มีบัญชีอยู่แล้ว?
เมื่อคิดเรื่องจะเขียนไม่ออก ทำไงดี ? บทความนี้มีคำตอบค่ะ
เคยเป็นไหมคะอยากจะเขียนบทความ อยากจะทำคลิปแต่ดันคิดคอนเทนต์ไม่ออกว่าจะทำเรื่องอะไรดีนะ อาการแบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคนค่ะ ซึ่งแน่นอนว่ามันมีทางออก
เมื่อคิดเรื่องจะเขียนไม่ออก ทำไงดี ?
ต่อให้เป็นนักเขียนอาชีพก็มีสิทธิ์ที่จะตัน คิดอะไรไม่ออกได้เหมือนกันนะคะ บางอย่างมันก็ต้องมีแรงบันดาลใจ บางเรื่องมันก็ต้องมีความรู้ บางทีมันก็ต้องใช้อารมณ์ในการเขียน ค่ะ
เมื่อคิดหัวข้อไม่ออก แต่เราก็ยังอยากจะเขียนให้ได้ก็ต้องใช้ตัวช่วยค่ะ มีสารพัดวิธีเลย
1.อ่านบทความเยอะ ๆ โดยเฉพาะเรื่องที่คุณสนใจ หรืออ่านอะไรก็ได้ที่อยากจะอ่าน อ่านไปเลย เราไม่จำเป็นจะต้องมาเค้นสมองตัวเองหนักหน่วงก็ได้ เราก็ไปหาความรู้จากแหล่งอื่น ๆ เพิ่มหน่อย
อ่านเยอะ ๆ
แต่การจะอ่านอะไรที่ไหนนั้นอย่าลืม คิด วิเคราะห์ไปพร้อมกันด้วย และหาข้อมูลจากหลาย ๆ ที่มีสนับสนุน โดยเฉพาะเนื้อหาที่จะต้องรู้ให้ได้เลยว่ามันจริงไหม โดยเฉพาะข่าวตามโซเชียลต่าง ๆ ตามเว็บไซต์ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ จะต้องระวังกันด้วยเพราะว่าข่าวปลอมมันเยอะมาก ๆ
อ่านบทความของคนอื่น อ่านของนักเขียนเก่ง ๆ อ่านของเพจหรือเว็บดัง ๆ เขามีสไตล์การเขียนแบบไหน เขาเขียนอย่างไรถึงมีคนชอบ เขาเขียนอย่างไรถึงมีเรื่องให้เขียนได้บ่อย ๆ
ยังรวมไปถึงการอ่านข่าว อ่านการ์ตูน อ่านนิยาย อ่านเรื่องสั้น อ่านหนังสือพัฒนาตัวเอง หนังสือที่สนใจประเภทต่าง ๆ สิ่งเหล่านั้นเราจะนำมาเป็นข้อมูลได้เสมอเวลาที่จะเขียนบทความหรือทำคอนเทนต์อะไรสักอย่าง
2.ลองฟังเอาก็ได้ถ้าไม่ชอบอ่าน มีพอดแคสต์มากมายที่คุณฟังไปทำอย่างอื่นไปพร้อมกันได้เลย หรือจะดูคลิปวิดิโอต่าง ๆ ที่คุณสนใจก็ได้เหมือนกันค่ะ
ฟัง/ดู เยอะ ๆ
-ถามว่าฟังเพลงได้ไหม คือมันก็ได้นะ แต่ว่าเพลงมันเอาไว้เพลิดเพลินมากกว่า มันจะไม่ค่อยมีไอเดียอะไรผุดขึ้นมาตอนฟังเพลงหรอก ไม่เชื่อก็ลองฟังเพลง แล้วจากนัั้นเปลี่ยนไปหาพอดแคสต์เรื่องที่คุณสนใจฟังดู คุณจะรู้ว่าอันไหนช่วยได้มากกว่ากัน
หากคุณชอบเรื่องการลงทุนก็ให้หาฟังหรือดูคลิปที่สอนเกี่ยวกับการลงทุน แน่นอนว่ามีเยอะมาก ๆ เลยค่ะ ตาม Youtube ก็เพียบ
สนใจเรื่องการพัฒนาตนเอง ปรัชญาก็หาฟังเกี่ยวกับแนวนี้ได้ พอฟังหลาย ๆ คน หลายช่อง หลายแนว เราก็จะเริ่มคิดหัวข้อที่จะเอาไปต่อยอดได้
ช่องทางในการฟังพอดแคสต์
1. Youtube >> https://www.youtube.com/results?search_query=podcast เพียงค้นคำว่า พอดแคสต์ แล้วตามด้วยหัวข้อที่คุณสนใจ
มีหลายร้อย หลายพันรายการให้เลือกฟังกันตามความสนใจเลยค่ะ ส่วนมากแต่ละช่องทางก็เปิดให้ฟังพอดเเคสต์ฟรีกันอยู่แล้ว
3.เขียนจากเรื่องที่ชอบ/ถนัด/ใกล้ตัว
เขียนจากเรื่องที่ชอบ/ถนัด/ใกล้ตัว
มองหาหัวข้อแบบง่าย ๆ เลยคือ การเขียนจากสิ่งที่ตัวเองชอบ ยกตัวอย่างเช่น ชอบอ่านหนังสือ ก็อาจจะเขียนหัวข้อประมาณนี้
- 5 หนังสือพัฒนาตัวเองที่คุณควรอ่าน
- 7 นิยายสืบสวนชวนอ่าน
- รีวิวหนังสือ - - - (ชื่อหนังสือ)--- พร้อมให้คะแนน
- จับเอาสิ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือมาตั้งเป็นหัวข้อแล้วเขียนต่อยอด
- ชี้เป้าแหล่งซื้อหนังสือออนไลน์ื
เป็นต้น
เขียนจากเรื่องใกล้ตัวหรืออาจจะเขียนให้เข้ากับสถานการณ์ตอนนี้ ยกตัวอย่างตอนนี้คนกำลังอยู่บ้านกักตัวเพื่อหนี COVID - 19 ก็จะได้หัวข้อประมาณว่า
- รีวิวอาหารที่ทำทานในบ้านแต่ละวัน
- วิธีเอาชีวิตรอดจาก COVID - 19
- วิธีเอาชิวีตรอดเมื่อต้องกักตัวอยู่บ้าน
- วิธีป้องกันตัวเองจากไวรัส
- กักตัวอยู่บ้านทำอะไรดี
เป็นต้น
ยกอีกตัวอย่าง หากชอบเล่นกีฬา ยกตัวอย่างเป็นโยคะ ก็จะได้หัวข้อประมาณนี้
- 3 ท่าโยคะทำง่าย สุขภาพดีได้ทุกคน
- 5 อุปกรณ์โยคะที่ต้องมี
- ท่าโยคะที่ทำแล้วนอนหลับสนิท
- 9 หนังสือสอนโยคะที่น่าอ่าน
- รวมแหล่งเรียนโยคะออนไลน์ฟรี
- สอนโยคะเริ่มต้น
เป็นต้น
เป็นการกระจายหัวข้อจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรา จากสิ่งที่เราชอบ ซึ่งอยากให้ทำการนั่งคิดหัวข้อออกมาเป็นทีละข้อเลย จะตั้งชื่อยังไงก็ได้แล้วค่อยมาปรับเปลี่ยนทีหลังหากไม่โดนใจ
พอได้หัวข้อที่จะเขียนแล้ว เนื้อหาจะคิดออกทีหลัง หากขาดตกข้อมูลตรงไหนสามารถหาข้อมูลจาก Google เพิ่มได้ อ่าน ฟัง ดูหาข้อมูลมาสนับสนุนจากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือค่ะ
4.หยุดเขียนเลยไปหาทำอย่างอื่น
หยุดเขียนเลยไปหาทำอย่างอื่น
หากยังไงก็ไม่ไหวก็ต้องหยุดค่ะ
หยุดเขียนไปก่อน พักไปเลยสัก 2 - 3 วัน หรือจะพักเป็นอาทิตย์ก็ได้ พักไปจนกว่าจะอยากเขียนอีกครั้ง
การบังคับตัวเองทั้งที่ไม่อยากทำ สมองตัน สมองล้า มันเปล่าประโยชน์มาก ๆ และจะทำให้ทุกข์ได้
หยุดแล้วไปทำอย่างอื่นเลยค่ะ ไปทำอะไรก็ได้ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ปลูกต้นไม้ เล่นกับสัตว์เลี้ยง ไปช็อปปิ้ง ช็อปปิ้งออนไลน์ ทำงานบ้าน อ่านหนังสือ ดูการ์ตูน ฯลฯ
ไม่แน่ไอเดียอาจจะออกมาตอนที่เราทำอย่างอื่นก็ได้
5.เขียนตามแนวของเพจที่วางไว้
เขียนตามแนวของเพจที่วางไว้
เวลาเราทำเพจ ทำเว็บ เราจะต้องรู้ว่าเราจะทำเกี่ยวกับอะไรเป็นหลัก เช่น เป็นเพจข่าว เพจเกี่ยวกับการลงทุน เพจเกม เพจสัตว์เลี้ยง เพจอาหาร เพจเกษตร ฯลฯ
หากเรารู้ขอบเขตของเพจตัวเองว่าควรจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรลงไป มันแคบลงเวลาคิดหัวข้อ เช่น ถ้าเป็นเพจเกษตร เวลาคิดหัวข้อเราก็จะได้คิดเฉพาะที่มันเกี่ยวข้องกับการทำเกษตร เท่านั้น หากเขียนหลายแนวรวมกันเกินไป อาจจะไม่ถูกใจคนติดตามบางส่วนนะ ฉะนั้นพยายามทำตามแนวของเพจที่วางเอาไว้ก็ดีอีกอย่างนะ
พอเรารู้ว่าเพจเราเป็นแนวไหนก็ให้วางแผนการเขียนเลยค่ะ ได ฯ เคยเขียนวิธีการวางแผนการเขียนบทความเอาไว้ หากสนใจลองแวะเข้าไปอ่านดูนะคะ >> https://www.blockdit.com/articles/5e074ca7ea3b990d179e2e37?series=5dfe0219d208690d0a80b013/#
6.ศึกษาจากเพจอื่นเว็บอื่น
ศึกษาจากเพจอื่นเว็บอื่น
เวลาเข้าไปอ่านบทความจากเพจหรือเว็บอื่น โดยเฉพาะเว็บใหญ่ ๆ เพจใหญ่ ลองสังเกตดูว่าเขาทำอย่างไรถึงมีความน่าสนใจ เวลาเขาตั้งหัวข้อแต่ละเรื่องเขาตั้งแบบไหน
ความถี่ในการลงบทความและคอนเทนต์อื่น ๆ เป็นอย่างไร
หากเจอหัวข้อที่น่าสนใจเราจะเขียนหัวข้อเดียวกันกับเขาได้ไหม คำตอบคือได้นะ แต่ว่าจะต้องเขียนในแบบของตนเองไม่ใช่ไปลอกเขามา แต่ให้ดูเขาเป็นแนวทางเท่านั้นเอง
ส่วนมากเพจใหญ่ เว็บดัง ๆ เขามีทีมงานเยอะอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่จะมีเนื้อหาที่หลากหลายและสม่ำเสมอ แต่หากเราทำคนเดียวเราก็เอาตามกำลังที่เรามี ไม่จำเป็นจะต้องลงบทความทุกวันก็ได้
ไม่แน่ 1 บทความอาจจะใช้เวลาเขียนหลายวัน ได ฯ เองก็มี บางบทความที่เขียนบางทีใช้เวลาเป็นอาทิตย์กว่าจะได้โพสต์ค่ะ แต่บางเรื่องก็ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็เสร็จแล้ว มันขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่เราจะเขียนด้วยนั่นเอง
7.เขียนในเวลาที่เหมาะสม
เขียนในเวลาที่เหมาะสม
ซึ่งเวลาที่ชอบของแต่ละคนก็แตกต่างกันนะคะ
บางคนอาจจะใช้เวลาเขียนช่วงก่อนนอน บางคนอาจจะเขียนตอนเช้า บางคนชอบนั่งเขียนเวลาสงบ ๆ หรือต้องไปนั่งร้านกาแฟ ฯลฯ
เวลาที่เหมาะสมจึงหมายความว่า เป็นเวลาที่คุณว่างจากการทำงานสำคัญอย่างอื่นแล้ว เอามาเขียนบทความ เอามาทำคลิป จะไม่มีอะไรมาคอยกวนใจคุณ ว่าอันนั้นก็ยังไม่ได้ทำ อันนี้ก็ยังไม่เสร็จ สมาธิจะไม่มี ฉะนั้นก็ควรจะเขียนเฉพาะตอนที่ว่างจริง ๆ
8.บรรยากาศเป็นใจ
บรรยากาศเป็นใจ
ข้อนี้สำคัญมาก ๆ นะคะ แม้ว่าเราจะว่างขนาดไหน แต่ถ้าบรรยากาศมันไม่เป็นใจเลย ก็ยากที่จะอยากนั่งทำงาน นั่งเขียนบทความ
ฉะนั้นก็ควรหาที่สงบ ๆ สักที่ หากหาไม่ได้จริง ๆ ทางเลือกสุดท้ายก็คือ หูฟังตัดเสียงช่วยได้ค่ะ
บางคนทำงานที่บ้านอากาศร้อนมาก ๆ แบบนั้นก็คงไม่ไหว เสียงดัง รถวิ่งผ่านเยอะ ก็ไม่ไหวเหมือนกัน เพื่อนมาหาญาติมาเยี่ยม แบบนี้ก็คงจะวุ่นแบบห่วงหน้าพะวงหลังกันพอดี ให้พักก่อนไปจัดการธุระให้เสร็จค่อยมาเขียน
สถานที่สงบ ๆ ก็มี co working space ต่าง ๆ ในต่างจังหวัดอาจจะยังไม่มีนะคะ อาจจะเลือกนั่งที่ร้านกาแฟ (อย่าลืมขออนุญาตเขาด้วยนะคะ) หากในร้านกาแฟมีคนคุยกันก็หูฟังเลยค่ะ บรรยากาศมันจะคนละอย่างกับที่บ้านนะคะ
หรือแบบแปลก ๆ หน่อยก็ออกไปไร่ ไปสวน ไปนาน หากระท่อมเย็น ๆ เขียนงาน (ส่วนมากคงจะหลับไปเลย 555+) จะเป็นสถานที่แบบไหนก็หากันเองตามสะดวกเลยค่ะ ขอให้บรรยากาศดีก็พอ
เท่าที่ได ฯ คิดออกนะคะก็จะมีประมาณนี้วิธีที่จะช่วยทำให้คิดหัวข้อออก ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับหลาย ๆ ท่าน หากมีอะไรเพิ่มเติมแนะนำได้เลยนะคะ
ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่าน อย่าลืมกด Like กดใจ กดติดตาม เป็นกำลังใจให้ได ฯ ด้วยนะค้าาาา ขอบคุณมากค่าา
โดย ไดอารี่ความฝัน

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    Nirakka
    สนับสนุน20 เพชร
    มากกว่างานเขียน
    เป็นบทความที่ดีมากมาก แวะมาทักทายครับ
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      จดหมายจาก นีล อาร์มสตรอง เมื่อถูกครหาว่าไม่ได้ไปดวงจันทร์จริงๆ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมปี 1969 (พ.ศ.2512) ยานอพอลโล 11 ได้ลงจอดบนดวงจันทร์และ Neil Armstrong ก็เป็นมนุษย์คนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้เหยียบดวงจันทร์
      (นี่เป็นเรื่องราวเกือบ 1 ปีที่แล้ว ขอแบ่งปันไว้ ณ ที่นี้ เผื่อเป็นประโยชน์กับใครบ้าง) 18 มกราคม 2021 19:03 ขอบันทึกไว้แล้วกันว่า ครั้งหนึ่งเคยผ่านช่วงนี้ของชีวิตมา จะว่าไปแล้ว ผมก็โคตรภูมิใจเลย ที่ตัวเองเดินทางมาได้ไกลขนาดนี้
      ยกระดับคุมโควิด B.1.1.529 โอไมครอน ห้ามผู้เดินทาง 8 ประเทศจากแอฟริกาเข้าไทย กระทรวงสาธารณสุข ยกระดับการควบคุมโควิดสายพันธุ์ใหม่ B.1.1.529 โอไมครอน ห้ามผู้เดินทาง 8 ประเทศจากแอฟริกาเข้าไทย
      รวดเร็วกว่าที่คิด !! ไวรัสสายพันธุ์ใหม่โอไมครอน ได้แพร่ระบาดไปใน 4 ประเทศยุโรปคือ อังกฤษ เยอรมัน อิตาลี และเบลเยียมแล้ว จากสถานการณ์โควิด-19 ที่พบไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ชื่อ โอไมครอน(Omicron) ซึ่งเป็นอักษรกรีกอันดับที่ 15
      ดูทั้งหมด