนี้ ทางร้านก็ต้องมีประเด็นเรื่องการยืนยันตัวตน การขอสิทธิ์ในการตัดวงเงินจากเราก่อน
นี่คืออนาคตที่เกิดขึ้นแล้วครับ
ไม่ว่าจะเป็นในประเทศจีน ที่ร้านค้าได้ทำการเชื่อมฐานข้อมูลเข้ากับทาง wechat ใช้การสแกนใบหน้าเพื่อชำระเงิน
หรือในสหรัฐอเมริกาที่มี Amazon Go
เพียงแค่ท่านลงแอปไว้ในมือถือ ตอนเดินออกจากร้านก็เดินผ่านประตูแล้วทางร้านก็จะตัดเงินได้เลย
https://www.cnet.com/news/amazon-creates-fun-size-amazon-go-store/
ใน phase ถัดไป ทาง Amazon กำลังจะใช้การสแกน "ฝ่ามือ" เพื่อชำระค่าสินค้า
นั่นคือ ต่อให้เราลืมของทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่ "มือถือ" เราก็คงไม่ลืม "มือ"
ที่ติดตัวเราเป็นแน่
(ใบหน้า ม่านตา ลายนิ้วมือ ลายฝ่ามือ ได้หมด)
https://www.dermalog.com/news/article/iris-biometrics-2017/
นี่คือ การเปลี่ยนผ่านปัจจุบันที่กำลังข้ามผ่านไปยังอนาคตครับ
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนหมูน้อยเสมอมา
คิดถึงมากครับ
หมูน้อย
*ขออภัยที่มีการใช้คำไม่สุภาพเล็กน้อยเพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านครับ
reference

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
นักเรียนเงิน (Money Learner)
รอติดตามค่ะว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ขอบคุณนะคะ
  • กำลังนิยมในบล็อกดิต
    ประมวลภาพเหตุการณ์ "น้ำท่วมกรุงโซล" น้ำท่วมใหญ่จากฝนตกหนักที่สุดในรอบ 80 ปี
    SEEDS109 ลงทุนแบบ DCA มันดีจริงๆหรอ ใคร ๆ ก็บอกว่าวิธีหนึ่งที่ลงทุนได้ผลคือ ลงทุน"สม่ำเสมอแบบมีวินัย" แล้วแต่ว่าจะทุกสัปดาห์ ทุกเดือน แต่ควรจะสม่ำเสมอ พี่ ๆ เพื่อน ๆ หลายคนคงรู้จัก "DCA" แต่เอ๊ะ สิ่งที่คาใจคือ วิธีนี้โอเคจริงหรือ มาฟังเรื่องนี้กันค่ะ สามารถติดตามเรื่องราวดีดีจาก #bblampodcasts ได้ที่ https://soundcloud.com/bblam #bblam #กองทุนบัวหลวง #bblampodcasts #moneyseeds #rmf #ssf #allgenenjoy #dca
    มีคนพูด แล้วจึงมีคนฟัง หรือ มีคนฟัง...ฟังจริงๆ แล้วจึงยอมพูด รับเคสคุณยายคนหนึ่ง ปรึกษาเรื่องมะเร็งปอด มีอาการเหนื่อย หายใจไม่สะดวก
    หลัง Netflix รุกธุรกิจเกม พบว่า มีผู้ใช้งาน Netflix เข้าเล่นน้อยกว่า 1% ช่วงปลายปีที่แล้ว Netflix ได้รุกเข้าสู่ธุรกิจเกม ด้วยการนำออริจินัลซีรีส์ต่าง ๆ เช่น Stranger Things มาทำเป็นแอปพลิเคชันเกม ที่แยกออกมาจากแพลตฟอร์ม และเปิดให้ดาวน์โหลดผ่าน App Store และ Google Play
    ดูทั้งหมด