มีบัญชีอยู่แล้ว?
อยากทำงานที่บ้านแล้วได้งานคุณภาพ งานเสร็จ 7 วิธีการ Work from Home ให้มีคุณภาพ มีคำตอบให้นะคะ เข้ามาอ่านกันดูอาจจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย
1
ปกติได ฯ ก็ไม่มีปัญหากับการ Work from Home เพราะว่าทำแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว แต่ว่าในช่วงนี้ COVID - 19 ระบาด ทำให้หลายบริษัทจะต้องปิดตัว ประกาศหยุดงาน แต่งานก็ต้องเดิน เลยมีบางบริษัทให้พนักงาน Work from Home หรือทำงานที่บ้านได้นั่นเองค่ะ
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถ Work from Home อย่างมีประสิทธิภาพได้นะคะ บางคนอาจจะไม่ชอบด้วยซ้ำ บางคนชอบเข้าออฟฟิตมากกว่า แต่ทำอย่างไรได้ในช่วงนี้ก็คงต้องยอมเนาะ เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราและคนอื่น ๆ ด้วย เอาล่ะมาดูกันว่า 7 วิธีที่ได ฯ จะแนะนำนั้นมีอะไรบ้าง ลุย!!!
7 วิธีการ Work from Home ให้มีคุณภาพ
สิ่งสำคัญที่สุดที่จะให้งานเสร็จคือ ความรับผิดชอบ ค่ะ ถ้าทุกคนรู้ว่ามีอะไรจะต้องทำ แม้จะอยู่บ้านแต่งานก็ต้องเดิน นั่นแปลว่าคุณยังจะต้องทำงานตามที่บริษัทสั่ง เจ้านายสั่งให้เสร็จนะคะ ซึ่งวิธีที่จะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิ์ภาพก็จะมีดังนี้
1. วางแผนการทำงานให้ดี
วางแผนการทำงานให้ดี
คนที่มีทักษะการวางแผน (Planning) การทำงานดีจะทำให้งานสำเร็จได้มากกว่าคนที่ทำไปตามอารมณ์ตัวเองเกินไป ไม่มีอารมณ์ก็ไม่ทำแบบนั้นงานมันจะเดินไปถึงไหน ถูกไหมคะ
วิธีการวางแผนการทำงานแบบง่าย ๆ ไม่ต้องมีอะไรซับซ้อนเลยคือ ให้รู้ก่อนว่า อะไรสำคัญที่สุด อะไรคือสิ่งที่ต้องทำก่อน ก็ใช้กดแบบ (Put First Things First ) ก็ได้คือ
- สำคัญเร่งด่วน
- สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน
-ไม่สำคัญแต่เร่งด่วน
- ไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน
การแยกงานแต่ละตัวออกมาให้เข้าไปในแต่ละข้อได้ เราจะรู้เลยว่าควรจะต้องทำอะไรก่อนหลังค่ะ
1
ซึ่งการมองความสำคัญแต่ละข้อในการทำงานของแต่ละคนอาจจะต่างกัน บางคนอาจจะทำงานที่ ไม่สำคัญแต่เร่งด่วนก่อน หรือทำงานที่สำคัญแต่เร่งด่วนก่อน ก็ได้ทั้งนั้น งานแต่ละคนเราต่างก็รู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องเสร็จก่อนงานอื่น
แล้วงานของคุณ มีชิ้นไหนบ้างที่จะต้องทำก่อนเพื่อน ลำดับแล้วหรือยัง ? และลงมือทำแล้วหรือยัง ? อย่าทำงานที่มันไม่ได้อยู่ในลำดับความสำคัญน้อย ระยะเวลาเร่งด่วนน้อย เพราะมันอาจจะทำให้คุณถูกมองว่าด้อยประสิทธิภาพในการทำงาน รวมถึงถูกมองว่าด้อยทักษะการบริหารเวลาไปด้วยนะคะ
สามารถดูตัวอย่างการลำดับความสำคัญของงานแต่ละประเภทได้ที่นี่
หากฝึกทำงานตามลำดับความสำคัญตามตารางได้ คุณจะวางแผนการทำงานได้ถูก
พอรู้แล้วว่างานไหนต้องทำก่อน ทำหลัง ก็ค่อยไปจัดการเรื่องเวลาทำงาน 1 วันมี 24 ชั่วโมง คุณจะใช้เวลากี่ชั่วโมงในการทำงาน ซึ่งในบางบริษัทอาจจะกำหนดเวลาเข้าออกงานให้กับพนักงานที่ Work from Home ด้วย ซึ่งก็ดีหน่อย มีหลายโปรแกรมที่ให้พนักงานเช็กอินเข้างานแบบระบบออนไลน์ได้นะคะ
พอคุณวางแผนงานที่ได้รับมอบหมายแล้ว คุณก็ค่อยทำงานไปทีละอย่าง จนเสร็จ หากงานเสร็จทั้งหมด เสร็จเร็วในงานของวันนั้น คุณจะมีเวลาพักมากขึ้น แต่ว่าบางที่อาจจะกำหนดเวลาเลิกงานที่ 18.00 น. หรือเวลาอื่น ๆ ฉะนั้นแล้วแม้งานจะเสร็จ แต่ถ้าหากมีงานอื่นเข้ามาเพิ่ม ในขณะที่ยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน คุณก็ต้องทำเช่นเดิมนะ เพราะคุณไม่ได้ลาหยุด คุณแค่เปลี่ยนสถานที่ทำงานจากออฟฟิตมาเป็นบ้านตัวเองเท่านั้นเอง
2. ตัดสิ่งรบกวน
ตัดสิ่งรบกวน
การจะ Work from Home นั้นเราควรจะบอกกับคนในครอบครัวด้วยว่า เวลาไหนที่เราทำงาน เวลาไหนเลิกงานพวกเขาจะได้ไม่รบกวนหากไม่จำเป็นฉุกเฉินจริง ๆ
แต่ว่าการอยู่บ้านบางครั้งเราก็เลี่ยงเสียงรบกวน สิ่งรบกวนไม่ได้ ซึ่งก็มีหลายอย่างที่จะดึงเวลาและความสนใจของเราไปได้ เช่น เสียงเพลงจากข้างบ้าน เสียง TV จากคนในบ้าน ญาติมา เสียงรถวิ่งผ่าน เสียงประกาศ เสียงสัตว์เลี้ยง เสียงโทรศัพท์ โซเชียล เป็นต้น
ทางที่ดีควรมีห้องสำหรับทำงานที่ชัดเจน จะส่วนไหนของบ้านก็ตามสะดวก หากเลี่ยงพื้นที่สิ่งรบกวนเยอะไม่ได้จริง ๆ ก็ "หูฟังตัดเสียง" ค่ะ ช่วยได้ดีในระดับหนึ่งเลย ซึ่งก็มีหลายยี่ห้อให้เลือกซื้อนะคะ เอาแบบตัดเสียงรบกวนได้ดีแบบเงียบกริบเลยค่ะ จากนั้นจะเปิดเพลงที่ชอบฟังคลอไปด้วยก็ทำให้มีสมาธิทำงานมากขึ้น
สำหรับที่อยากจะหาหูฟังตัดเสียงที่ดี ๆ หน่อยขออนุญาติแนะนำนะคะ
1. Sony WF-1000XM3 >> https://bit.ly/33HIGGD
2. Audio Technica QuietPoint® Wireless Active Noise-Cancelling Headphones รุ่น ATH ANC700BT >> https://bit.ly/3aiIPT7
3. Apple AirPods with Wireless Charging Case (2019 Model) >> https://bit.ly/3dx1xc2
4. Sony WH-XB900N >> https://bit.ly/39gN7cv
5. Jabra Elite 85H >> https://bit.ly/3bqw21o
ความจริงก็อาจจะมีหลายรุ่น หลายยี่ห้อนะคะ แต่เอามาแนะนำ 5 รุ่นนี้ก่อน เดี๋ยวบทความมันจะยาว
ในส่วนของรีวิวนะคะก็ลองเข้าดูคลิปนี้ลองดู ช่องนี้เขาทำรีวิวได้ได้ดีในระดับหนึ่งทีเดียว >> https://www.youtube.com/watch?v=ABp9fVMB7mo ชื่อช่องว่า 425degree ค่ะ ช่องนี้ค่อนข้างทำรีวิวแต่ละตัวดีมากเลยนะ ส่วนตัวชอบค่ะ (เผื่อเขาผ่านมาอ่านแล้วอยากจะสปอร์นเซอร์น้องได ฯ 555+)
นอกจากการตัดเสียงรบกวนโดยใช้หูฟังตัดเสียงช่วยแล้ว ก็อย่าลืมปิดโซเชียลมีเดียทั้งหลายให้หมดค่ะ เราจะหลุดเข้าไปในโลกโซเชียลเหล่านั้นไม่ได้ เพราะมันชอบสะกดจิตให้เราอยู่ในนั้นนานมาก ๆ
3. ทำตามแผนที่วางเอาไว้อย่างเคร่งครัดที่สุด
ทำตามแผนที่วางเอาไว้อย่างเคร่งครัดที่สุด
สมาธิ สมาธิ สมาธิ สติ สติ สติ
โดยเฉพาะกับคนที่มักจะสมาธิสั้น ทำอะไรนาน ๆ ไม่ได้มักจะหลุดไปทำอย่างอื่นตลอดจนบางครั้งเสียงานไปเลย
วิธีง่าย ๆ ก็คือ ต้องพยายามค่ะ
พยายามบอกตัวเองว่า ต้องทำงานให้เสร็จ ทำงานอย่างตั้งใจและมีคุณภาพมากที่สุด พอทำงานเสร็จแล้วจะได้มีเวลาเหลือไปทำอย่างอื่นที่อยากจะทำต่อ หากงานไม่เสร็จหรืองานออกมาไม่ดี การ Work from Home ของคุณจะล้มเหลวเอามาก ๆ นะคะ
คนทำงานดี ทำงานเก่ง มักจะเป็นคนที่สามารถบังคับตัวเองให้ทำในสิ่งที่ควรทำได้ รู้ว่าอะไรสำคัญ รู้ว่าอะไรต้องทำก่อนหรือหลัง และมักจะวางแผนเอาไว้เสมอ เวลาทุกนาทีมีค่ามาก ๆ นะคะ
แผนที่คุณวางเอาไว้ มันควรจะเป็นแผนที่คุณทำมันได้จริง ๆ และสำคัญกว่านั้นคือ คุณต้องทำตามแผนด้วย ไม่ใช่วางแผนการทำงานเอาไว้ดูเท่เฉย ๆ มันไม่ช่วยให้งานเสร็จหรอกนะ
เชื่อว่าบางครั้ง บางงาน รู้สึกไม่อยากทำเอาเสียเลย ไม่มีอารมณ์ทำเลย แต่บางทีก็ต้องอดทนนะคะ อดทนไว้ อดทนและพยายามทำ เพราะมันคือ งาน หากไม่ทำแผนที่วางไว้ก็ล่มนั่นเอง
และพอคุณพยายามบอกตัวเองให้พยายามทำงานให้เสร็จ เชื่อไหมพอทำเสร็จคุณจะรู้สึกภูมิใจในตัวเองมาก ไม่ว่างานนั้นจะเล็กหรือใหญ่ก็ตาม ลองดูสิคะ
4. เตรียมเครื่องมือสำคัญเอาไว้ให้ครบ
เตรียมเครื่องมือสำคัญเอาไว้ให้ครบ
การ Work from Home นั้นอุปกรณ์และเครื่องมือสำคัญมาก ๆ มีอะไรบ้างที่จำเป็นจะต้องใช้ ส่วนมากบริษัทก็จะแนะนำพนักงานตัวเองอยู่แล้วนะคะ โดยสิ่งที่จะต้องมีก็ เช่น
1.คอมพิวเตอร์ / โน้ตบุ๊ค (บางที่ยกคอม ฯ จากออฟฟิตไปที่บ้านได้ด้วย)
2. อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บางบริษัทรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้พนักงาน)
3.โต๊ะทำงาน
4. เก้าอี้นั่งสบาย ๆ สักตัว
5.โปรแกรมต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ เช่น โปรแกรมคราวด์ โปรแกรมประชุม ฯลฯ จะต้องมีและฝึกใช้ให้คล่องค่ะ
ซึ่งในส่วนของการใช้โปรแกรมต่าง ๆ แต่ละบริษัทจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทไหนสะดวกใช้อะไรมากกว่ากัน แต่ถ้าสนใจควรจะฝึกใช้ให้เป็นหลาย ๆ แอพ หลาย ๆ โปรแกรมนะคะ ไม่ว่าจะใช้ตัวไหนคุณจะได้ไม่ติดขัดอะไร
อย่าลืมนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อที่จะได้ให้ร่างกายพร้อมสำหรับการทำงานด้วยนะคะ เพราะต่อให้เครื่องมือครบแค่ไหน แต่ร่างกายไม่พร้อม ทุกอย่างก็จบ!
5. กำหนดเวลาทำงาน - เลิกงาน
กำหนดเวลาทำงาน - เลิกงาน
หากบริษัทไหนมีกำหนดเวลาให้กับพนักงานที่ Work from Home อยู่แล้วก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แม้จะทำงานที่บ้านแต่คุณก็ต้องเข้ามาเช็กอินเพื่อเข้าทำงานและเลิกงานนะคะ เพราะว่าบริษัทจ่ายเงินเดือนอยู่ เขาก็ต้องการเห็นประสิทธิภาพการทำงานเราเหมือนกัน
สำหรับที่ไหนไม่ได้บอกไว้ คุณก็ต้องบริหารเวลาเอง เพราะบางที่กำหนดแค่ว่าต้องส่งงานภายในวันไหน เวลาไหน หากคุณทำงานเสร็จเรียบร้อยทันเวลาและมีคุณภาพก็ถือว่าดีแล้ว
แต่มันก็ยังมีบางท่านที่อาจจะเผลอคิดว่าการ Work from Home เป็นวันหยุด แล้วให้ความสำคัญกับการทำงานน้อยลง ทำให้เสียงาน ก็คงต้องให้วกกลับขึ้นไปอ่านข้อ วางแผนการทำงานนะคะ จะได้บริหารเวลาในการทำงานได้
พอคุณมีเวลาเข้างาน เวลาเลิกงานที่ชัดเจน คุณก็จะทำงานได้ถูกเวลา พอเลิกงานคุณก็ไปทำอย่างอื่นได้ตามใจแล้วค่ะ
6. มีเวลาพักเบรก
มีเวลาพักเบรก
สำหรับคนที่บ้างานจนลืมเวลาก็มีนะ
แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นคนทำงานแบบไหน เวลาในพักเบรกก็ต้องมีค่ะ แน่นอนว่าหากคุณวางแผนการทำงานในแต่ละเวลาได้ คุณก็คงไม่ลืมเขียนเวลาพักเบรกของตัวเองลงไปด้วย
เวลาพักเบรกไม่ควรเอาไปใช้กับการเช็คงานนะคะ ควรไปทำอย่างอื่น เช่น พัก 20 นาที ก็ไปดื่มกาแฟ งีบสักหน่อย ยืดเส้นยืดสาย ออกกำลังกาย ทักทายเพื่อนฝูง เล่นเกม หรือทำอะไรก็ได้อย่างอื่นที่ไม่ใช่งานค่ะ
ควรเลี่ยงการมองจอมือถือ จอคอม ฯ เพราะว่าเรามองมันมาหลายชั่วโมงแล้ว พักสายตาบ้างโดยการมองวิวทิวทัศน์อย่างอื่น มองออกไปไกล ๆ หรือถ้าไม่อยากมองอะไรก็ หาที่เย็น ๆ งีบเลยค่ะ แต่ก็อย่าหลับยาวจนลืมเวลาเข้างานนะ
7. ปิดทุกอย่างเกี่ยวกับงานเมื่อทำเสร็จแล้วหรือเลิกงานแล้ว
ปิดทุกอย่างเกี่ยวกับงานเมื่อทำเสร็จแล้วหรือเลิกงานแล้ว
ข้อสุดท้ายนี้ไม่ยากค่ะ แค่เก็บ ปิด ทุกอย่างเมื่องานเสร็จแล้ว หรือถึงเวลาเลิกงานแล้ว
เอาเวลาไปทำอย่างอื่น เช่น
ออกกำลังกาย ทำงานอดิเรก ทานข้าวกับครอบครัว ให้เวลากับตัวเอง ให้เวลากับคนที่รัก หาความรู้เพิ่มเติม ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ฯลฯ
พองานประจำวันเสร็จตามแผนแล้ว เวลาที่เหลือคือของเราอย่างเต็มที่ และเวลาสำคัญ 6 - 8 ชั่วโมงคือนอนหลับนะคะ อย่าลืมนอนให้เป็นเวลากันด้วย เพื่อจะได้มีร่างกายที่สดชื่นพร้อมสำหรับการทำงานทำกิจกรรมในแต่ละวัน
หากเวลางานชัดเจน ทำงานเสร็จ หากไม่มีอะไรที่มันเร่งด่วนจริง ๆ ก็คงไม่มีใครติดต่อมาหาคุณหรอก โดยเฉพาะการตอบข้อความ ตอบเมลต่าง ๆ เพราะหากงานไหนด่วนจริงควรจะโทรมาเลยดีกว่า จะได้คุยกันรู้เรื่องเข้าใจรวดเร็ว จะได้จัดการได้ทันที
จบแล้วนะคะวิธีการ Work from Home ให้มีคุณภาพแบบฉบับไดอารี่ความฝัน ซึ่งมันอาจจะมีหลายวิธีที่ทำให้งานมีประสิทธิภาพได้ ก็อย่าลืมหาข้อมูลเพิ่มเติมกันจากหลาย ๆ แหล่งนะคะ
บางครั้งการทำงานก็ต้องมีการยืดหยุ่นแต่ก็ไม่ควรกลายเป็นหละหลวมนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่ไหน หากมีความรับผิดชอบที่มากพอ งานจะประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจเอาไว้เสมอ
สุดท้ายนี้ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนนะคะ เราจะผ่านช่ว่งนี้ไปด้วยกัน หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
#ไดอารี่ความฝัน

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    สถานีความทรงจำ
    อยากทำที่บ้านบ้าง
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      วันสวรรคตรัชกาลที่ 4 ท่านดีใจอะไร? จากหนังสือเจ้าชีวิตที่เขียนโดยพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ในช่วงท้ายของบทพระจอมเกล้า กล่าวถึงช่วงที่รัชกาลที่ 4 ท่านใกล้สวรรคต ไว้ว่า
      🌟เรวตสามเณร ผู้เลิศในทางอยู่ป่า สามเณรเรวตะ เป็นน้องชายของพระสารีบุตรผู้เป็นพระอัครสาวกเบื้องขวา ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้หนีการแต่งงานไปออกบวชในป่าตอนอายุ ๗ ขวบ และอาศัยอยู่ในป่าไม้ตะเคียนเพื่อประพฤติปฏิบัติธรรม ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ในป่าไม้ตะเคียนนั้น เมื่อบวชเป็นพระแล้ว ท่านมีชื่อว่า พระเรวตขทิรานิยะ (คำว่า ขทิรวนิยะ แปลว่า ไม้ตะเคียน) พระเรวตเถระอยู่ในป่าไม้ตะเคียนเป็นเวลานาน ท่านได้รับยกย่องจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในตำแหน่งเอตทัคคะผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในทางผู้อยู่ป่า ท่านสามารถแสดงฤทธิ์เนรมิตป่าตะเคียนให้กลายเป็นอารามงดงามกว้างขวางเพื่อต้อนรับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสารีบุตร และหมู่สาวกพระภิกษุสงฆ์
      ไทยประกันชีวิต ยื่น Filing เพื่อ IPO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นายไชย ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน (Filing) ต่อ ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ประมาณ 20% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดที่จำหน่าย และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกินเป็นจำนวนไม่เกิน 15% ของจำนวนหุ้นสามัญที่เสนอขายในครั้งนี้
      ใช้เตาไมโครเวฟมาตั้งนาน เพิ่งรู้ว่าวางอาหารผิดตำแหน่งมาตลอด😓 ถามหน่อยครับ เกือบทุกบ้านคงมีเตาไมโครเวฟ เอาไว้อุ่นอาหารใช่ไหมครับ?
      ดูทั้งหมด