2 มี.ค. 2020 เวลา 05:00 • ประวัติศาสตร์
“เฉินหลง (Jackie Chan) นักแสดงชาวฮ่องกงผู้ก้าวไปผงาดในฮอลลีวู้ด” ตอนที่ 3
ก้าวแรกสู่ฮอลลีวู้ด
แจ๊คกี้เริ่มต้นอาชีพนักแสดงในฮ่องกงพร้อมอนาคตที่สดใสรออยู่
เขาแสดงในภาพยนตร์ “New Fist of Fury” และยังเป็นผู้ดูแลสตั้นท์อีกด้วย
แต่ก็ยังมีบางอย่างที่ทำให้แจ๊คกี้หงุดหงิด เนื่องจากผู้กำกับต้องการให้เขาดุดัน เคร่งขรึมเช่นลี แต่แจ๊คกี้ไม่ต้องการอย่างนั้น เขาอยากจะรุนแรงน้อยกว่าลีและตลกกว่า
ในภาพยนตร์เรื่องต่อๆ มา แจ๊คกี้ก็ได้พยายามที่จะแสดงออกอย่างมีอารมณ์ขันและตลก แต่สตูดิโอไม่ชอบแนวทางของเขา และแจ๊คกี้ก็ต้องทำตามคำสั่งของบริษัท
สองปีผ่านไป แจ๊คกี้ได้แสดงในภาพยนตร์ที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก และในเวลาต่อมา เขาก็ได้ขอไปแสดงภาพยนตร์ที่บริษัทอื่นเป็นการชั่วคราว
แจ๊คกี้หวังว่าบริษัทใหม่จะยอมให้เขาแสดงตามที่เขาตั้งใจ โดยที่บริษัท Seasonal Films ก็ยอมตามแนวทางของเขา
“Snake in the Eagle's Shadow (ไอ้หนุ่มพันมือ)” ที่ออกฉายในปีค.ศ.1978 (พ.ศ.2521) มีความแปลกกว่าเรื่องอื่นๆ คือปรมาจารย์จะไม่ได้เก่งมาก แต่ลูกศิษย์นั้นมีความเก่งกาจกว่าอาจารย์ ซึ่งเป็นเรื่องแปลกใหม่
ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายและประสบความสำเร็จอย่างมาก
ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำเงินและโด่งดังมาก พลิกชีวิตนักแสดงที่ลุ่มๆ ดอนๆ ของแจ๊คกี้ให้กลายเป็นดาราดัง และภาพยนตร์เรื่องต่อๆ มาก็ยิ่งทำให้เขาโด่งดังและเป็นที่รู้จักไปทั่วเอเชีย
เป็นครั้งแรกที่ผู้คนเริ่มจะจำแจ๊คกี้ได้ แจ๊คกี้เองก็เริ่มมีชื่อเสียง และเขาก็เริ่มจะมีเงินมากกว่าเดิม
แจ๊คกี้ได้กลับไปร่วมทำงานกับ Lo Wei Motion Picture Company โดยตัวเขานั้นได้แสดงและได้ลองกำกับภาพยนตร์เป็นครั้งแรก
ภาพยนตร์ที่แจ๊คกี้ได้แสดงและกำกับคือ “The Fearless Hyena (ไอ้หนุ่มหมัดฮา)” ซึ่งออกฉายในปีค.ศ.1979 (พ.ศ.2522)
The Fearless Hyena ประสบความสำเร็จยิ่งกว่าภาพยนตร์เรื่องก่อนๆ ของแจ๊คกี้ และทำให้แจ๊คกี้ยิ่งเนื้อหอมกว่าเดิม
บริษัทโกลเด้น ฮาร์เวสท์ (Golden Harvest) ได้เสนอเงินให้แจ๊คกี้มากเกือบ 500,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 15 ล้านบาท) เพื่อมาร่วมงานกับบริษัท
นอกจากนั้น แจ๊คกี้ยังมีโอกาสสร้างภาพยนตร์ในอเมริกาอีกด้วย ซึ่งทำให้แจ๊คกี้ตื่นเต้นและวาดหวังถึงโอกาสในการเป็นดาราที่อเมริกา
แจ๊คกี้ได้เดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อแสดงในภาพยนตร์เรื่อง “Battle Creek Brawl”
ภาพยนตร์เรื่องนี้จะถ่ายทำที่เท็กซัส แต่ชีวิตที่สหรัฐอเมริกาก็เป็นชีวิตที่ยากลำบากสำหรับแจ๊คกี้
แจ๊คกี้นั้นพูดภาษาอังกฤษได้ไม่ดีนัก แม้แต่สั่งอาหารเช้าก็ยังเป็นเรื่องยากสำหรับเขา บางครั้งเขาต้องโทรศัพท์ทางไกลกลับมาหาผู้จัดการถึงฮ่องกง เพื่อให้ช่วยแปล ช่วยเขาสั่งอาหาร
นอกจากนั้น แจ๊คกี้ยังต้องอ่านบทซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ และต้องจำให้ได้ภายในสองสัปดาห์
แจ๊คกี้นั้นได้ให้ติวเตอร์ภาษาอังกฤษมาคอยติวเข้มเขา และในเวลากลางคืน เขาก็จะดูโทรทัศน์เพื่อฝึกภาษาอังกฤษ
ในช่วงที่ถ่ายทำ แจ๊คกี้ไม่มีความสุขนัก
การถ่ายทำภาพยนตร์ที่สหรัฐอเมริกานั้นแตกต่างจากที่ฮ่องกง ทุกอย่างมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี ต้องเป๊ะ มีการวางบทไว้อย่างแน่นอน ไม่มีการเปลี่ยน ซึ่งทำให้แจ๊คกี้รู้สึกว่าไม่สามารถครีเอทความคิดสร้างสรรค์ลงไปได้มากนัก
เมื่อ Battle Creek Brawl ปิดกล้อง แจ๊คกี้ก็ได้เดินทางกลับฮ่องกง แต่โกลเด้น ฮาร์เวสท์กลับส่งแจ๊คกี้ไปแคลิฟอร์เนียเพื่อโปรโมทภาพยนตร์
แจ๊คกี้นั้นหัวเสียมาก และเขาก็ไม่ชอบการให้สัมภาษณ์กับสื่ออเมริกัน
คำถามที่เขามักจะถูกถามคือ “เขาเป็นบรู๊ซ ลีคนต่อไปใช่มั้ย?” ซึ่งทำให้เขายิ่งหงุดหงิด
แจ๊คกี้ตัดสินใจว่าจะหยุดการเป็นดาราที่อเมริกา บางทีเป็นดาราที่เอเชียก็น่าจะเพียงพอแล้ว
แต่เขาคิดผิด
ชีวิตของแจ๊คกี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามต่อในตอนหน้านะครับ
โฆษณา