17 ก.พ. 2020 เวลา 04:00 • ธุรกิจ
กว่าที่จะมาเป็น “Jeff Bezos” มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก
หลายคนคงรู้จัก Jeff Bezos มหาเศรษฐีแนวหน้าของโลกเป็นอย่างดี เขาคือนักธุรกิจผู้ก่อตั้งอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ Amazon และ ธุรกิจอวกาศ Blue Origin นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจอื่น ๆ และองค์กรด้านการกุศลอีกเพียบที่ Jeff ดูแลอยู่
เขาผู้นี้ก้าวขึ้นมาเป็นบุคคลที่รำ่รวยที่สุดในโลกที่ถูกจัดอันดับในปีที่ผ่านมา แต่ในวัยเด็ก เขาเป็นเพียงเด็กชายชาวอเมริกันที่เกิดมาในร้านขายจักรยาน ซึ่งไม่ได้มีฐานะที่รำ่รวยแต่อย่างใด แล้ว Jeff ผลักดันตัวเองจนมาก่อตั้งธุรกิจได้อย่างไร ?
ย้อนกลับไปปี 1964 Jeffrey Preston Bezos ได้ลืมตาดูโลกที่รัฐนิวเม็กซิโก มีพ่อเป็นเจ้าของร้านจักรยาน และในเวลานั้น แม่ของ Jeff เป็นสาว High School ที่มีอายุเพียง 17 ปี ความรักของพ่อแม่ ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด เพราะไม่นาน ทั้งคู่ได้หย่าร้างกัน อันเป็นเหตุผลเนื่องมาจาก พ่อของ Jeff นั้นติดเหล้า
หลังจากนั้น ในปี 1968 แม่ของ Jeff ได้แต่งงานใหม่กับ Miguel Mike Bezos พร้อมกับย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ Houston ในรัฐ Texas และ Jeff ก็ได้เปลี่ยนมาใช้นามสกุล Bezos ตาม Mike อีกทั้งยังได้รับการเลี้ยงดูจาก Mike เป็นอย่างดี เพราะตัวของ Mike เองมีโปรไฟล์ที่ดี มีชื่อเสียงหลังจบจากมหาวิทยาลัย จนได้รับงานเป็นวิศวกร มีเงินเดือนเลี้ยงดูครอบครัว
Jeff ฉายแววในด้านการสร้างสิ่งประดิษฐ์และชื่นชอบในการอ่านหนังสือแต่เด็ก เนื่องจากเขาได้รับแรงบันดาลใจจากปู่ ที่มี่ความรู้ในด้านวิศวกรรม คอมพิวเตอร์ รวมทั้งสิ่งประดิษฐ์ไฮเทคต่าง ๆ
.
ตัวของ Jeff เอง เคยประดิษฐ์ Hovercraft จากเครื่องดูดฝุ่น เครื่องทำอาหารจากแสงอาทิตย์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งยังได้ประดิษฐ์ เครื่องเตือนภัย เพราะน้องชายและน้องสาวของเขา ชอบแอบมารื้อของเล่นในพื้นที่ส่วนตัวของเขา
ในวัยเรียน Jeff ได้รับการศึกษาที่ Miami Palmetto Senior High School ในชั้นมัธยม Jeff มีความโดดเด่นในโรงเรียน เขาได้มีโอกาสร่วมโครงการอบรมวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฟลอลิดา และเมื่อเขาจบการศึกษา เขายังได้รางวัลนักเรียนดีเด่นถึงระดับชาติ
ทั้งยังได้รับรางวัลอัศวินสีเงิน สำหรับบุคคล ที่มีความโดดเด่นในด้านการเรียน มีภาวะความเป็นผู้นำ และยังสร้างคุณประโยชน์ให้กับสถาบัน
.
ต่อจากนั้น Jeff ได้สานต่อการศึกษาในชั้นอุดมศึกษา ที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน โดยการเลือกเรียนในสาขาฟิสิกส์ แต่เมื่อเรียนไป Jeff กลับพบว่า มันไม่ใช่ทางสำหรับเขา Jeff จึงได้ย้ายไปเรียนในด้าน อิเล็กทรอนิกส์ วิทยาศาสตร์และคอมพิวเตอร์
ด้วยการศึกษาในด้านที่ตัวเองถนัด Jeff ได้ค้นพบความสามารถของตัวเองในการเขียนโปรแกรม และด้วยความฉลาดในด้านการศึกษา เขาจบการศึกษาด้วยการได้รับเกียรตินิยมอีกครั้ง ในปี 1986 แถมยังได้รางวัลจากมหาลัย สำหรับนักศึกษาที่มีความโดดเด่นด้านศิลปะและวิทยาศาสตร์
อีกทั้ง เขายังได้รับใบปริญญาสองใบในเวลาเดียวกัน ในด้านวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์
.
เมื่อจบการศึกษา หนุ่มเนื้อหอม ได้รับข้อเสนอเข้าทำงานจากบริษัทใหญ่ ๆ มากมาย อย่างเช่น Intel, Bel labs และบริษัทอื่น ๆ อีกเพียบ แต่ Jeff กลับเลือกทำงานกับ Fitel บริษัทสตาร์ทอัพด้านการสื่อสาร
ด้วยความสามารถและความฉลาดของเขา Jeff เลื่อนขั้นเป็นผู้อำนวยการฝ่ายบริหารลูกค้าในเวลาไม่นาน แต่เขาทำงานให้กับ Fitel เพียงสองปี ก็ได้ย้ายมาทำงานให้กับ Bankers Trust
และก็ได้เปลี่ยนที่ทำงานอีกครั้ง ในอีกสองปีถัดมา ที่ D.E.Shaw & Co ซึ่งเป็นบริษัทจัดการเกี่ยวกับกองทุน ที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ ด้วยความโดดเด่นในการงานของเขา เพียง 4 ปี เขาได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น รองประธานอาวุโส ในขณะที่มีอายุเพียง 30 ปี
แม้จะมีหน้าที่การงานที่ดี แต่ Jeff เอง เป็นคนที่มีแรงบันดาลใจหลายอย่างในชีวิต ทั้งอยากเป็นนักบินอวกาศ ชอบในการประดิษฐ์ และมีความหลงไหลในดาราศาสตร์
.
ในปี 1993 Jeff ได้อ่านบทความในอินเทอร์เน็ต และเขาได้ค้นพบว่า World Wide Web มีอัตราการเติบโตสูงถึง 2,300% ต่อปี Jeff ได้มองจุดนี้เป็นโอกาสที่ดีในการทำธุรกิจ
หลังจากนั้น เขาตัดสินใจลาออกจากบริษัท D.E. Shaw & Co แม้คนรอบข้างของเขาจะไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ Jeff ก็ไม่ต้องการที่จะอยู่ใน Comfort Zone อีกต่อไป
เขาพร้อมที่จะพบเจอความท้าทายใหม่ ๆ ในชีวิต Jeff เริ่มต้นการค้าผ่านโลกออนไลน์ ด้วยการศึกษาการค้าผ่านทางไปรษณีย์ ที่เวลานั้นการสั่งซื้ออินเทอร์เน็ต กำลังเริ่มเป็นที่นิยม เขาจึงได้เขียนรายการสินค้าประมาณ 20 รายการที่จะขาย ก่อนที่จะตัดสินใจเริ่มขาย “หนังสือ” เป็นอย่างแรก
Jeff และภรรยาที่พบรักในขณะที่ทำงานด้วยกันที่บริษัทเก่า ทั้งคู่ได้ร่างแผนธุรกิจ ในระหว่างที่ขับรถย้ายจากนิวยอร์กไปซีแอตเทิล เขตที่มีภาษีการค้าต่ำแถมยังมีแหล่งสินค้าและสำนักพิมพ์อยู่มากมาย
.
5 กรกฎาคม 1994 Jeff เปิดตัวเว็บไซต์ “Cadabra” ซึ่งชื่อนี้มีความหมายว่า สิ่งที่ให้ความรู้สึกถึงพลัง และความรู้ แต่ทนายของเขา ได้ขอให้เขาเปลี่ยนชื่อใหม่ เนื่องจากเป็นชื่อที่คล้ายกับ Cavadar ที่แปลว่าซากศพมากเกินไป
เขาจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “Relentless” ที่แปลว่า ความไม่ยอมอ่อนข้อ แต่ภายหลังก็ถูกเปลี่ยนอีกครั้งเป็น “Amazon” เพราะให้ความหมายในความยิ่งใหญ่ เนื่องจาก Amazon เป็นแม่นำ้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
กิจการได้เริ่มขยับขยายขึ้น Amezon.com ได้รับการเปิดตัวในปี 1995 ด้วยเงินลงทุนของครอบครัวประมาณ $250,000 ใช้โรงรถเล็ก ๆ เป็นออฟฟิศ และหนังสือเล่มแรกของ Amazon.com ที่ได้รับการสั่งซื้อไปคือ “Douglas Hofstadter’s Fluid Concepts And Creative Analogies”
และในเพียง 2 เดือนแรกที่ Amazon เปิดตัว สินค้าได้รับการสั่งจาก 50 รัฐ และอีก 45 ประเทศทั่วโลก ทำรายได้เฉลี่ย 20,000 เหรียญต่อสัปดาห์ หรือราว ๆ 613,400 บาท
.
ไม่นาน กิจการก็เติบโตขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน Amazon ไม่ได้วางขายแค่หนังสืออีกต่อไป แต่ยังขายสินค้าประเภทอื่นอีกด้วย
เพียงสองปี ที่ Amazon เปิดตัว ก็ได้เข้าสู่ตลาดหุ้น IPO
และเพียงสี่ปี ที่ Amazon เปิดตัว ก็ได้รับการยกย่องจาก Time Magazine ให้ Jeff Bezos เป็นบุคคลแห่งปี จากการก่อตั้งบริษัท E-Commerce ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก
หลังจากนั้น Amazon ก็ได้ขยับขยายเรื่อยมา และทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องราวการเริ่มเข้าสู่การเป็นเศรษฐีของ Jeff แต่ในปัจจุบัน Jeff Bezos เขามีธุรกิจอยู่ในการบริหารมากมาย
จากเด็กชายที่ไม่มีต้นทุนในวันนั้น กลายเป็นเศรษฐีแนวหน้าของโลกในวันนี้ ทั้งหมด ล้วนแล้วแต่ได้มาจากการขวานขวาย ไม่หยุดที่จะค้นหาความรูและความท้าทายให้กับชีวิต กระทั่งก้าวไปสู่ความสำเร็จ ในที่สุด
Swivel คอนเทนท์ยุคใหม่เชิงสร้างสรรค์ ที่นำเสนอในทุกแรงบันดาลใจ ไม่ว่าจะเป็น
Science&Tech • Inspiration • Passion • Community • Sport
ชื่นชอบ คอนเทนท์ของ Swivel อย่าลืมกดแชร์ กดติดตามและกดไลค์กันเยอะๆนะครับ ที่สำคัญ ติชม และให้กำลังใจผ่านคอมเมนท์ข้างล่างนี้ หรือสนับสนุนด้วยเพชรกันเข้ามาเยอะ ๆ เลยน๊า
Follow Us On “Facebook” https://www.facebook.com/swivelthailand
Follow Us On “Line” http://nav.cx/2z8bFq6
1
Reference
โฆษณา