30 มี.ค. 2020 เวลา 02:16 • สุขภาพ
Droplets VS Airborne
การแพร่กระจายเชื้อโรคโดยหลักแล้วมีกลไก 3 แบบด้วยกันคือ
1.ผ่านการสัมผัส (Contact transmission)
โดยมีทั้งแบบสัมผัสโดนเชื้อของผู้ป่วยโดยตรง เช่นไปจับแผลติดเชื้อไม่สวมถุงมือ กับแบบสัมผัสทางอ้อม เช่น ผ่านเข็มฉีดยาเปื้อนเชื้อ เป็นต้น
2.ผ่านละอองฝอยขนาดใหญ่ (Droplet transmission)
คือมีขนาดของละอองฝอยจะใหญ่กว่า 5 ไมครอนและฟุ้งกระจายในอากาศไม่นาน พบมากในโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก คอหอยอักเสบ นอกจากนี้ยังติดต่อจากการสัมผัส เยื่อบุตา เยื่อบุปากและจมูกได้แก่ หัดเยอรมัน (Rubella) คางทูม (Mumps) ไอกรน (Pertussis) ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal infection) เป็นต้น
**วิธีนี้ป้องกันได้โดยใส่หน้ากากธรรมดา (surgical mask) ไม่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโดยตรงและล้างมือให้สะอาดเสมอ จำกัดการเข้าเยี่ยมผู้ป่วย งดเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำเป็นต้น
3.ผ่านละอองฝอยขนาดเล็ก (Airborne transmission)
คือละอองฝอยมีขนาดเล็กกว่า 5 ไมครอนทำให้เชื้อกระจายไปไกลในอากาศ เช่น วัณโรค หัด อีสุกอีใส และเชื้อฟุ้งกระจายอยู่นานในอากาศ
**วิธีนี้ควรแยกผู้ป่วยในห้องแยกจนพ้นระยะแพร่เชื้อ แสดงสัญลักษณ์ Airborne precaution ผู้ดูแลควรสวมหน้ากากชนิด N95 จำกัดการเข้าเยี่ยมผู้ป่วย งดเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำเป็นต้น
ส่วนด้านสถานการณ์ของเชื้อไวรัสโคโรน่า
ตอนนี้ทางการจีนได้ออกมาแจ้งเตือนประชาชนแล้วว่าเชื้อ COVID-19 สามารถแพร่กระจายผ่านทาง Airborne transmission ได้ ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือใส่หน้ากากอนามัย โดยเฉพาะในที่ชุมชนแออัด ห้างสรรพสินค้า และขนส่งสาธารณะทั้งหลาย รวมถึงล้างมือให้สะอาดเพื่อป้องกันการสัมผัสเชื้อ เด็ก คนท้อง ผู้สูงอายุและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำควรดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ในกรณีที่มีอาการไข้ ร่วมกับหนึ่งในอาการต่อไปนี้ ไอ น้ำมูก เสมอหะ เจ็บคอ หายใจหอบเหนื่อย และมีประวัติเดินทางไปยังพื้นที่ระบาดในช่อง 14 วันหรือมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวที่มาจากพื้นที่ระบาดควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน
เอกสารอ้างอิง
การป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อในโรงพยาบาล(Isolation precautions) โดยคณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสิรินธร จ.ขอนแก่น.
โฆษณา