เรื่องสั้นขนาดยาว: ❤️ [วันแห่งความรัก] ❤
เนื่องจากมีสหายร่วมเทศกาล #BD Love Together กันไปแล้วมากมาย..
ตัวข้า 'ขุนคิดดี' นี้แม้มิช่ำชองในหัวข้อก็มิอาจปล่อยผ่านไปเปล่า. จึงขอร่วมด้วยการเขียนเป็นเรื่องสั้น...และขอเรียนเชิญทุกท่านได้ลองเสพ...
⚠️ [คำเตือน!]
เรื่องที่ผมเขียนนี้เดิมจะเขียนแค่เรื่องสั้นๆเพื่อเติมแนวคิดต่อท้าย แต่พอจะเขียนจริงกลัวคนอ่านไม่อินเลยเปลี่ยนแนวเรื่องปูยาวไป..เขียนยาวจนคิดว่าจะลบทิ้ง แต่อินเอง เลยจัดมันยาวๆไป!5555
สุดท้ายเลยแยกได้เป็น 5 ท่อนย่อยซึ่งจะมีหมายเลขและชื่อตอนกำกับในแต่ละท่อนครับ..
เขียนชนิดที่ว่า..คงไม่เขียนอีกแล้ว พอเถอะ!55
ยังไงซะ หากท่านไม่โปรดการอ่านอะไรยาวๆ จะข้ามไปอ่านตอนท้ายที่เขียนว่า [ข้อมูลและสรุปปิดท้าย] ซักหน่อยแทนก็ได้นะครับ 😆
"วันแห่งความรัก" #BD Love Together เครดิตภาพ: pixabay.com
🖊️...(1 : วันธรรมดา)...
ช่วงใกล้เที่ยงของวันธรรมดาวันหนึ่ง..
วันนี้เป็นวันธรรมดาที่ผมลาพักร้อนเพื่อที่จะนัดเจอกับใครคนหนึ่งที่ห้างสรรพสินค้า จากการที่โทรไปถามก่อนหน้าก็เชื่อว่าอีกสักครู่'เธอ'ก็คงจะมาถึงแล้ว.
"พี่วัว!" 🐄
"ยังไม่เลิกเรียกแบบนี้อีกเรอะ ยัยแกะดำ!" 🐑
ว่าแล้ว'เธอ'ก็มาพร้อมกับเรียกสมญานามที่เราเรียกกันเล่นๆตอนเจอกันตั้งแต่ครั้งแรกๆ...
เราเจอกันครั้งแรกเพราะการนัดเจอกลุ่มคนเล่นเกมออนไลน์เดียวกันที่เล่นมานาน.
ในเกมนั้นผมเล่นเป็นตัวปิศาจวัวส่วนเธอเล่นเป็นตัวแกะน้อยน่ารัก..แต่ที่เรียกว่าแกะดำเพราะ..ตัวจริงเธอผิวออกคล้ำๆนั่นแหละครับ 😆
"โหยพี่เค ว่าใครดำ!?"
"โอ๋ๆๆ ก็หยอกๆไปงั้นล่ะน่า ป่ะๆเดี๋ยววันนี้พี่เลี้ยงข้าวเที่ยงปลอบใจนะ โมอยากกินอะไรล่ะ?"
"งั้นเอาไก่ทอด! หนูอยากกินไก่ทอด ไม่ได้กินนานแล้วเนี่ย"
"เห้ย! กินได้เหรอ ไม่ค่อยสบายแบบนี้กินของทอดไม่ดีหรอก ไปกินสุกี้หรือสลัดดีกว่ามั้ย?"
"ไม่อาววว อยู่ที่บ้านก็ให้กินแต่แบบนั้นเบื่อจะแย่แล้ว! จะกินไก่ ไก่ ไก่!" 🍗
"เอาๆๆ ได้ ไก่ทอดก็ไก่ทอด ยอมให้ซักครั้งละกัน แต่ไม่ให้กินเยอะนะ"
"จะกินเยอะๆเลย หนูรู้ว่าพี่ใจดี 555" 😍
"555 ดูนะคนเรา ไป! จะเอาอะไรก็เดินไปสั่งเองเลย"
...
ครับ..ตัวผมชื่อ 'เค' ส่วน'เธอ'ที่พูดออดอ้อนขอกินไก่นี่ก็คือ 'โม' แฟนผมเอง.
หลังจากเราเจอกันในการนัดเจอครั้งแรกเราก็สนิทกันอย่างรวดเร็วเพราะเราชอบเล่นเกม,อ่านการ์ตูน,ดูหนังเหมือนๆกัน พอเจอกันแล้วได้คุยกันในเกมสลับกับโทรคุยบ้างก็ถูกคอกันมากขึ้นเรื่อยๆ เลยได้นัดเจอกันบ่อยๆ.
จนวันนึง..โมก็ยิงมาตรงๆว่า "หนูชอบพี่ล่ะ" ..ช่างเป็นประโยคสั้นๆที่เหมือนโดนยิงเข้ากลางหัวใจอย่างกระทันหันมากโดยเฉพาะกับคนโสดสนิทมาเนิ่นนานอย่างผม. 💘
ผมเองด้วยความที่แก่กว่าโมประมาณ 5 ปีบวกกับไม่เคยเจอลูกยิงตรงแบบนี้ ก็ต้องรักษาหน้าความเป็นผู้ใหญ่พร้อมซ่อนความเขินอายโดยการบอกเธอให้คิดดีๆ เรารู้จักกันจริงๆไม่นาน แถมเธอเป็นผู้หญิงจะมาเปิดก่อนแบบนี้มันจะดูเร็วไปและไม่ค่อยดีนะ ต้องค่อยๆดูกันไปให้ดีก่อน...
โมเองก็ตอบรับว่าเข้าใจแบบเรียบง่าย แล้วก็ดำเนินการออดอ้อนตาใสทุกครั้งที่เราเจอกันต่อไป...แล้วหลังจากนั้นไม่กี่เดือน..ผมเองก็อดใจไม่ไหวเลยต้องขอเธอเป็นแฟนให้มันชัดๆแบบหล่อๆกันไป! แล้วก็มีสภาพอย่างวันนี้ล่ะครับ. 😆
ส่วนหนึ่งที่ผมหักมุมมารีบขอเธอเป็นแฟนก็เพราะสภาพร่างกายของเธอด้วย..
"แล้วตอนนี้โมเป็นไงบ้าง ไปหาหมอล่าสุดเค้าว่าอะไรมั้ย?"
"ก็เหมือนเดิมแหละพี่เค หมอไม่ได้ว่าอะไรเป็นพิเศษ. ไปให้คีโมมามันก็จะมึนๆเบลอๆเบื่อๆ ไม่ค่อยอยากอาหาร แต่หลังๆนี่ก็ชินแล้วล่ะไม่เหมือนตอนให้ครั้งแรก ผมหนูก็ไม่ร่วงด้วยนะดูสิ ยังสวยเหมือนเดิมเนอะ 555"
"จ้าๆ แม่สาวสดใส ตาโต ผมสวย. นี่ถ้าหมอหรือที่บ้านรู้ว่ามากินไก่ทอดนี่สงสัยโดนด่าหายสวยแน่ๆ 5555"
"โหยพี่! หนูไม่บอก พี่ไม่บอกใครจะรู้? นานๆกินทีก็ยอมๆหนูหน่อยเหอะ พี่ต้องตามใจคนป่วยสิ! นี่หนูป่วยนะ! 555"
...
หลังจากที่โมบอกชอบผมไม่นานเธอก็มีอาการป่วยแปลกๆคือมีจ้ำเลือดขึ้นที่ตัว พอไปตรวจจึงพบว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวและต้องรักษาโดยการให้คีโมหรือปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด.
ตอนทราบข่าวผมก็ตกใจมาก. พอสอบถามเรื่องการรักษาโมก็บอกว่าถ้ามีเซลล์ต้นกำเนิดให้ปลูกถ่ายน่าจะมีโอกาสหายขาด แต่พอตรวจคนที่บ้านซึ่งมีโอกาสสูงสุดแล้วก็ไม่มีคนที่มีเซลล์ที่เจ้ากะนได้พอจะใช้ปลูกถ่ายได้เลย ก็เลยต้องทำเรื่องทิ้งไว้เผื่อมีคนที่มีเซลล์ต้นกำเนิดเข้ากันได้มาบริจาคจะได้รับมาปลูกถ่ายและคงต้องรักษาด้วยยาและคีโมไปก่อน.
ตัวผมเองก็ได้ไปลองทำเรื่องขอบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดที่สภากาชาดเพราะทราบว่าผมเลือดกรุ๊ปเดียวกันกับโมจึงอาจพอมีโอกาสเข้ากันได้ แต่สุดท้าย..รอนานเท่าไหร่..ก็ไม่เห็นมีเรื่องแจ้งมาว่ามีคนที่ทำเรื่องขอไว้ที่มีรูปแบบตรงกัน ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจอะไรเพราะขนาดคนในบ้านยังไม่ตรง ก็นึกซะว่าอาจจะได้บริจาคให้คนอื่นเป็นการช่วยชีวิตคนที่อาจจะป่วยเหมือนโมต่อไป...
โมเองแม้จะมีอาการซึมๆสลับกับหงุดหงิด งอแงจากการที่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งรวมถึงตอนที่ต้องไปให้คีโมครั้งแรกบ้าง แต่เธอเองก็กลับมาคุยเล่นสดใสเหมือนปกติได้เหมือนที่เธอเคยเป็นในที่สุดเพราะเธอบอกว่าคิดมากไปก็ไม่ได้อะไร.
ตัวผมที่ก่อนหน้าเล่นตัวไป พอเห็นว่าโมป่วยด้วยโรคที่มีความเสี่ยงว่าอาจไม่หาย บวกกับความประทับใจอย่างรุนแรงที่เธอเป็นคนเข้มแข็งน่ารักสามารถกลับมาสดใสได้ด้วยตัวเอง ก็เลยรีบตัดสินใจขอเธอเป็นแฟนแบบไม่สนใจเรื่องที่เคยเตือนไปก่อนหน้าว่าให้ดูกันนานๆก่อนหรือแม้แต่คำตอบรับจากเธอด้วยซ้ำไป. 😏
"เอ้อ พี่เค พ่อหนูบอกว่ามีญาติที่ญี่ปุ่นเค้าอยากให้ลองไปรักษาที่นู่นดูเพราะเหมือนเค้าจะรู้จักหมอเก่งๆที่นู่นล่ะ พี่คิดว่าไง?"
"หมอเก่งเหรอ ก็ดีนะ แต่ไปต่างประเทศแบบนั้น ตอนถามไถ่รักษากันมันจะคุยยังไงอ่ะ โรคเราแบบนี้มันอาจต้องรักษากันยาวๆนะ ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องมันจะไม่ไปกันใหญ่เหรอ?"
"จริงเลยพี่ หนูก็ว่างั้น เจ็บตรงไหนจะบอกยังไงเนอะ แต่พ่อหนูบอกว่าอยากให้ลองไปดู แต่หนูไม่อยากไปอ่ะ..เดี๋ยวไม่ได้เจอพี่"
"โอ๊ยยย จะอ้อนน่ารักไปไหน!555 ไม่ต้องมาห่วงเจอพี่เลย ถ้าไปแล้วน่าจะดีก็ไปเถอะ คุยกันทางเมล์ทางแชทไปก่อนก็ได้"
"555 แต่ถ้าไปมันน่าจะนานนะพี่ เห็นพ่อบอกว่าคงต้องไปเป็นปีหรือหลายปีเลย พี่จะไม่คิดถึงหนูแย่เหรอ" 😏
"ก็คงคิดถึงแหละ แต่พี่ก็อยากให้โมหายนะ เอางี้มั้ย? ถ้าต้องอยู่นานจริงๆพี่จะคอยเก็บเงินไว้แล้วจะบินไปหาโมที่ญี่ปุ่นเลย" 😎
"โหพี่ป๋ามาก 555 ก็ดีนะ แต่ช่างเถอะ หนูว่าหมอที่รักษาหนูอยู่นี่ก็ใจดี อาการก็ไม่มีอะไร อยู่เมืองไทยนี่แหละสบายใจ แถมได้เจอพี่ด้วย" 😍
"จ้าๆ ไม่ต้องอ้อนมาก ไก่ทอดนี่ให้กินครั้งเดียวแหละ ครั้งหน้าไม่ให้แล้ว. กินเสร็จแล้วก็ลุกได้เดี๋ยวไปดูหนังไม่ทัน"
"โหยพี่รู้ทันอ่ะ555 โอเคหนูเชื่อพี่รอบหน้าจะกินอย่างอื่นนะ" 😜
...แล้ววันนี้ก็ผ่านไปแบบธรรมดาอีกวันนึง...
...
🖊️...(2 : วันที่ต้องไป)...
กลางคืนวันถัดมา ผมเข้าเกมออนไลน์เวลาประจำแต่ไม่เจอโม พอดึกจนมั่นใจว่าโมไม่น่าจะมาเล่นแน่แล้วจึงโทรไปหา...
ตรื๊ดดด ตรื๊ดดดด ตรื๊ดดดด 📞
พักใหญ่จึงมีเสียงคนตอบรับ..
"ฮัลโหล พี่เค"
"โมเป็นอะไรรึเปล่า เสียงซึมๆ.. วันนี้ไม่เห็นมาเล่นเกมเหมือนเดิม"
"พอดีหนู เหมือนมีอาการมึนๆอ่ะพี่ เลยนอนทั้งวัน ขอโทษทีนะคะ"
"เห้ย ขอโทษพี่ทำไม ไม่สบายก็พักเถอะนะ โทรมาถามเฉยๆ ไว้ดีขึ้นแล้วค่อยว่ากันใหม่เนอะ"
"นี่หนูก็ดีขึ้นบ้างแล้วล่ะ นอนทั้งวันก็เบื่อๆ คุยกับพี่ดีกว่า 55"
"55 ไม่ต้องเลย! ป่วยก็พัก ถ้าเบื่อก็ลุกไปยืดเส้นยืดสาย ฟังเพลง ดูหนังอะไรผ่อนคลายซักนิดแล้วก็พักหรือนอนต่อเถอะ มันอาจจะเป็นอาการของคีโมล่ะมั้งแต่ออกผลช้าหน่อยนะรอบนี้"
"ไม่รู้เหมือนกันพี่ แต่พี่ไม่คุยกับหนูเหรอ หนูอยากคุยกับพี่นะ 55"
"เอ้าจะคุยอะไรก็คุยมาสิ นี่มันก็จะสี่ทุ่มครึ่งแล้วคุยได้อีกแป๊ปนึงล่ะ ยังไงก็ต้องไปพักนะ"
"พี่โหดอ่ะ 555 ได้ค่ะได้ งั้นหนูไปนอนละกัน ไว้ค่อยคุยกันใหม่นะคะ"
"จ้ะ ฝันดีนะ"
...
โมยังคงมาๆหายๆในเกม แต่ก็ยังได้โทรคุยกันอยู่ จนสัปดาห์นึงผ่านไป..
"พี่เค พ่อเค้าบอกให้หนูไปญี่ปุ่นสัปดาห์หน้า คุณน้าที่นู่นเค้าติดต่อหมอไว้ให้แล้ว"
"เห้ย กะทันหันจังเลย แล้วคุยกับหมอที่นี่อะไรเรียบร้อยแล้วเหรอ ทำไมรีบจัง"
"พ่อเค้าบอกว่าอยากให้รีบไปตรวจดูเผื่อมีอะไรดีกว่าที่นี่ ให้แม่จัดการเรื่องขอและส่งประวัติไปทางนู้นให้แล้วด้วย ให้หนูเตรียมตัวเดินทางได้เลย"
"แล้วไปกับใคร ยังไง วันไหนล่ะ นี่เราก็มึนๆเบลอๆอยู่ไม่ใช่เหรอ จะไปได้เหรอ?"
"ไปกับแม่แล้วก็มิ้น น้องสาวหนูที่เข้าไปเล่นเกมแทนหนูบางวันแล้วเคยคุยกับพี่นั่นแหละ ส่วนอาการตอนนี้ก็ดีขึ้นบ้างแล้ว คงพอไปได้..แต่หนูไม่อยากไปอ่ะพี่.."
"ทำไมล่ะ ถ้าไปแล้วเกิดมีวิธีรักษาอะไรดีๆ แล้วหายขาดก็สบายเลยนะ แถมได้ไปเที่ยวด้วยไม่ดีเรอะ?"
"หนูกลัวอ่ะ มันต่างถิ่นต่างภาษา ค่ารักษาก็น่าจะแพง แถมจะไม่ได้เจอพี่ด้วย555"
"555 ไอ้เรื่องสุดท้ายนั่นตัดไปเลย เรื่องภาษาน้าหนูที่อยู่นู่นอยู่แล้วคงช่วยได้แหละ ส่วนค่ารักษาอย่ากังวลเลย ถ้าพ่อแม่จัดให้ขนาดนี้ท่านก็คงดูกำลังและความเหมาะสมแล้ว พ่อแม่ก็ต้องอยากหาวิธีที่ดีที่สุดมี่จะช่วยเราอยู่แล้ว เราเองแหละมีหน้าที่ตอบสนองโดยการดูแลตัวเองให้ดี รับการรักษาอย่างตั้งใจนะ จะได้ดีขึ้นไวๆสมใจพ่อแม่ แล้วก็พี่ด้วย" 💓
"..ค่ะ มันก็จริง..แต่ก็อยากเจอพี่อ่ะ55"
"เอ้า! ก็บอกแล้วว่าเมล์หรือแชทคุยกันได้ ถ้าต้องอยู่นานเดี๋ยวพี่บินตามไป55 ว่าแต่บินวันไหนเนี่ย?"
"อีก 3 วันอ่ะพี่"
"เห้ย! เร็วจัง 3วันนี้พี่มีนัดลูกค้าหมดเลยด้วยทำไงดีเนี่ย"
"ไม่เป็นไรค่ะ ไว้หนูไปถึงนู่นแล้วจัดที่ทางเรียบร้อยจะเมล์มาหานะ แต่ยังไงพี่ต้องไปเยี่ยมหนูนะ555"
"โทษทีนะโม คิวงานนี้คงเลื่อนไม่ได้จริงๆ ซวยแท้ๆ แต่ถ้าโมอยู่ที่นู่นนานพี่สัญญาว่าพี่ไปหาแน่ พี่ขอโทษจริงๆที่ไปส่งไม่ได้"
"ไม่เป็นไรค่ะ พี่ทำงานไม่ได้ไปแอบมีกิ๊กซะหน่อย หนูไม่ว่าหรอก555"
"555 น่ารักขนาดนี้ พี่จะไปหากิ๊กกั๊กมาทำอะไรอีก ..ดึกแล้วแฮะ โมไปนอนเถอะ ฝันดีแข็งแรงนะแกะน้อย"
"555 ค่าาา ขอบคุณค่ะพี่วัว บ๊ายบาย"
...
🖊️...(3 : วันที่ฝ่าฟัน)...
ผ่านไป 5 วันผมก็ได้รับเมล์จากโม. เราก็อาศัยถามไถ่คุยเล่นผ่านทางเมล์กันเป็นส่วนใหญ่เพราะด้วยเวลาที่ญี่ปุ่นเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมงซึ่งเหมือนเล็กน้อยนั้นทำให้เวลาที่โมเข้านอนเป็นเวลาที่ผมพึ่งกลับจากที่ทำงาน.
เท่าที่อ่านเมล์ก็ดูโมจะยังสดใสดีแม้จะมีอาการป่วยเล็กน้อยเพราะเจออากาศเย็นที่ไม่คุ้นชิน. ยังคงเขียนเล่าเรื่องที่ได้เที่ยวแล้วก็การเริ่มเรียนภาษาเบื้องต้นกับน้าเพราะดูแล้วคงต้องอยู่ยาวสลับกับบ่นเรื่องหมอที่ยังคุยกันไม่รู้เรื่องกับป่วยบ้างประปราย..
แล้วเมื่อผ่านไปประมาณ 3 สัปดาห์ โมก็หายไป..
ไม่มีเมล์ใหม่มา..
เมล์ไปไม่ตอบ..
ทักแชทก็ไม่มีคนอ่าน..
ความกระวนกระวายเกิดขึ้นในใจผม..
ด้วยความที่ยังไม่เคยไปมาหาสู่ที่บ้านโม ไม่มีเบอร์หรือที่ติดต่อ ผมจึงทำได้แค่นั่งจ้องเมล์จ้องแชทในเวลาว่าง หวังว่าโมจะติดต่อกลับมา..
จนผ่านไป 4 วัน..ผมก็ได้เมล์จากโม!
📨เมล์บอกว่า:
"พี่เคคะ นี่หนูมิ้นน้องพี่โมนะ
เมื่อ 4 วันก่อนพี่โมป่วยมีไข้ จนอาการหนักต้องเข้า รพ. ทุกคนก็เลยวุ่นกันใหญ่ แล้วคิดดูนะพอพี่เค้าฟื้นเค้าก็บอกให้หนูมาเช็คเมล์ล่ะ
พอหนูบอกว่ามีเมล์พี่เค้าก็ให้หนูรีบมาเขียนบอกพี่ว่าเค้าแข็งแรงดีแค่เผลอหลับนานไปหน่อย..
55555
พี่เคไม่ต้องห่วงนะคะตอนนี้พี่เค้าอาการดีขึ้นมากแล้วแถมมีข่าวดีด้วยคือ..ที่ญี่ปุ่นนี่เค้าเจอคนบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดที่ตรงกับพี่โมล่ะ! พี่เค้ามีโอกาสหายขาดแล้วนะ หมอเลยบอกว่าให้พักที่ รพ. จนอาการดีขึ้นก่อนถึงจะพิจารณาเรื่องปลูกถ่ายเซลล์ต่อ
แต่ถ้าเริ่มเลย พี่โมคงต้องอยู่ รพ. ยาว 6-8 เดือนแล้วก็คงไม่ได้ติดต่อพี่เค พี่เค้าเลยงอแง บอกว่าอยากจะขอออกมาก่อนเพราะไม่พร้อม หนูเลยแอบบอกพี่โมว่าจะคอยเป็นพิราบคาบข่าวมาแจ้งพี่เคให้เอง พี่โมแกเลยยอมสงบหน่อย
ยังไงพี่เคเขียนเมล์ส่งกำลังใจเชียร์ให้พี่โมเค้ารับการรักษาทีนะคะ เดี๋ยวหนูจะเอาเมล์พี่ไปให้พี่โมอ่าน แกจะได้หายอยาก555
ขอบคุณค่ะ
มิ้น"
...
พอผมอ่านจบ ความเป็นห่วงกังวลก็ก่อตัว แต่ก็มีปนความสบายใจที่โมยังไม่เป็นอะไร และมีมิ้นมาช่วยส่งข่าว.
สุดท้าย..
ก็คิดได้ว่าจะทำอะไรได้ดีไปกว่าตกลงใจทำตามข้อเสนอของมิ้นโดยรีบเขียนเชียร์ให้โมรับการรักษาพร้อมสัญญาว่าจะเมล์ไปทุกวัน.
แม้โมจะต้องรับการรักษาในห้องปลอดเชื้อนานจนอาจจะไม่ได้อ่าน แต่ก็จะส่งเมล์คุยเหมือนอยู่ด้วยกันทุกๆวันไม่ขาด.
แล้วถ้าเก็บเงินได้พอค่าตั๋วเครื่องบินกับค่ากินอยู่ที่น่าจะพออยู่ญี่ปุ่นได้ซัก 7 วันจะวางแผนบินไปหาทันทีที่หมออนุญาตให้คนทั่วไปเยี่ยมได้ พร้อมกับจะขอแนะนำตัวกับครอบครัวโมด้วย.
...
🗓️เวลาผ่านไป 7 เดือน..
7 เดือนที่ผมรักษาสัญญาด้วยการส่งเมล์ทุกวันแบบไม่สนใจว่าจะมีคนอ่านหรือไม่..
7 เดือนที่ผมตั้งใจเก็บเงินและขอความช่วยเหลือจากมิ้นในการช่วยหาที่พักที่ไม่ไกลจาก รพ. และไม่แพงนักพร้อมวางแผนการเดินทาง..
7 เดือนที่ผมฝากมิ้นให้ช่วยค่อยๆแนะนำผมให้กับพ่อแม่ของโมและมิ้นรู้จักจนกระทั่งได้มีโอกาสพบท่านทั้งสองและพูดคุยจนคุ้นเคยกัน..
7 เดือนที่ผมพร้อมจนได้มายืนที่ รพ. ที่ญี่ปุ่น และพบกับเจ้าแกะน้อยคนเดิมที่แม้จะดูซีดลงไปซักนิดแต่ก็สามารถลุกเดินได้ปกติพร้อมยังคงรอยยิ้มสดใสคุยกันสนุกสนานในเรื่องช่วงเวลา 7 เดือนที่ผ่านมาของเราทั้งคู่ ภายใต้บรรยากาศครอบครัวที่อบอุ่น.. 💞
วันนี้โมหายขาดแล้ว และยังคงสดใส ไม่บ่นหรืองอแงเรื่องอะไรให้ใครไม่สบายใจ.
นึกย้อนไปว่ารวมเวลาที่เรารู้จักกันมาแค่ปีกว่า แต่กลับเหมือนรู้จักกันมานานและผ่านอะไรด้วยกันมามากเหลือเกิน.
ผมรู้สึกชัดเลยว่าผมไม่อาจหดหู่หรือมีใจไปบ่นด่าว่าร้ายใครได้เลยเมื่ออยู่กับผู้หญิงคนนี้..
นี่สินะที่เค้าว่าการได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่ดีจะทำให้เราดีขึ้น 😌
พอพ่อแม่รวมถึงมิ้นเดินออกจากห้องไปเหมือนจะเปิดโอกาสให้เราคุยกันสองคน..
ผมก็กุมมือโมเบาๆก่อนที่โมจะแซงพูดขึ้นว่า..
"ขอบคุณนะคะพี่เคที่ให้กำลังใจหนูมาตลอด คนอะไรส่งเมล์คุยคนเดียวก็ได้555"
ผมจึงรีบตอบกลับว่า..
"555 ก็ตอนนั้นมันไม่รู้จะทำยังไงแล้วนี่! มาเยี่ยมก็ไม่ได้ ติดต่อก็ไม่ได้ เขียนคุยคนเดียวก็ยังดีเหอะ 555"
"แต่ยังไงพี่ก็ขอบคุณโมนะที่อดทนต่อสู้โรคร้ายมาจนหายขาด
ขอบคุณที่สดใสให้พี่เห็นตลอดเวลาแม้จะเจ็บป่วย
แล้วก็ขอบคุณที่ให้โอกาสพี่ได้เป็นแฟนโม.."
เราสองคนก็เงียบกันไปพักหนึ่ง..
กุมมือมองตากันก่อนที่จะหัวเราะกันออกมาเบาๆ
เป็นการหัวเราะที่อบอุ่น..
เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกขอบคุณและห่วงใยกัน.💞
...
🖊️...(4 : วันนี้)...
หลังจากผมกับโมหัวเราะกันได้ครู่หนึ่งเราก็กอดกันพร้อมกล่าวขอบคุณกันและกันอีกครั้ง..
ความอบอุ่นและความสุขในใจผมก็เต็มเปี่ยมในขณะนั้น..
ก่อนที่ภาพทั้งหมดจะค่อยๆจางลง..
พร้อมกับมีแสงฉายเป็นตัวอักษรที่ตรงหน้าผมและเสียงที่พูดขึ้นว่า..
"Your story is finished."
(เนื้อเรื่องของคุณสิ้นสุดแล้ว)
"We can detect that you can reach your happiness at the end."
(เราตรวจจับได้ว่าคุณสามารถไปถึงความสุขได้ในตอนจบ)
"We wish that you will have this happiness as the fuel for your life."
(เราปรารถนาว่าท่านจะสามารถใช้ความสุขนี้เป็นกำลังให้ชีวิตท่านต่อไป"
"Our 'Re-Life' service will save this beautiful ending scene to your account for you to replay it anytime you want."
(บริการ 'Re-Life' ของเราจะบันทึกภาพฉากจบที่งดงามนี้ลงในบัญชีของท่านเพื่อที่ท่านจะสามารถนำกลับมาชมได้ทุกเมื่อที่ต้องการ)
"System will slowly transfer your sense back to the real world, please prepare your self for the process."
(ระบบจะค่อยๆถ่ายเทประสาทสัมผัสของท่านกลับสู่โลกจริง ขอให้ท่านเตรียมตัวให้พร้อมรับกระบวนการถ่ายเทนี้)
"Transferring back to the Real world.."
(กำลังถ่ายเทกลับสู่โลกจริง..)
...
เวลาผ่านไปสักครู่..
ผมก็รู้สึกตัวว่านอนอยู่ในความมืด ก่อนที่จะลุกขึ้นถอดอุปกรณ์ที่ครอบหัวและติดตามตัวออก..
"เป็นไงครับท่าน ท่านได้พบตอนจบที่พอใจแล้วใช่มั้ยครับ?" ชายดูภูมิฐานคนหนึ่งกล่าวขึ้นพร้อมมาช่วยผมถอดอุปกรณ์และพยุงให้ผมลุกขึ้นมานั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของเขา.
"...อืมม..ก็เป็นตอนจบที่ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นมีความสุขมากทีเดียว..แต่.."
"แต่อะไรเหรอครับ?" ชายคนนั้นรีบถาม
"แต่สุดท้าย.. มันก็เป็นแค่โลกเสมือนจริงที่ไม่ใช่ความจริง..
แบบนี้ถ้ามีคนมาขอใช้ระบบเพื่อย้อนกลับไปแก้เรื่องที่คาใจ เค้าอาจจะสะเทือนใจมากตั้งแต่ได้เข้าไปในเนื้อเรื่อง หรือหากดำเนินเรื่องได้ต่อจนพอใจมากๆ..ตอนกลับมาโลกแห่งความจริงก็อาจจะรับไม่ได้หรือเสพติดระบบนี้จนถอนตัวไม่ขึ้นก็ได้นะ"
"555 ครับ เป็นไปได้จริงๆ ระบบนี้ถึงต้องมีค่าใช้จ่ายสูงนอกจากในส่วนพัฒนาเนื้อเรื่องให้เฉพาะบุคคลแล้วยังต้องมีทีมนักจิตวิทยาอย่างผมหลายคนร่วมกันสอบถามและดูแลผู้ใช้บริการ เพื่อร่วมกันกำหนดแนวเนื้อเรื่องในระดับที่ตอบสนองความพึงพอใจให้มีกำลังใจและความสุขโดยไม่กระตุ้นอารมณ์มากไป พร้อมทั้งคอยย้ำเตือนดูแลไม่ให้หมกมุ่นอยู่กับเรื่องในระบบด้วยนั่นแหละครับ"
นักจิตวิทยาผู้ดูแลผมอธิบายพร้อมกล่าวต่อไปว่า..
"แต่ท่านนี่ก็สมกับเป็นคนที่ท่านประธานแนะนำมาเลยนะครับว่าไม่ต้องดูแลมาก จิตใจท่านแยกแยะเรื่องจริงไม่จริงได้เร็วโดยไม่ต้องให้เตือน แถมยังวิเคราะห์ข้อควรระวังของระบบอย่างใจเย็นได้อีก
สมกับที่ท่านเป็นเพื่อร่วมรุ่นกับท่านประธานแล้วก็สามารถก่อตั้งอาณาจักรบริษัทใหญ่โตเป็นอันดับต้นๆของโลกได้ด้วยตัวเองจริงๆ"
"555 ชีวิตคนโสดไม่มีอะไรทำน่ะ ก็เลยมีแต่งาน ตัวผมยังจิตแข็งสู้เจ้าไบรอันประธานบริษัทคุณไม่ได้หรอก ขานั้นมันเด็ดขาดเข้มข้นชนไม่เลี้ยงมาตั้งแต่รู้จักกันเมื่อ 40 กว่าปีก่อน ชนิดที่ว่าผมรู้สึกโชคดีเลยว่าไม่ได้ทำบริษัทแนวเดียวกัน ไม่งั้นคงโดนมันฟัดตายไปแล้ว! 555."
"ยังไงก็ขอบคุณที่ดูแลมาหลายวันนะ เดี๋ยวผมพักซักครู่ก็กลับได้ใช่มั้ย? เอ้อ ไม่ต้องบอกเจ้าไบรอันนะ วันนี้ผมอยากกลับไปพักที่บ้านก่อนแล้วผมจะติดต่อมันเองอีกที"
"ได้ครับท่าน ร่างกายท่านแข็งแรงมากเลยสำหรับคนอายุเกือบ 70 จนค่าที่ระบบแจ้งทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจตลอดเวลาที่อยู่ในระบบและตอนนี้นี่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเลยครับ คิดว่าท่านพักอีกซัก 1 ชั่วโมงหรือจนท่านพอใจก็แจ้งผมนะครับ ทางเราจะจัดคนและรถพาท่านส่งกลับบ้านเองครับ"
"ขอบคุณมาก งั้นผมขอไปยืดเส้นยืดสายแล้วพักซักหน่อย พอผมจะกลับจะรบกวนอีกทีนะ"
...
🖊️...(5 : วันนั้นกับความจริง)...
หลังจากพักจนพอใจและกลับถึงบ้านตอนหัวค่ำ..
ผมก็อาบน้ำและเดินไปที่ห้องพระก่อนจะนั่งมองพระพุทธรูปพร้อมชำเลืองตาลงดูรูปของโมที่ผมเคยถ่ายไว้เมื่อประมาณ 40 ปีก่อน..
ใจก็เริ่มนึกถึงความจริงที่เกิด..
ความจริงที่ว่า..
หลังจากที่ผมเขียนเมล์ไปเชียร์ให้โมรับการรักษาแล้ว อีกไม่กี่วัน มิ้นก็แจ้งผมทางเมล์ว่าอาการโมทรุดหนักเพราะติดเชื้อในกระแสเลือด..
ตัวผมในวันนั้นก็ได้แต่กระวนกระวายทำอะไรไม่ถูก จนต้องไปหาบทสวดมนต์ที่มีความเชื่อว่าช่วยเหลือเรื่องความป่วยไข้ได้อย่างบท 'โพชฌงคปริตร' มาคุกเข่าสวดต่อหน้าพระพุทธรูปองค์นี้..
ตั้งใจจะสวดทุกวัน วันละ 26 จบ ซึ่งเป็นจำนวนที่เท่ากับอายุโมบวกหนึ่งในตอนนั้น โดยคิดเอาเองว่าเหมือนเป็นการสวดต่ออายุ ตามประสาคนขาดที่พึ่ง..
ผมสวดได้ 3 วัน..ก่อนที่จะได้รับเมล์จากมิ้นว่า..
..โมจากไปแล้ว..
และผมได้มีโอกาสพบโมอีกครั้งที่หน้าโลงศพ เมื่อวันที่ครอบครัวโมนำศพกลับมาทำพิธีที่ไทย..
ปาฏิหารย์ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปเจอเซลล์ต้นกำเนิดที่ตรงกัน..กลับไม่มีประโยชน์..
การตั้งใจสวดมนต์และส่งกำลังใจไปหาก็ไม่นำพาส่งผล..
สัญญาที่ให้ไว้ว่าจะส่งเมล์ไปหาทุกวันพร้อมบินไปเยี่ยมก็ไม่ได้รับการเติมเต็ม..
ใครจะคิดว่า..วันธรรมดาที่เรากินไก่ทอดและดูหนังด้วยกันวันนั้นกลับกลายเป็นวันสุดท้ายที่เราได้เจอหน้ากัน..
ใครจะคิดว่าอีกไม่กี่วันหลังจากที่ได้ฟังข่าวดีว่าโมมีโอกาสหายขาดกลับเป็นวันที่เธอจากไป..
ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ผมก็ยังคงมานั่งสวดมนต์ทำสมาธิต่อหน้าพระพุทธรูปองค์นี้ตลอด และก็ได้นึกถึงเรื่องที่พิจารณาในวันนั้นว่า..
'ทำไมคนดีอย่างโมถึงอายุสั้น คนที่ใจดีกับทุกคน ยิ้มแย้มให้ทุกคนและรักสัตว์เป็นที่รักแบบนี้ควรจะมีอายุยืนมิใช่หรือ?'
ก่อนจะเข้าใจหลังจากคิดวนไปวนมาอยู่นานว่า..
- แล้วทำไมคนดีจะอายุสั้นไม่ได้?
- เด็กที่เกิดมาไม่นานยังไม่น่าจะได้ทำบาปอะไรยังมีเสียชีวิตกันมากไม่ใช่หรือ?
- โมเองก็อยู่อย่างเป็นคนดีและเป็นที่รักของทุกคนและจากไปแบบไม่น่าจะเจ็บปวดนัก นั่นยังไม่ดีพอสำหรับหนึ่งชีวิตหรือ?
- หากเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมและภพชาติ ใครจะรู้ว่าโมเคยเกิดและทำกรรมอะไรมาบ้าง? และการเจ็บป่วยอายุสั้นนี้จะเป็นกรรมเก่าส่งผลหรือไม่ใครจะรู้?
เมื่อจู่ๆก็คิดได้ดังนี้ ใจมันก็คลายเบาลง..
ความรู้จำจากที่เคยอ่านหนังสือธรรมะมาก็ค่อยๆย้อนขึ้นมา และทำให้รู้สึกสัมผัสได้ถึงชีวิตในวังวนแห่งกรรมและความจริงได้มากขึ้น..
แม้จะมีความเศร้าซึมเหลืออยู่แต่ก็คลายจางลงมาก และค่อยๆจางหายไปกับเวลา..😌
มิได้เป็นการลืมเลือนเรื่องราวหรือจืดจางลงของความรู้สึกในช่วงนั้น.
แต่กลับเป็นความรู้สึก'เต็ม'ที่เรารู้ว่าเราเคยได้พบคนที่ดี..มีความรักและห่วงใยให้กันและกัน. ❤️
ได้ใช้เวลาที่ดีร่วมกันอย่างเต็มที่ตามโอกาสและจังหวะที่อำนวย. ❤️
ทั้งยังเป็นกำลังส่งให้เราอยากจะเป็นคนสดใสแสนดีแบบคนๆนั้นไปตลอด. ❤️
ผมได้มี 'ความรัก' 'เต็มที่' ดีแล้วในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต.
แม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ผมก็ได้สัมผัสถึง..
ความสุข ความดีงาม ที่ผมและโมมอบให้กัน..
ความห่วงใยจากใจจริงต่อกันของผมและโม..
และต่อเนื่องไปด้วยการมอบความรักที่'เต็มเปี่ยม' นั้นให้กับคนอื่นๆ อย่างที่โมและผมเคยมอบให้กัน..
ผมไม่ได้เป็นโสดเพราะอาลัยรัก แต่กลับเป็นว่าผมรู้สึกว่าผมมีความรัก 'เต็ม' พอแล้ว..'พอ' ที่จะแจกจ่ายให้กับคนอื่นๆโดยไม่ต้อง 'หา' เพิ่ม.
แม้การขอเข้าไปทดลองระบบ Re-Life ของบริษัทเจ้าไบรอันจะทำให้ผมได้เห็นภาพและสัมผัสความรู้สึกที่น่าจะทำให้ผมมีความสุขมากหากโมหายป่วยและได้มีโอกาสใช้ชีวิตต่อไปด้วยกัน..
แต่ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาหลายสิบปีหลังจากวันที่โมจากไปนั้น ผมก็พบว่า..
มีคู่รักหรือครอบครัวที่รักกันมากมายที่คนที่ตนรักต้องจากไปก่อนทั้งจากอุบัติเหตุหรือโรคร้าย..
มีคู่รักที่เคยรักกันมากแต่กลับประสบปัญหาชีวิตบางอย่างก่อนจะเลิกรากันไป..
แม้หากวันนั้นโมหายป่วย อะไรจะมารับประกันได้ว่าเราคนใดคนหนึ่งจะไม่จากไปก่อนหรือมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกัน?..
ไม่มีเลย..
ไม่ใช่เพียงไม่มีอะไรรับประกัน..
แต่กลับแทบจะแน่นอนว่าคนสองคนจะเสียชีวิตพร้อมกันพอดีนั้นน่าจะเป็นเรื่องยาก..
นั่นคือความพลัดพรากจากสิ่งที่รัก พบเจอเรื่องไม่ชอบใจนั้นมันเป็นเรื่องธรรมดา 👁️
จะวันนั้น วันนี้หรือวันไหน เรื่องที่เราชอบใจและไม่ชอบใจก็มีโอกาสเกิดขึ้นตลอดเวลา 👁️
ชีวิตเองเกิดมาแล้วก็มีเจ็บป่วย แก่ ตายเป็นปกติ 👁️
การที่ได้เห็นโมในโลกเสมือนจริงครั้งนี้แม้จะทำให้ย้อนคิดถึงความหลังเก่าๆและความสุขที่น่าจะเกิดต่อมาหากโมหายป่วย..แต่ก็ไม่อาจหักหาญน้ำหนักออกจากความจริงที่เด่นชัดซึ่งตัวเราได้ประสบพบเห็นมาตลอดหลายสิบปี..
จะมีก็แต่ช่วยให้ระลึกถึงวันดีๆ ที่ผมได้เห็นโมยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ คุยเล่นได้แม้ยามเจ็บป่วย เป็นห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเอง ไม่บ่นด่าว่าร้ายใคร..
วันดีๆที่เรามีความปรารถนาดีและความห่วงใยให้แก่กันและกัน..
เป็นวันดีๆที่เราก็สามารถสร้างขึ้นได้และส่งต่อให้ผู้อื่นได้เหมือนที่โมทำให้ผมเห็นและสัมผัส..
..วันดีๆ..
❤️ "วันแห่งความรัก" ❤️
เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็เก็บรูปโมเข้าอัลบั้มในชั้นวาง ก่อนที่จะกลับมานั่งสวดมนต์ ทำสมาธิ พิจารณาธรรม และอุทิศบุญกุศลอันดีที่ได้ทำแล้วทั้งหลายแก่สรรพชีวิต..รวมถึงโมผู้เป็นแบบอย่างในความรักให้แก่ผมดังเช่นที่เคยทำเป็นประจำต่อไป..
😌🙏🙏🙏😌
ขอบคุณภาพจาก pixabay.com
🤔[ข้อมูลและสรุปปิดท้าย]🤔
1️⃣ ก่อนอื่นผมต้องบอกให้ทราบก่อนว่าเรื่องเกี่ยวกับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวนั้นผมเอาข้อมูลเพียงคร่าวๆจากที่หาอ่านได้ใน internet รวมกับที่เคยมีคนเล่าให้ฟังมาแต่งเรื่องนี้นะครับ.
ไอ้เรื่องที่ไปเจอเซลล์ต้นกำเนิดที่ญี่ปุ่นพร้อมรักษาตัวอะไรนี่ผมก็มโนเอาเพราะอยากให้มีจุดพีคพลิกผันแบบความห่วงหาระยะไกลในเรื่องเท่านั้น ไม่ได้ไปเอาข้อเท็จจริงใดมาอ้างอิงแต่อย่างใด.
⚠️ หากท่านเห็นว่ามีความไม่ถูกต้องเหมาะสมอันใดที่อาจจะทำให้เข้าใจโรคและการรักษาผิดโปรดแจ้งไว้ใน comment นะครับ ผมจะได้รีบหาทางแก้ไขครับ 🙏
ซึ่งหากท่านสนใจข้อมูลเกี่ยวกับมะเร็งเม็ดเลือดขาวก็อาจลองไปดูข้อมูลสั้นๆได้ที่ link ⬇️
2️⃣ เรื่องการบริจาคเซลล์ต้นกำเนิด (stem cell) นั้น,มีจริงๆและหากท่านทำเรื่องบริจาคไว้ที่สภากาชาดแล้วจะยังไม่มีการดำเนินการใดๆต่อ เว้นแต่จะมีผู้ป่วยที่ต้องการและข้อมูลของผู้ป่วยสามารถจับคู่ได้กับท่านพอดีจึงอาจจะมีการแจ้งขอความร่วมมือให้ท่านเตรียมตัวเพื่อไปดำเนินการบริจาคต่อไป ซึ่งจากข้อมูลที่อ่านเข้าใจว่าโอกาสที่จะมีคนป่วยที่เราไม่รู้จักมารับ stem cell จากเราไปได้นั้นค่อนข้างยากมาก แต่ถ้ามีโอกาสได้ไปบริจาคจริงก็จะช่วยผู้ป่วยได้มาก เพราะเป็นแนวทางที่ทำให้ผู้ป่วยบางโรคมีโอกาสหายขาดได้เลยทีเดียวครับ! ผมเองก็สมัครแล้วนะ😉
หากท่านสนใจจะไปลงชื่อบริจาคไว้ก็ลองไปอ่านตาม link นี้ดูก่อนได้ครับ ⬇️
3️⃣ เรื่องส่วนที่เกี่ยวกับโลกเสมือนจริงที่ทำให้เราได้พบกับคนที่จากไปหรือคนที่เราต้องการนั้นผมก็เคยมีคิดไว้เล่นๆว่าจะเอามาเขียนก่อนที่จะมาเจอโพสต์ของคุณ Antfield ด้านล่างนี้ที่ช่วยกระตุ้นให้ผมเอามารวมไว้ในเนื้อเรื่องเพื่อช่วยเพิ่มจุดเปลี่ยนและสนองความพอใจส่วนตัว55
4️⃣ บทสวดโพชฌงคปริตร หรือ โพชฌังคปริตร นั้นมีจริงๆโดยเป็นบทสวดที่กล่าวถึง โพชฌงค์ อันเป็นข้อธรรม 7 ประการซึ่งเป็นองค์ธรรมที่ช่วยในการเห็นแจ้งในธรรมแต่ในบทสวดก็ได้มีการกล่าวถึงตอนที่พระพุทธองค์ทรงแสดงโพชฌงค์ให้แก่พระโมคคัลลานะและพระมหากัสสปะแล้วทั้งสององค์ก็หายจากอาการอาพาธที่เป็นอยู่ รวมถึงตอนที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ให้พระจุนทเถระแสดงโพชฌงค์ถวายขณะทรงประชวรแล้วก็ทรงหายจากอาการประชวรนั้น หลายคนจึงอาจถือว่าบทสวดนี้มีผลด้านช่วยรักษาคนเจ็บป่วยได้ (แต่ส่วนตัวคิดว่าพระมหาเถระหายจากอาพาธและพระพุทธองค์นทรงหายประชวรได้ด้วยการพิจารณาเห็นจริงตามข้อธรรมของโพชฌงค์อย่างถ่องแท้มากกว่า) ซึ่งหากสนใจรายละเอียดพร้อมบทสวดและคำแปลสั้นๆก็ลองชมที่ 2 link นี้ ⬇️
5️⃣ เผื่ออ่านแล้วเรื่องยาวๆแล้วงง เลยอยากสรุปไว้ว่าในเรื่องนั้นจริงๆต้องการแสดงให้เห็นถึงประเด็นดังต่อไปนี้ครับ :
- ความจริงของชีวิตที่มีการพลัดพรากเป็นธรรมดา
- เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่อาจมาช่วยคลายปมในใจให้เรา แต่ก็ไม่พ้นตัวเราเองที่ต้องยอมรับความจริงและปลดปมนั้นจากใจตัวเอง มิเช่นนั้นก็อาจเป็นแค่การเดินไปหาปมใหม่เท่านั้น
- ความรักที่มาในรูปแบบรักหนุ่มสาว แต่ก็สามารถขยายความเป็นความรักที่กระจายเผื่อแผ่ให้กับผู้อื่นได้เช่นกัน ถ้าใจเรามีความรักอันดีมาก'พอ'
- หากเราเผชิญความสูญเสียด้วยสติ และการพิจารณาอันดีจะช่วยนำพาให้เราข้ามพ้นเวลาอันโหดร้ายและอาจพลิกกลับให้เราพัฒนาตนให้เข้าใจโลกได้ดีขึ้นและเข้มแข็งขึ้นได้อีกด้วย
- การศึกษาด้านจิตใจ และธรรมะนั้นควรทำสะสมไว้บ้าง เพราะเมื่อเจอเรื่องร้ายและพอมีสติดึงใจกลับมาได้สักหน่อยแล้ว ความรู้ที่เคยสะสมไว้อาจจะย้อนขึ้นมาช่วยเหลือเราได้
6️⃣ จากเรื่องที่ว่าจะเขียนสั้นๆ ประเด็นนิดเดียว แต่งแล้วก็ยาวออกไปเรื่อยๆ 555
แม้แต่ชื่อตัวละครและชื่อเรื่องก็มาเปลี่ยนตอนเขียนใกล้จบเพราะอ่านแล้วมันขัดใจ..ตอนแรกให้นางเอกชื่อ 'แมว' แต่พอเขียนไปเรื่อยๆเหมือนพูดถึง แมวเหมียว 🐈 อ่านแล้วตลกก็เลยแก้เป็น 'โม' แทน..แต่มาแก้ตอนเขียนมายาวแล้วบนมือถือเลยไม่รู้จะแก้หมดมั้ย หากท่านผู้อ่านเจอชื่อ 'แมว' ตรงไหนแจ้งทีนะครับ จะได้รีบแก้ 5555 🤣
7️⃣ หากท่านอยากร่วมสนุกเพิ่มเติมก็ขอเชิญ comment บอกกันหน่อยครับว่าหากท่านเป็น พี่เค หรือ น้องโม จะรู้สึกหรือตอบสนองกับเรื่องที่เจออย่างไร คิดว่าพี่เคดูใจแห้งๆนิ่งๆเกินไปมั้ย หรือน้องโมจะดูสดใสออดอ้อนเกินจริงไปอะไรแบบนี้ก็บอกเล่าความคิดเห็นไว้กันได้นะครับ 😉
...เรื่องสั้นขนาดยาวนี้...
ไม่ทราบว่าจะมีซักกี่คนที่จะอ่านหมดจนจบ.
แต่ยังไงผมก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน ไม่ว่าจะอ่านหมดหรือไม่..เพราะถ้าเป็นผมเองเห็นยาวขนาดนี้ก็คงไม่อ่านล่ะครับ555 🤣
ขอบคุณทุกท่านที่อ่าน.. 🙏
ขอบคุณทุกท่านที่แวะมา.. 🙏
ขอบคุณความรักและห่วงใยที่มีให้กัน.. 🙏
ขอให้ทุกๆวันของท่านเป็น 'วันแห่งความรัก' ครับ
KhunKidD / kidDD
12/2/2563
❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️
ความคิดเห็น
คนหนีเที่ยว
ติดตามและให้กำลังใจนะครับ
27 ก.ค. เวลา 14:14
1
คนหนีเที่ยว
ยินดีนะครับผม🥇🏅🏆
27 ก.ค. เวลา 14:22
1
Happiness D.I.Y. by Schoko
อ่านจบค่ะ ถึงจะยาวแต่อ่านเพลินนะคะ การใช้เทคโนโลยี เยียวยจิตใจ ถือว่า เป็นวิธีที่ดีนะคะ อย่างน้อยก็ทำให้ ได้ความรู้สุกดีๆ กลับมา @ พี่กลับมาอ่าน ตามสัญญาแล้วนะจ๊ะ 😘
19 มี.ค. เวลา 10:03
1
KhunKidD
ขอบคุณครับพี่ช่างน่ารักมากมายมหาศาลหาใดเปรียบ..ขอบคุณแบบเต็มที่😁❤️
19 มี.ค. เวลา 10:04
1
องศาที่หายไป359ํ
อ่านจบเลยค่ะ จินตนาการตรงเทคโนโลยีดีมากๆ ตรงกับยุคAI ซึ่งอนาคตอาจจะมีจริงก็ได้ ใครจะรู้คะ^^
22 ก.พ. เวลา 02:11
1
KhunKidD
ขอบคุณมากครับ ❤️ คิดว่าเป็นไปได้สูงที่จะมีในระดับนึงเลยล่ะครับ 🤔
22 ก.พ. เวลา 03:15
1