#BD Love Together
เรื่องรัก...กุมภาพันธ์
...
ซีรีส์ : ชั้นหนังสือ [เล่มที่ 05]
ฤทธิ์ปืนมนตรา เทพธิดาทมิฬ : กับเรื่องราวความรักที่เป็นมากกว่าแค่รัก
...
สวัสดีครับ! ช่วงที่ผ่านมาผมเห็นพี่ๆ เพื่อนๆ Blockdit ร่วมกิจกรรม ‘#BD Love Together : เรื่องรัก...กุมภาพันธ์ จากนักเขียนประจำ Blockdit’ กัน
...
ผมเลยเริ่มขวนขวายตามหาไอเดียเพื่อจะได้เขียนบทความเกี่ยวกับความรักกับเขาบ้าง จึงวิ่งลงไปนั่งรื้อชั้นหนังสือและชั้นหนังสือการ์ตูน ที่เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ในการสร้างไอเดียในการเขียนบทความ
...
จนกระทั่งได้พบกับมังงะ (หนังสือการ์ตูน) เรื่องหนึ่ง ที่ทำเอาผมหวนคิดถึงอารมณ์ในช่วงที่ผมกำลังติดมังงะเรื่องนี้แบบงอมแงม
...
มังงะที่ผมติดตามส่วนใหญ่นั้นจะต้องมีดีที่ ‘ความแอ็คชั่น’ หรือ ‘ความคอมเมดี้’ ซึ่งแม้มังงะเรื่องนี้ให้ผมได้ทั้ง 2 อย่าง
...
แต่สิ่งที่ทำให้ผมติดมังงะเรื่องนี้แบบสุดๆ กลับไม่ใช่ทั้งความแอ็คชั่นและความคอมเมดี้ แต่มันคือเรื่องราวความรักของคู่พระนางนี้ต่างหาก ซึ่งมันอุดมไปด้วยหลากรสชาติทั้ง เผ็ด, เปรี้ยว, หวาน และขม (ขื่น)
...
และผมเชื่อว่าใครหลายๆ คนที่เคยชื่นชอบมังงะเรื่องนี้ จะต้องตามติดชีวิตรักของคู่พระนางนี้เป็นหลักกันแน่นอน
...
มังงะเรื่องนี้มีชื่อว่า ‘ฤทธิ์ปืนมนตรา เทพธิดาทมิฬ’ ครับ
...
ฤทธิ์ปืนมนตรา เทพธิดาทมิฬ (หรือในชื่อญี่ปุ่น 魔砲使い黒姫) เขียนบทและวาดโดย ‘มาซาโนริ คาตาคุระ (Masanori Katakura)’
...
แปลไทยรวมเล่มโดยสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ พับลิงชิ่ง ปัจจุบันมีทั้งหมด 8 เล่ม (ยังไม่จบ)
...
ฤทธิ์ปืนมนตรา เทพธิดาทมิฬ เป็นเรื่องราวของ ‘ฮิเมโกะ คุโรฮิเมะ’ แม่มดที่แกร่งและมีเสน่ห์ที่มากสุดในโลกมนุษย์ ฉายาองค์หญิงดำ (แม่มดในเรื่องนี้ ได้แปลงไม้กายสิทธิ์ให้เป็นปืนแทน โดยแม่มดจะต้องร่ายเวทมนตร์ใส่ลูกปืน และยิงใส่เป้าหมายเพื่อให้ผลของเวทมนตร์นั้นทำงาน)
...
ฮิเมโกะ คุโรฮิเมะ : เครดิตภาพ https://qmanga.com/blogtruyen/mahou-tsukai-kurohime-4/reader?page=6
วันหนึ่งเธอถูกลงโทษโดยเหล่าเทพ ด้วยการสาปให้มีร่างเป็นเด็ก และคำสาปนี้จะถูกแก้ได้ด้วยความรู้สึกรักของคุโรฮิเมะ
...
ฮิเมโกะ คุโรฮิเมะ ร่างเด็กที่มีเวทมนตร์ที่อ่อนแอ : เครดิตภาพ https://www.fandompost.com/2018/05/11/kurohime-vol-08-manga-review/
คุโรฮิเมะหายตัวไปจากโลก จนหลายๆ คนต่างร่ำลือกันว่าคุโรฮิเมะนั้นถูกเทพเจ้าสังหารไปเสียแล้ว
...
10 ปีผ่านไป...หนุ่มน้อยผู้หนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นมา และเที่ยวตระเวนถามไถ่หาข่าวของคุโรฮิเมะ เขามีชื่อว่า ‘ซีโร่’
...
ซีโร่ หนุ่มน้อยผู้มอบรักแท้ให้แก่คุโรฮิเมะ : เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/pin/508906826621993463/
อดีตครั้งเมื่อเขายังเด็ก ครอบครัวของเขาถูกโจรผู้ใช้เวทมนตร์ปล้นชิงทรัพย์ และเป็นคุโรฮิเมะนั่นเองที่ผ่านมาเข้ามาช่วยชีวิตของเขาไว้
...
ด้วยความศรัทธาและชื่นชอบในตัวคุโรฮิเมะ ทำให้ชายหนุ่มไม่เคยเชื่อข่าวลือที่ว่าคุโรฮิเมะตายแล้วเลยสักนิด และยังตั้งปณิธานที่จะออกตามหาต่อไป
...
จนกระทั่งเขาได้บังเอิญเข้าไปช่วยเด็กผู้หญิงจากกลุ่มโจร ทั้งสองแนะนำตัวกัน โดยเด็กสาวแนะนำตัวเองว่าเธอคือ “คุโรฮิเมะที่ซีโร่ตามหาอยู่ไง”
...
ชายหนุ่มไม่ค่อยเชื่อในคำพูดที่ออกมาจากเด็กหญิงซักเท่าไร แม้มีบางครั้งเวลาที่เขามองไปที่ดวงตาของเด็กสาวแล้ว จะให้ความรู้สึกเหมือนฮีโร่หญิงของเขาอยู่ก็ตามที
...
จนกระทั่งทั้ง 2 คนได้เผชิญกับช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ซีโร่ได้ปกป้องเด็กสาวแบบสุดความสามารถ จนเด็กสาวรู้สึกประทับใจ
...
และแล้วคำสาปก็ถูกคลายเมื่อเด็กสาวรู้สึกใจวูบวาบ และร่างเด็กน้อยค่อยๆ กลายกลับคืนเป็นผู้ใหญ่ ‘องค์หญิงดำ’ กลับเข้าสู่สังเวียนแล้ว
...
ด้วยความเก่งกาจของคุโรฮิเมะ ทำให้เหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวางนั้นถูกคลี่คลายได้ในพริบตา
...
ทีนี้ซีโร่ก็รู้แล้วว่าสิ่งที่เด็กสาวพูดถึงตัวเธอนั้นคือเรื่องจริง!!!
...
“ความรัก คือการค่อยๆ เรียนรู้ซึ่งกันและกัน”
...
ในเล่ม 1 – 3 จะเป็นการดำเนินเรื่องจบแบบเป็นตอนๆ เพื่อให้เราผู้อ่านค่อยๆ ซึมซับและผูกพันไปกับชีวิตและทัศนคติของคู่พระนาง โดยที่เนื้อเรื่องนั้นไม่หนักมาก
...
และในขณะเดียวกัน ช่วงเวลาดังกล่าวก็เป็นช่วงเวลาที่ทั้งซีโร่และคุโรฮิเมะได้เรียนรู้กันและกันผ่านสถานการณ์ต่างๆ
...
และนั้นก็ทำให้ซีโร่ตระหนักว่า ‘คุโรฮิเมะ มิใช่นางฟ้าแบบที่เขาคิดเสียแล้ว’
...
อาจด้วยความที่เป็นหญิงแกร่ง ฉลาด และมีเส่นห์ (เรียกได้ว่าเพียบพร้อมกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว) นั้นทำให้เจ้าตัวไม่เคยคิดจะพึ่งใคร เลยทำให้คุโรฮิเมะกลายเป็นที่ผู้หญิงที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก และจะคุยกับผู้ชายที่สามารถทำประโยชน์ให้กับเธอในสถานการณ์นั้นๆ ได้เท่านั้น (พอหมดประโยชน์ก็จะผละออกมา)
...
ส่วนคุโรฮิเมะเอง ก็เห็นว่าตัวซีโร่นั้นยึดมั่นในคุณธรรมอย่างแรงกล้า หลักฐานคือซีโร่เฝ้าฝึกฝนตัวเองจนเป็นมือปืนที่ติดอันดับ ‘มือปืนที่ยิงแม่นและไวที่สุด’ ในเวลานั้น จนใครๆ ก็เรียกเขาว่า ‘สี่ปืนไวสายฟ้าซีโร่’
...
แต่ด้วยการที่ยึดเรื่องคุณธรรมเหนือสิ่งอื่นใด ซีโร่จึงไม่เคยสังหารผู้ใดเลยแม้แต่คนเดียว ซีโร่จะอาศัยความแม่นยำในการแค่ตัดกำลังคู่ต่อสู้ (ยิงแขนหรือขา) หรือยิงขู่เท่านั้น
...
ซึ่งการยึดมั่นในคุณธรรมแบบแรงกล้านี้ ในสายตาของคุโรฮิเมะที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานัดต่อนัด คิดว่าซีโร่นั้นซื่อจนบื้อมากเกินไป ซึ่งหลายๆ ครั้งก็พาตัวเองวิ่งเข้าหาความอันตรายที่เกินกว่าที่กำลังของตัวเองจะรับมือไหว
...
นายแพทย์เดวิด ดี. เบิร์นส์ นักจิตวิทยาด้านพฤติกรรม ได้แบ่งความคิดลบออกเป็นประเภทต่างๆ หนึ่งในนั้นคือ
...
การ ‘จับจ้องแต่เรื่องไม่ดี’ หากคนเราชอบที่จะจับผิด ในแง่ของความสัมพันธ์นั้น ต่อให้อีกฝ่ายทำดีมากแค่ไหน ก็มีแนวโน้มที่คุณจะมองข้ามและคอยมองหาจุดผิดของเขาอยู่ดี
...
แม้ทั้งซีโร่และคุโรฮิเมะจะมีข้อเสียติดอยู่ในตัว แต่ทั้ง 2 คนก็มองกันและกันในภาพรวม มิได้จ้องจับผิดแค่ด้านใดด้านหนึ่งของอีกฝ่าย ทำให้การเรียนรู้กันและกันของทั้งคู่จึงยังค่อยๆ ขับเคลื่อนไปข้างอย่างแข็งแรง
...
ในช่วงเล่ม 1 – 3 นั้น คุโรฮิเมะจะสลับไปมาระหว่างเดี๋ยวกลายเป็นเด็กเดี๋ยวก็กลับไปเป็นผู้ใหญ่ นั้นก็เพราะความรู้สึกที่เรียกว่า ‘รักแค่ผิวเผิน หรือรักชั่ววูบ’ ที่เกิดจากสถานการณ์ที่ซีโร่เข้ามาปกป้องคุโรฮิเมะในร่างเด็กเท่านั้น
...
และในหลายๆ ครั้งที่ข้อเสียของซีโร่ จะทำให้คุโรฮิเมะรู้สึกขัดใจบ้างในบางสถานการณ์ จนคุโรฮิเมะร่างเด็กต้องถึงกับเตือนสติซีโร่
...
จนเรื่องราวผ่านมาถึงช่วงที่สำคัญที่สุดของมังงะเรื่องนี้ คือช่วงเวลาที่คุโรฮิเมะถูกเหล่าทวยเทพหมายหัวเป็นครั้งที่ 2
...
เหล่าทวยเทพได้ส่ง ‘เทพมรณะดาร์กเร พร้อมเหล่าเทวทูตทั้ง 6’ ลงมาเพื่อกำจัดคุโรฮิเมะ
...
เทพมรณะดาร์กเร ผู้ปกครองนรก
เนื่องจากก่อนหน้านั้นคุโรฮิเมะและซีโร่ได้ช่วยปีศาจอาชูรา ในการสังหารเทพภูผา โมอาย
...
ขยายความ
คุโรฮิเมะมีความจงเกลียดจงชังเหล่าเทพเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เนื่องจากในช่วงที่คุโรฮิเมะยังเด็ก เหล่าทวยเทพได้ทำพันธะสัญญากับมนุษย์ไว้ว่า ‘ผู้ใดสามารถครองโลกและเปิดประตูสวรรค์ได้...ผู้นั้นจะได้เป็นเทพเจ้า’
...
มนุษย์จึงได้ทำสงครามศักดิ์สิทธิ์เพื่อห้ำหั่นประหัตประหารกันและกันเพื่อการก้าวขึ้นเป็นเทพ ทำให้เหล่าผู้คนมากมายต้องหลั่งเลือดและเสียน้ำตาเรื่อยมา
...
คุโรฮิเมะจึงฝึกฝนตัวเองจนกลายเป็นแม่มดอันดับ 1 และได้ทำการขอให้เหล่าผู้ชายช่วยสร้างหอคอยสูงเสียดฟ้าเพื่อเข้าสู่ประตูสวรรค์และหมายกำจัดเหล่าทวยเทพเพื่อยุติสงคราม…แต่ทว่าคุโรฮิเมะก็พลาดท่า
...
นั้นคือเหตุผลที่ว่า ทำไมคุโรฮิเมะจึงช่วยปีศาจอาชูรากำจัดเทพภูผา เพราะสำหรับคุโรฮิเมะการกำจัดเหล่าทวยเทพคือเป้าหมายสูงสุดของเธอ
...
การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด และทั้งคุโรฮิเมะและซีโร่ต่างก็ทำในสิ่งที่ทั้ง 2 ทำให้กันเสมอมา โดยที่ไม่ต้องร้องขอให้อีกฝ่ายทำ นั้นก็คือ ‘การช่วยเหลือและไม่ทอดทิ้งกัน’
...
“ส่วนตัวฉันคิดว่าความรักควรเป็นการพัฒนาร่วมกันทางจิตวิญญาณ เมื่อเรารักใครสักคน ความรู้สึกต่างๆ จะเกิดขึ้นโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม” คุณพิชชารัศมิ์ ผู้เขียนหนังสือ ‘เมื่อจิตวิทยาทำให้คนรักกัน’
...
ตลอดเส้นทางก่อนหน้านั้น ซีโร่ไม่เคยร้องขอให้คุโรฮิเมะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เหมือนคนอื่นเลยแม้แต่ครั้งเดียว ในขณะเดียวกันด้านคุโรฮิเมะแม้จะมีบ้างที่จะขอให้ซีโร่ลดคุณธรรมในตัวลง (หรือในช่วงแรกที่มีงอแงให้ซีโร่ปกป้องบ้างในบางครั้ง)
...
แต่คุโรฮิเมะก็ไม่เคยบังคับหรือฝืนใจซีโร่ เมื่อนั้นคือตัวตนของซีโร่
...
และทั้ง 2 คนก็เป็นตัวของตัวเองเรื่อยมา โดยที่ไม่ต้องพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองจนกลายคนอื่นเพื่อคนที่ตัวเองรัก และไม่พยายามร้องขอให้อีกฝ่ายเป็นเหมือนคนอื่นเช่นกัน...พวกเขาอาศัยความเข้าใจกันและกัน และยอมรับในตัวตนของอีกฝ่าย
...
นั้นทำให้ความรักในใจของทั้งคู่เบ่งบานถึงขีดสุด ระหว่างการทำศึกในครั้งนี้
...
หลังคุโรฮิเมะและซีโร่ร่วมมือกันปราบเทพมรณะดาร์กเร และเหล่าเทวทูตทั้ง 6 ลงได้
...
คุโรฮิเมะสลบไปเนื่องจากทุ่มกำลังทั้งหมดที่ตัวเองมี เพื่อเอาชนะศึกในครั้งนี้พร้อมกับคอยปกป้องซีโร่ไปด้วย
...
ซีโร่แบกร่างคุโรฮิเมะมาถึงเรือที่จะใช้ข้ามฝั่งกลับไปยังเมืองมนุษย์ นายเรือแจ้งกับซีโร่ว่า “เรือลำนี้ขึ้นได้เพียงแค่คนเดียว ต้องมีคนใดคนหนึ่งเสียสละ” เนื่องจากแม่น้ำเลือดค่อยๆ ท่วมกลืนกินเกาะ และแม่น้ำเลือดนี้เป็นทางเชื่อมระหว่างคนตายกับนรก ซึ่งคนเป็นมิอาจแตะต้องแม่น้ำนี้ได้
...
ซีโร่ไม่ลังเลที่จะยกร่างคุโรฮิเมะลงเรือ แล้วตัวเองก็เดินลุยแม่น้ำเลือดเพื่อผลักเรือไปถึงฝั่งโลกมนุษย์ เพื่อคุโรฮิเมะเขาพร้อมเสียสละตัวเองโดยที่คุโรฮิเมะไม่ต้องร้องขอเสมอมาอยู่แล้ว และในตอนนี้เขาคือคนที่คุมเกม
...
ภาพนี้ทำเอานึกถึงฉากหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง ‘ธรณีไฟนรกถล่มโลก (Dante's Peak)’ เลยครับ
ด้วยความฉลาดของผู้เขียน ที่ค่อยๆ วางยาพาพวกเราคนอ่านทำความรู้จักทั้ง 2 ตัวละครหลัก และได้เห็นถึงพัฒนาการด้านความรักความผูกพันที่ทั้งคู่มีให้กัน...นั่นทำให้ฉากจบในช่วงที่ 1 นั้นบีบคั้นอารมณ์ของผู้อ่านแบบสุดๆ (ซึ่งทำเอาผมนอยด์ไปหลายวัน)
...
เมื่อเรือถึงฝั่ง คุโรฮิเมะลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นภาพสุดสะเทือนใจนี้ (พร้อมกับคนอ่านอย่างเราด้วย)
...
"แสงสุดท้าย...กับเส้นทางรักที่รอวันกลับมาบรรจบอีกครั้ง"
...
หลังคุโรฮิเมะต้องสูญเสียคนรักของตัวเองไป ทำให้จิตใจของเธอนั้นปวดร้าว ว่างเปล่า และไร้ความหมาย
...
แต่ทว่าปีศาจอาซูราเข้ามายื่นแสงสุดท้ายให้กับคุโรฮิเมะ ด้วยการบอกว่าหัวหน้าของเธอมีพลังในการชุบชีวิตคนได้ หากคุโรฮิเมะช่วยปลดปล่อยหัวหน้าของเธอ
...
แน่นอนว่าคุโรฮิเมะแทบจะตกปากรับคำทันที นาทีนี้เพื่อให้ได้คนรักของเธอกลับคืนมา คุโรฮิเมะพร้อมจะบุกน้ำลุยไฟไม่ว่าจะอันตรายแค่ไหนก็ตาม...อันเป็นการเปิดตัวเข้าสู่ช่วงที่ 2 ได้อย่างงดงามและน่ารักน่าลุ้นกระชุ่มใจผู้อ่านเอามากๆ
...
เกร็ดเล็กผสมเยอะกับเรื่องราวความรัก
...
"รักแท้หรือรักที่เปลือก?"
...
ในช่วงที่ 2 นี้ ได้ปรากฏตัวละครที่มีชื่อว่า ‘เทพพระแม่ธรณี ญาฉะฮิเมะ’
...
ร่างจำแลงของเทพพระแม่ธรณี ญาฉะฮิเมะ
ศัตรูคู่อาฆาตของคุโรฮิเมะประจำช่วงที่ 2 นี้ สำหรับผมเหมือนผู้เขียนจงใจสร้างตัวละครตัวนี้ขึ้นมาเพื่อเปรียบเทียบกับคุโรฮิเมะโดยตรง
...
เพราะมีอะไรหลายๆ อย่างที่ตัวละครทั้ง 2 มีความคล้ายคลึงกัน เช่น ความสง่างาม และความเก่งกาจของทั้งคู่ (ญาฉะฮิเมะ เก่งแค่ไหนนั้น ผู้เขียนได้สื่อออกมาแล้วในฉากที่ญาฉะฮิเมะข่มขู่เทพสงครามอย่างทอลได้แบบหน้าตาเฉย)
...
แต่ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือ ‘เรื่องราวความรัก’ ของทั้งคู่นี่แหละครับ
...
สำหรับญาฉะฮิเมะนั้น เธอเองก็มีความรักให้แก่เทพมรณะดาร์กเรเรื่อยมา
...
ร่างที่แท้จริงของญาฉะฮิเมะ
คุณพิชชารัศมิ์ ชวนเรามาตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้งว่า ‘ความรักของเราในครั้งนี้ เรารักที่เขาเป็นเขา หรือรักที่เปลือกนอกกันแน่?’
...
คุณพิชชารัศมิ์บอกกับเราว่า ทุกวันนี้เรามักถูกสอนให้มองคนที่ภายนอก ทำให้หลายคนชอบโฟกัสไปที่ฐานะ หน้าที่การงาน ตลอดจนชาติตระกูล มากกว่าโฟกัสที่ความเข้ากันระหว่างเรากับเขา
...
ซึ่งหลายๆ ครั้ง เราจึงอาจพบเห็นบางคนเลือกที่จะหวังน้ำบ่อหน้าว่า ทุกอย่างอาจดีขึ้นแล้วก็ฝืนคบต่อไป หรือบางคนประสบปัญหาเมื่อเขาต้องสูญเสียเปลือกไป และถูกคนรักถอยห่างออกไป
...
สิ่งที่เกิดขึ้นกับญาฉะฮิเมะและดาร์กเร คือภาพสะท้อนของคำว่า ‘รักที่เปลือก’ ได้อย่างชัดเจน
...
เมื่อดาร์กเรต้องสูญเสียเปลือก (ความเป็นเจ้านรก) ให้กับคุโรฮิเมะ จนกลายเป็นเพียงดวงวิญญาณธรรมดาๆ ไม่ต่างไปจากมนุษย์ทั่วไปที่เทพดูแคลน
...
ญาฉะฮิเมะลงไปที่นรกเพื่อไปพบกับดาร์กเรเพื่อพูดคุยกันเป็นครั้งสุดท้าย และจบลงด้วยการทำลายวิญญาณของดาร์กเร
...
ซึ่งต่างจากคุโรฮิเมะ ที่รักซีโร่เพราะเขาคือซีโร่
...
"ความรักคือการรักษาบาลานซ์"
...
ในช่วงที่ 2 นี้อีกเช่นกัน คุโรฮิเมะค้นพบว่าตัวเธอเองสามารถเปลี่ยนร่างกลับไปเป็นผู้ใหญ่ได้ด้วยตัวของเธอเองแล้ว
...
แต่ทว่าทุกนาทีที่คุโรฮิเมะอยู่ในร่างผู้ใหญ่ จำต้องแลกกับการหายไปของความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับซีโร่คนรักของเธอ
...
โดยทุกครั้งที่คุโรฮิเมะทุ่มสุดตัวเปลี่ยนร่างเป็นผู้ใหญ่ กลีบของดอกบัวก็จะเริ่มร่วงโรย อันเป็นสัญลักษณ์ว่าความทรงจำเกี่ยวกับซีโร่นั้นเริ่มสูญสลายไปส่วนหนึ่งแล้ว
...
“หากไร้ซึ่งดอกบัว ชีวิตของเจ้า (คุโรฮิเมะ) ก็จะเป็นอิสระไร้ซึ่งโซ่ตรวน เจ้าจะกลายเป็นคุโรฮิเมะผู้เก่งกาจตลอดไป...แต่ในเวลานั้นเองเจ้าก็จะสูญเสียคนรักของเจ้าไปตลอดกาล เป้าหมายที่จะสู้เพื่อคนรักตามที่ตั้งใจไว้ตอนต้น ก็จะกลับเข้าสู่ความว่างเปล่า” หัวหน้าเผ่าปีศาจย้ำเตือนคุโรฮิเมะ
...
ผมลองมานั่งคิดในเชิงเปรียบเทียบเล่นๆ
...
หาก ‘ดอกบัว = คนรัก’
...
แล้วถ้า ‘กลีบดอกบัว = ความสัมพันธ์’ และ
...
หาก ‘การที่คุโรฮิเมะเปลี่ยนไปเป็นร่างผู้ใหญ่ คือสัญลักษณ์ของคนที่มุ่งมั่นวิ่งตามความฝัน หรือทุ่มเทกับงาน’ ล่ะ?
...
เราจะมองเห็นภาพจากคำพูดของหัวหน้าเผ่าปีศาจนั้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
...
หากเรามุ่งมั่นไปกับการวิ่งไล่ตามความฝัน หรือทุ่มเทให้กับหน้าที่การงานจนเกินพอดี และเริ่มทำให้เราเหินห่างจากคนรัก (ดอกบัว)
...
วินาทีนั้นความสัมพันธ์ที่เคยแนบแน่นอาจจะค่อยๆ ร่วงโรยเหมือนดั่งกลีบของดอกบัว
...
และเมื่อนั้นเวลาเราหันกลับมามอง คนรักของเราอาจอยู่ไกลจนเกินจะคว้าแล้วก็เป็นได้
...
อย่าได้มุ่งมั่นไปข้างหน้าจนลืมเลือนดอกบัวที่อยู่ในใจเรา แม้เราจะมีเจตนาดีที่จะสู้เพื่อเขา แต่เพราะ ‘ความรักคือการรักษาบาลานซ์’ หากเราไม่มีเวลาหันกลับมาใส่ใจดอกบัวและเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้กันและกัน ดอกบัวดอกนั้นอาจจางหายไปก่อนที่ความสำเร็จจะมาถึงก็เป็นได้ครับ
...
แต่เป็นที่น่าเสียดายมากๆ เลยครับ ที่สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจแปลถึงมาแค่เล่ม 8 เท่านั้น (เล่ม 8 ออกปี 2551) และก็ไม่ปรากฏเล่มถัดมาอีกเลย...ทิ้งผู้อ่านให้อารมณ์ค้างไปเสียอย่างนั้น
...
และนี่คือมังงะ ที่ผมเคยเฝ้าติดตามเรื่องราวความรักของคุโรฮิเมะและซีโร่แบบบ้าคลั่ง จนนึกไม่ถึงเลยว่าตัวผมจะอินกับเรื่องราวความรักได้ถึงขนาดนี้
...
หากให้ผมเลือกเพลงซักเพลงนึงที่เข้ากับความรักของคู่พระนางในมังงะเรื่องนี้ ผมไม่ลังเลเลยที่จะเลือกเพลง ‘ขอเป็นคนของเธอ ของโบ สุนิตา’ นี้แน่นอนครับ (เปิดฟังไปอ่านไป อาจมีบ่อน้ำแตกเอาได้ง่ายๆ เลยครับ ฮ่าๆ)
...

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความคิดเห็น
Happiness D.I.Y. by Schoko
ว้าววว. คิดไม่ถึงว่ากาตูนย์ญี่ปุ่น ที่พี่มองข้าม จะมีสาระได้มากมายขนาดนี้ 👍
21 มี.ค. เวลา 17:03
เรื่องเล่าจากดาวนี้
ว้าว เป็นมังงะอีกเรื่องที่แอบให้ข้อคิดดี ๆ เลยนะคะ แบมชื่นชอบที่คุณหมูแว่นเปรียบเทียบมาก ๆ เลยค่ะ 😍💐
8 ก.พ. เวลา 12:19
1
📚 หนังสือหนังหามาเล่า 🎬
ดีใจที่คุณแบมชอบครับ ☺️
8 ก.พ. เวลา 14:03
1
8 ก.พ. เวลา 09:04
1
ทุกๆวันที่มีคุณค่า
ขอบคุณครับ🙏🙏🙏
8 ก.พ. เวลา 10:07
1