10 มี.ค. 2020 เวลา 12:38 • ไลฟ์สไตล์
ดิ๊ก ฮอยต์ พ่อที่แกร่งที่สุดในโลก
คุณคิดว่าความรักของพ่อยิ่งใหญ่ขนาดไหน…
ขอบคุณเรื่องและภาพจากเพจ goodlifeupdate.com และ เฟสบุ๊ค Zy Movement Foundation
เรื่องราวของพ่อกับลูก ที่เข้าแข่งขันร่วมกันกว่า 1,000 รายการ เป็นการวิ่งมาราธอนมากกว่า 70 รายการ ไตรกีฬามากกว่า 200 รายการ ซึ่งรวมถึง Ironman รายการไตรกีฬาที่ว่ากันว่าโหดที่สุดด้วย และยังรวมไปถึงวิ่งและปั่นจักรยานข้ามสหรัฐอเมริกาในระยะทางกว่า 6,000 กม. ใน 45 วันอีกด้วย ถือเป็นแรงบันดาลใจในการวิ่งของผมเลย 👍👍
ลองติดตามเรื่องราวของพ่อวัยชราผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจ แต่ยังคงมุ่งมั่นพาลูกชายที่พูดและขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้ลงแข่งวิ่งมาราธอนและคนเหล็กไตรกีฬาในนาม ทีมฮอยต์ (TeamHoyt) คนนี้ดูครับ
ย้อนไปเมื่อประมาณ 56 ปีที่แล้ว ดิ๊ก และ จูดี้ ฮอยต์ ได้ให้กำเนิดริก ฮอยต์ ทารกเพศชายผู้โชคร้ายถูกรกพันคอ ทำให้สมองขาดออกซิเจนนานจนบางส่วนตาย เขาจึงไม่สามารถควบคุมส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ แพทย์แนะนำให้ทิ้งหนูน้อยไว้ที่โรงพยาบาลดีกว่าพากลับไปเลี้ยงในสภาพที่ไม่ต่างจากผักไปตลอดชีวิต แต่ครอบครัวฮอยต์ยืนกรานที่จะพาลูกชายกลับบ้าน และตั้งใจจะเลี้ยงดูไม่ให้ต่างจากคนปกติ
ดิ๊ก และ ริก ฮอยต์
ผู้เป็นพ่อพาเด็กน้อยไปรับการทดสอบเพื่อหาทางให้เขาสามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้ แต่คำตอบคือ ”ไม่มีทาง” แต่กระนั้นดิ๊กก็ไม่เลิกล้มความตั้งใจ ท้าให้เจ้าหน้าที่ผู้ทดสอบลองเล่าเรื่องตลกให้ลูกชายฟัง ผลคือหนุ่มน้อยวัย 11 ขวบสะอึกหัวเราะออกมา เหตุการณ์ในวันนั้นจึงเป็นที่มาของการพัฒนาเครื่องมือสะกดคำด้วยการใช้ศีรษะสัมผัสปุ่มทำให้ริกสามารถสื่อสารกับคนรอบตัวได้เป็นครั้งแรก แต่แทนที่ประโยคแรกที่ริกสื่อสารจะเป็น “พ่อครับ แม่ครับ สวัสดีครับ” กลับเป็น “(บอสตัน) บรูอินส ์ สู ้ สู้!” นั่นทำให้ครอบครัวรู้ว่า ริกชอบกีฬาแถมยังติดตามความเคลื่อนไหววงการฮอกกี้ไม่ต่างจากคนปกติด้วย
ความชื่นชอบในเกมการแข่งขันทำให้ริกใฝ่ฝันอยากลงแข่งวิ่งมาราธอน เพื่อหาทุนช่วยเพื่อนร่วมชั้นไฮสกูลที่ประสบอุบัติเหตุเป็นอัมพาต
คำขอนี้อาจจะฟังดูเหมือนเรื่องตลก แต่ดิ๊กกลับไม่คิดอย่างนั้น ดิ๊กผู้เรียกตัวเองว่า “หมูอ้วนที่ไม่เคยวิ่งได้เกินหนึ่งไมล์” ตัดสินใจลงแข่งเพื่อลูก แม้จะต้องวิ่งไปเข็นรถลูกไปอย่างทุลักทุเลก็ตาม
ปี 1977 สองพ่อลูกได้เข้าร่วมการแข่งขันวิ่งระยะทาง 5 ไมล์เป็นครั้งแรก ในนามทีม "Team Hoyt"
หลังจากลงแข่งในครั้งนั้น ริกบอกกับพ่อของเขาว่า ”พ่อครับ ตอนเราแข่งวิ่งกัน ผมไม่รู้สึกเลยว่า ตัวเองเป็นคนพิการ” ประโยคนี้นับเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของทั้งสองพ่อลูกเลยทีเดียว เพราะตั้งแต่นั้นมา ผู้เป็นพ่อก็หันมาทุ่มเทฟิตซ้อมร่างกายเพื่อพาลูกลงแข่งให้บ่อยที่สุด แม้เขาจะยอมรับแบบติดตลกว่า ”ผมรู้สึกว่าเป็นผมต่างหากที่พิการเพราะหลังแข่งหนแรก ผมเจ็บไปทั้งเนื้อทั้งตัวนานตั้งสองอาทิตย์”
เมื่อริกชวนหาความท้าทายใหม่ด้วยการลงแข่งไตรกีฬา ผู้เป็นพ่อก็ต้องหัดว่ายน้ำเป็นครั้งแรก และกลับไปซ้อมปั่นจักรยานซึ่งไม่ได้แตะมาตั้งแต่หกขวบอีกครั้ง แม้จะจมดิ่งลงไปทันทีที่ลองว่ายพร้อมกับลากเรือเล็กที่บรรทุกลูกชายไปด้วยในครั้งแรก แต่ดิ๊กก็ยังคงไม่ย่อท้อ
ในปี 1999 คุณพ่อวัยุ 59 ปี พาลูกชายวัย 37 ปี เข้าร่วมไตรกีฬา "Iron man Triathlon World Championship" ที่ฮาวาย Dick Hoyt ใช้อุปกรณ์พิเศษอันได้แก่ ที่นั่งด้านหน้าติดจักรยาน เรือพิเศษเวลาว่ายน้ำ และ wheelchair พาลูกชายเข้าร่วมการแข่งขันไปทุกที่เพื่อทำความฝันของ Rick ให้เป็นจริง
**Iron Man คือ การแข่งขันไตรกีฬาสุดโหด รายการนี้จะรวมมนุษย์เหล็กจากทั่วโลกมาแข่งขัน โดยแบ่งออกเป็น ว่ายน้ำ 4 กิโล ปั่นจักรยาน 180 กิโล และ วิ่ง 42 กิโล โดยไม่มีการหยุดพัก👍👍
"สิ่งที่ผมทำได้ คือให้ Rick ยืมแขนและขา เพื่อพาเขาออกไปแข่งขันร่วมกับคนอื่นๆ"
"เขาเป็นแรงบันดาลใจให้ผมก้าวไป ถ้าไม่มีเขา ผมคงไม่มีพลังใจในการแข่งขัน" ดิ๊กกล่าว
เมื่อทั้งคู่ถึงเส้นชัย รอยยิ้มของลูกชาย (คุณพ่อ Dick บรรยายว่าเป็น " the biggest smile you ever saw in your life") และประโยคที่ลูกชายสื่อสารถึงความสุขที่ได้รับจากการทุ่มเทของพ่อ
"เมื่อพ่อพาผมออกวิ่งไปด้วยกัน ความพิการของผมดูจะหายไป และทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความเท่าเทียมอย่างที่สุด"
พ่อ-ลูกให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขันจบลง ซึ่งพวกเขาทำเวลาได้ 16 ชั่วโมงเศษ
ครั้งหนึ่งมีคนถาม Rick ว่าถ้าเขาสามารถให้อะไรพ่อของเขาได้สิ่งหนึ่ง เขาจะให้อะไร
Rick ตอบว่า “ขอให้พ่อของผมได้นั่ง แล้วให้ผมมีโอกาสได้เข็นพ่อผมแทนซักครั้งหนึ่งก็พอ”
“พ่อของผมเป็นคุณพ่อแห่งศตวรรษ ความมุ่งมั่นของท่านนั้นหาใครเทียบยาก ตอนที่ตัดสินใจลงแข่งไตรกีฬา ท่านต้องออกกำลังกายหนักมากถึงวันละ 5 ชั่วโมง ไม่เว้นแม้แต่เวลาทำงาน”
หนุ่มริกพูดถึงพ่อเอาไว้อย่างน่าตื้นตัน
Rick เรียนจบจาก Boston University ด้วยดีกรี Bachelor of Science และได้ทำงานในมหาวิทยาลัย เป็นผู้พัฒนาคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยเหลือผู้พิการ จากที่เคยถูกประเมินว่าเขาจะต้องนอนเป็น "ผัก" ไปตลอดชีวิต
**Boston Marathon 2014 เป็นการแข่งขันครั้งสุดท้ายของ Team Hoyt ด้วยวัยที่มากขึ้น Dick (74) และ Rick (52) ทำให้ทั้งคู่ยุติการเข้าร่วมแข่งซึ่งได้ทำต่อเนื่องยาวนานมาถึง 32 ปี
1
ความรักและการเสียสละของดิ๊กไม่เพียงแต่จะให้ชีวิตใหม่แก่ลูกชายของเขาเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการช่วยต่อชีวิตให้ตัวของเขาเองด้วย เพราะการออกกำลังกายซึ่งได้กลายมาเป็นกิจวัตรประจำวันของดิ๊ก เพื่อรักษาความฟิตให้พร้อมลงแข่งเพื่อลูกเสมอนั้น ได้ช่วยให้ตัวเขาเองรอดชีวิตจากอาการเส้นเลือดหัวใจอุดตันมาได้อย่างปาฏิหาริย์
เรื่องราวของทีมฮอยต์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสองพ่อลูกที่ช่วยรักษาชีวิตของกันและกันเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจอันเหลือประมาณแก่คนทั่วโลก ทำให้หลายชีวิตที่เคยสิ้นหวังกลับมามุ่งมั่นได้อีกครั้ง รวมทั้งทำให้ผู้พิการมีกำลังใจและได้รับการยอมรับในสังคมมากขึ้นด้วย…ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากปราศจากความรักอย่างไร้เงื่อนไขและไม่มีที่สิ้นสุดของสุดยอดคุณพ่อผู้แข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจอย่าง ดิ๊ก ฮอยต์
1
ชมคลิปน่าประทับใจของทีมฮอยต์ได้ตามลิ้งค์ข้างล่างครับ
Never Ever Give Up!!! 👍👍
โฆษณา