28 ก.พ. 2020 เวลา 05:00 • ประวัติศาสตร์
“เฉินหลง (Jackie Chan) นักแสดงชาวฮ่องกงผู้ก้าวไปผงาดในฮอลลีวู้ด” ตอนที่ 1
เด็กชาย “เฉินกั่งเซิง”
เฉินหลงหรือ Jackie Chan เป็นนักแสดงชาวฮ่องกงที่ไปผงาดในฮอลลีวู้ด
นอกจากในฮ่องกงและทั่วโลก ชาวไทยเองก็น่าจะคุ้นเคยกับภาพยนตร์ของเขา
ซีรีส์ชุดนี้จะเป็นเรื่องราวของเขา
เฉินหลงหรือ “เฉินกั่งเซิง” เกิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน ค.ศ.1954 (พ.ศ.2497) ที่วิกตอเรีย พีค ฮ่องกง
พ่อแม่ของเขาคือ “ชาร์ลส์ (Charles)” และ “ลีลี (Lee Lee)”
พ่อ แม่ และกั่งเซิง
กั่งเซิงนั้นเป็นเด็กตัวใหญ่ ตั้งแต่เกิดเขาก็มีน้ำหนักถึง 12 ปอนด์ ซึ่งตัวใหญ่มากจนพ่อและแม่เรียกเขาว่า “เป่าเปา” ซึ่งแปลว่า ลูกกระสุนปืนใหญ่
พ่อและแม่ของกั่งเซิงนั้นมีฐานะยากจน แม่ของเขาเป็นแม่บ้าน ส่วนพ่อของเขานั้นเป็นพ่อครัว โดยทั้งพ่อและแม่ของเขานั้นทำงานให้กับเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำฮ่องกง
ท่านทูตนั้นอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ ส่วนกั่งเซิงและพ่อแม่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ ที่ไม่มีหน้าต่าง
ตั้งแต่อายุเพียงสี่ห้าขวบ กั่งเซิงก็เริ่มจะออกกำลังกายทุกวัน โดยพ่อของเขาจะปลุกให้เขาตื่นมาออกกำลังกายทุกเช้า
กั่งเซิงในวัยเด็ก
กั่งเซิงและพ่อนั้นมักจะนำเอาไม้และขยะต่างๆ มาทำเป็นอุปกรณ์ออกกำลังกาย และต่อมา เมื่ออายุได้หกขวบ พ่อและแม่ก็ได้ส่งเขาเข้าโรงเรียน
แต่กั่งเซิงนั้นไม่ชอบการเรียน เขาอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจบทเรียน และก็ยังไม่ทำการบ้าน
กั่งเซิงไม่ต้องการจะอยู่ในตึก เขาอยากจะออกไปวิ่งเล่น ทำให้เขารู้สึกเบื่อ และเขาก็มักจะถูกทำโทษอยู่บ่อยๆ อีกทั้งเขายังมักจะมีเรื่องชกต่อยกับเด็กเพื่อนบ้านบ่อยๆ
1
เมื่อพ่อและแม่ทราบว่ากั่งเซิงนั้นต้องเรียนซ้ำชั้น พ่อและแม่จึงพาเขาออกจากโรงเรียน
1
ในช่วงเวลานี้เอง พ่อของกั่งเซิงได้รับข้อเสนอให้ย้ายไปออสเตรเลียเพื่อเป็นพ่อครัวให้แก่เอกอัครราชทูตสหรัฐ
แต่การจะไปออสเตรเลียก็หมายความว่าต้องทิ้งแม่และกั่งเซิงให้อยู่ที่นี่เพียงลำพัง และกั่งเซิงซึ่งขณะนั้นมีอายุได้เจ็ดขวบก็เฮี้ยวเกินกว่าที่แม่จะเลี้ยงดูคนเดียวได้
พ่อและแม่ของเขาเริ่มสนใจที่จะส่งกั่งเซิงไปเข้าโรงเรียนการละครที่เกาลูน ซึ่งน่าจะดีสำหรับตัวกั่งเซิง
โรงเรียนการละครที่กั่งเซิงจะไปเรียนคือ “China Drama Academy” ซึ่งเป็นโรงเรียนงิ้วปักกิ่ง ซึ่งที่โรงเรียนแห่งนี้ นักเรียนจะได้เรียนศิลปะการต่อสู้และฝึกระเบียบวินัยอีกด้วย
1
วันหนึ่ง พ่อของกั่งเซิงได้บอกกับกั่งเซิงว่าจะพาไปเที่ยวที่เกาลูน ซึ่งกั่งเซิงก็ตื่นเต้นมาก และเขาก็แต่งตัวด้วยชุดคาวบอยซึ่งเป็นชุดโปรด
เมื่อไปถึง China Drama Academy กั่งเซิงก็รู้สึกแปลกใจมาก
ในห้องขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยเด็กทั้งชายและหญิงในเครื่องแบบสีขาวดำ กำลังฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกใช้ดาบไม้ หรือการต่อสู้ต่างๆ ซึ่งกั่งเซิงก็รู้สึกตื่นเต้นมาก
พ่อของเขาได้เข้าไปพูดคุยกับอาจารย์ “ยู จิม-เหยือน (Yu Jim-yuen)” ซึ่งเป็นผู้ดูแลโรงเรียนแห่งนี้
ยู จิม-เหยือน (Yu Jim-yuen)
กั่งเซิงนั้นเดินชมการฝึกซ้อมของนักเรียน และเขาก็รู้สึกชอบมาก
พ่อและแม่ได้พากั่งเซิงกลับมายังโรงเรียนแห่งนี้อีกสองครั้ง และได้ถามกั่งเซิงว่าเขาชอบโรงเรียนนี้หรือไม่ ซึ่งกั่งเซิงก็ชอบมาก และเมื่อถึงวันที่พ่อของเขาต้องเดินทางไปออสเตรเลีย แม่ของเขาก็จะยังคงทำงานเป็นแม่บ้านที่ฮ่องกง ส่วนกั่งเซิงก็ต้องย้ายไปอยู่ที่ China Drama Academy
กั่งเซิงนั้นดีใจและตื่นเต้น เขาคิดว่าเขาคงไม่ต้องไปโรงเรียนหรือทำงานบ้านอีกแล้ว ซึ่งพ่อและแม่ของเขาก็ได้เซ็นสัญญาให้กั่งเซิงอยู่กับโรงเรียนเป็นเวลานานถึง 10 ปี ซึ่งขณะนั้นกั่งเซิงเพิ่งจะมีอายุได้เจ็ดขวบเท่านั้น
เมื่อได้เข้าไปเรียนจริงๆ กั่งเซิงก็ได้พบความจริงว่าสิ่งที่คิดกับความเป็นจริงนั้นตรงกันข้าม
ที่โรงเรียนแห่งนี้มีกฎระเบียบมากมาย มีระบบรุ่นพี่ที่เคร่งครัด และกั่งเซิงก็มักจะถูกล้อว่าจมูกโตบ่อยๆ
นักเรียนได้นอนแค่วันละห้าชั่วโมงเท่านั้นและต้องตื่นตั้งแต่ตีห้า และต้องฝึกซ้อมมากกว่าวันละ 16 ชั่วโมง และกั่งเซิงก็ได้เจอแม่แค่อาทิตย์ละครั้งเท่านั้น
แต่กั่งเซิงก็ได้พยายามอย่างหนักที่จะเป็นนักเรียนกังฟูที่เก่งให้ได้ เขาทั้งร้องเพลง และฝึกศิลปะการต่อสู้อย่างหนัก
ด้วยความพยายามนี้เอง กั่งเซิงจึงได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในนักแสดงทั้งเจ็ดของโรงเรียน โดยเริ่มแรกนั้น เขาได้แสดงในบทเล็กๆ ก่อนที่จะเริ่มขยับขยาย
อาจารย์ยูได้อนุญาตให้นักเรียนไปออดิชั่นในภาพยนตร์ต่างๆ นอกโรงเรียนได้ และขณะที่เขาอายุได้เพียงแปดขวบ กั่งเซิงก็ได้แสดงเป็นตัวประกอบในภาพยนตร์เรื่อง “Big and Little Wong Tin Bar”
กั่งเซิงขณะเป็นตัวประกอบ
วันหนึ่ง พ่อและแม่ของกั่งเซิงได้แจ้งมาว่าจะมาเยี่ยมเขา
กั่งเซิงรู้สึกกังวลว่าพ่อกับแม่จะพาเขาออกจากโรงเรียน เนื่องจากพ่อซึ่งได้ไปอยู่ออสเตรเลียเป็นเวลานับปี ถึงกับลงทุนมาหาเขา
แต่พ่อและแม่บอกกับกั่งเซิงว่าทั้งคู่จะย้ายไปออสเตรเลีย แม่ของเขาจะย้ายไปอยู่กับพ่อ แต่พวกเขาก็ไม่อยากให้กั่งเซิงออกจากโรงเรียน
พ่อและแม่จะให้กั่งเซิงอยู่คนเดียวก็ไม่ได้ พ่อและแม่ของเขาจึงคุยกับอาจารย์ยู ขอให้เป็นพ่ออุปถัมภ์
กั่งเซิงนั้นเศร้าที่แม่จะย้ายไปออสเตรเลีย แต่เขาก็ภูมิใจที่ได้อาจารย์ยูเป็นพ่ออุปถัมภ์ แต่ก็ต้องแลกมากับการที่เขาต้องถูกเข้มงวดมากกว่านักเรียนคนอื่นๆ
กั่งเซิงกับอาจารย์ยู
ต่อมา ผู้ชมงิ้วเริ่มจะน้อยลง และเริ่มหันไปชมภาพยนตร์แทน และภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมมากก็คือภาพยนตร์กำลังภายใน
นักเรียนเริ่มจะไม่มาเข้าเรียนที่ China Drama Academy และอาจารย์ยูก็เริ่มจะปล่อยให้นักเรียนไปแสดงเป็นตัวประกอบในภาพยนตร์เรื่องต่างๆ และกั่งเซิงเองก็ได้ไปเป็นสตั้นท์ในภาพยนตร์ของชอว์ บราเดอร์ (Shaw Brothers)
เมื่อกั่งเซิงมีอายุครบ 17 ปี พ่อของกั่งเซิงก็ได้มารับตัวกั่งเซิงออกจากโรงเรียน และกั่งเซิงก็พร้อมที่จะมีชีวิตของตนเองแล้ว
ชีวิตของเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามได้ในตอนหน้านะครับ
โฆษณา