Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
อมร ทองสุก
•
ติดตาม
30 มี.ค. 2020 เวลา 02:38 • สุขภาพ
การจับชีพจร (把脈) ตอนที่ 3
11.ความตรวจที่เหยินอิ๋งและชุ่นโข่ว (人迎與寸口) และจุดฝังเข็มอื่นบนแต่ละเส้นลมปราณ
การตรวจชีพจรเพื่อวินิจฉัยโรค นอกจากการตรวจชีพจรด้วยวิธีการจับชีพจรที่ข้อมือหรือชุ่นโข่วแล้ว นอกจากนี้ก็ยังมีวิธีการตรวจที่เหยินอิ๋งอีกด้วย
ในหลิงซูได้กล่าวไว้ว่า “เส้นไท่อิน (เส้นปอด) ...เข้าสู่ชุ่นโข่ว และขึ้นไปที่อวี๋จี้” “อันเส้นลมปราณนั้นยากที่จะรู้ จะพร่องจะแกร่งสามารถรู้ได้ที่ตำแหน่งชุ่นโข่ว” “เส้นโลหิตที่ถัดจากเส้นเยิ่นม่าย คือเส้นหยางหมิง (เส้นกระเพาะอาหาร) แล เส้นหยางหมิงขาคือเส้นโลหิตที่ขนาบคอหอยแล” “ชุ่นโข่วตรวจอาการอิน เหยินอิ๋งตรวจอาการหยาง” คำกล่าวเหล่านี้ได้อธิบายให้ทราบว่า ตำแหน่งชุ่นโข่วของเส้นปอดสามารถตรวจทราบพลังอินของร่างกาย และสามารถสะท้อนสภาพของอวัยวะอินทั้งห้าที่อยู่ภายใน ส่วนเหยินอิ๋งซึ่งเป็นเส้นกระเพาะที่ขนาบอยู่สองข้างของคอหอยนั้น ก็เป็นจุดที่สามารถตรวจทราบพลังหยางของร่างกาย และสามารถสะท้อนสภาพของอวัยวะหยางทั้งหกที่อยู่ภายในได้
ในหนันจิง (難經) ได้อธิบายไว้ว่า “เส้นลมปราณทั้งสิบสองเส้นล้วนมีเส้นโลหิตที่เกี่ยวข้อง แต่การตรวจเฉพาะตำแหน่งชุ่นโข่วเพื่อตรวจอาการของห้าอวัยวะอินหกอวัยวะหยางนั้น เพราะอะไร อันว่าชุ่นโข่วนั้น เป็นจุดชุมนุมใหญ่แห่งเส้นลมปราณ เป็นเส้นโลหิตแห่งเส้นปอดแล ....ดังนั้น หมุนเวียนห้าสิบรอบแล้วย้อนกลับมาชุมนุมที่ชุ่นโข่วของเส้นปอดใหม่ เป็นต้นเป็นปลายของห้าอวัยวะอินและหกอวัยวะหยาง ดังนั้นจึงตรวจเฉพาะที่ชุ่นโข่วแล” นี่คือคำอธิบายว่าเหตุใดจึงตรวจอาการของโรคเฉพาะที่ตำแหน่งชุ่นโข่วหรือตำแหน่งข้อมือ และวิธีนี้ก็ยังคงใช้มาตราบจนทุกวันนี้
แม้นการตรวจที่ชุ่นโข่วหรือข้อมือจะได้รับความนิยม แต่ความจริงการตรวจที่เหยินอิ๋งก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เหตุเพราะจุดเหยินอิ๋งเป็นจุดฝังเข็มบนเส้นกระเพาะอาหาร โบราณกล่าวว่า “กระเพาะเป็นต้นทุนของพลังในร่างกาย” หากกระเพาะดี ร่างกายย่อมจะมีความแข็งแรง หากกระเพาะไม่ดี ร่างกายย่อมจะเสื่อมถอย ดังนั้น หากกดที่จุดเหยินอิ๋ง หรืออาจจะกดที่จุดชงหยางของเส้นกระเพาะแล้วพบว่า ชีพจรมีลักษณะการเต้นที่ราบเรียบ หมายถึงอาการป่วยเริ่มจะทุเลา หากกดเที่เหยินอิ๋งหรือชงหยางแล้วมีลักษณ๊ะเร็วก่อนที่จะราบเรียบ หมายถึงพลังของกระเพาะเริ่มจะยกระดับขึ้น หากกดแล้วพบ่วาราบเรียบก่อนแล้วเร็ว จะหมายถึลพลังกระเพาะเริ่มถอยลง ดังขอสรุปเป็นตารางดังต่อไปนี้
นอกจากข้อมูลการตรวจที่สามารถได้จากตารางข้างต้นแล้ว ความจริงก็ยังสามารถประยุกต์ข้อมูลอื่น ๆ จากการตรวจจุดเหยินอิ๋ง เพื่อทำให้ทราบพยาธิสภาพของร่างกายได้อีกด้วย ดังจะสรุปในตารางดังต่อไปนี้
นอกจากการตรวจจุดเหยินอิ๋งของเส้นกระเพาะอาหารแล้ว การตรวจจุดฝังเข็มอื่น ๆ บนเส้นลมปราณแต่ละเส้น เพื่อให้ผู้ตรวจสามารถทราบข้อมูลและพยาธิสภาพของเส้นลมปราณนั้น ๆ ความจริงก็เป็นวิธีที่ทำให้แพทย์ผู้ตรวจสามารถได้ข้อมูลทางพยาธิสภาพของแต่ละอวัยวะภายในที่ดีอีกวิธีหนึ่ง
12.ความสัมพันธ์ระหว่างชีพจร ฤดูกาล เพศ อายุ และรูปร่าง
เนื่องจากชีพจรจะเป็นตัวกำหนดข้อมูลการวินิจฉัยโรคว่ามีพยาธิสภาพอย่างไร ดังนั้นผู้ตรวจจึงควรจะทำความเข้าใจว่ามีเหตุปัจจัยอะไรบ้างที่อยู่นอกเหนือจากเหตุผลทางพยาธิสภาพแล้วส่งผลต่อการเต้นของชีพจร โดยทั่วไปนั้น เหตุปัจจัยที่มิอาจควบคุมและส่งผลต่อลักษณะการเต้นของชีพจรคือ หนึ่ง ฤดูกาล สองอายุ สาม เพศ สี่ รูปร่าง ซึ่งเหตุปัจจัยเหล่านี้ ผู้ตรวจจะต้องนำมาประกอบการพิจาราณาด้วยอีกทางหนึ่ง
ฤดูกาลในประเทศจีนจะมีอยู่สี่ฤดูกาลคือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากเป็นฤดูกาลทที่พลังหยางลอยขึ้นบน แต่พลังความเย็นยังไม่หมดสิ้น พลังของบรรยากาศจึงยังมีสภาพของการรัดเหนี่ยวอยู่ ด้วยเพราะเหตุนี้ จึงทำให้ชีพจรของผู้คนในฤดูกาลนี้จะค่อนไปทางตึงเป็นสายพิณ (弦) เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน เนื่องจากช่วงฤดูร้อนมีพลังหยางที่แข็งแกร่ง ในช่วงเวลานี้พลังของชีพจรจะรุนแรง ดังนั้นผู้คนโดยทั่วไปก็จะมีชีพจรค่อนไปทาง
หลาก (洪) ครั้นเข้าสู่ฤดูใบไม่ร่วง ในช่วงนี้เป็นช่วงที่พลังหยางเริ่มหดตัว พลังของชีพจรจะเริ่มอ่อนแลเบาลง ดังนั้นจึงทำให้ผู้คนในช่วงเวลานี้มีชีพจรค่อนไปทางลอย (浮) เมื่อเสร็จสิ้นฤดูใบไม้ร่วงก็จะเข้าสู่ฤดูหนาว ในช่วงฤดูหนาวพลังหยางจะเร้นตัว จึงทำให้ผู้คนในช่วงเวลานี้มีชีพจรค่อนไปทางจม (沉) และเต้นกระทบนิ้วอย่างมีพลัง
สำหรับเพศหญิง โดยทั่วไปก็จะมีชีพจรที่เต้นเร็วกว่าผู้ชายเล็กน้อย คนที่มีอายุน้อยก็จะมีการเต้นของหัวใจที่มาก คนที่มีอายุยิ่งมากก็จะยิ่งมีการเต้นของหัวใจที่น้อยลง โดยทั่วไปเด็กทารกจะมีการเต้นของหัวใจประมาณ 120-140 ครั้งต่อนาที สำหรับผู้ใหญ่ก็จะมีการเต้นของหัวใจอยู่ที่ประมาณ 60-100 ครั้งต่อนาที นอกจากนี้ รูปร่างก็เป็นตัวกำหนดลักษณะการเต้นของชีพจรด้วยเช่นกัน อย่างเช่นคนที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ชีพจรจะค่อนข้างยาวกว่าปกติ คนที่มีรูปร่างเตี้ยเล็กก็จะมีชีพจรที่ค่อนข้างสั้นกว่าปกติ สำหรับคนที่มีรูปร่างผอม มีกล้ามเนื้อและไขมันน้อย เขาก็จะมีชีพจรที่ค่อนข้างลอย สำหรับคนที่มีรูปร่างอ้วน มีไขมันและเนื้อหนังที่หนากว่า เขาก็จะมีชีพจรที่ค่อนข้างจม
13.ชีพจรพิเศษ (奇脈)
เหตุปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อการเต้นของชีพจรและกระทบต่อการวินิจฉัยโรคของแพทย์ นอกจากจะเป็นฤดูกาล เพศ อายุ และรูปร่างแล้ว นอกจากนี้ก็ยังมีเหตุปัจจัยที่เกิดจากตัวของชีพจรที่มีลักษณะพิเศษและไม่นับว่าเป็นอาการป่วยอีกด้วย เป็นต้นว่า สำหรับบางคนที่มีชีพจรจมเล็กทั้งหกตำแหน่งแต่ไม่มีอาการป่วยแต่อย่างใด เราเรียกชีพจรแบบนี้ว่า ชีพจรหกอิน (六陰脈) สำหรับบางคนที่มีชีพจรหลากใหญ่ทั้งหกตำแหน่งโดยไม่มีอาการป่วยแต่อย่างใด เราเรียกชีพจรแบบนี้ว่า ชีพจรหกหยาง (六陽脈) และก็มีบางคนที่มีลักษณะชีพจรที่แปลกพิสดาร เป็นต้นว่า มีบางคนที่ไม่เจอชีพจรในตำแหน่งชุ่น แต่กลับเจอชีพจรที่เยื้องไปทางด้านหลังของตำแหน่งฉื่อ อย่างนี้เรียกว่า ชีพจรบินแทยง (飛斜脈) หรือมีบางคนที่มีชีพจรปรากฏอยู่หลังตำแหน่งชุ่น ชีพจรนี้เรียกว่า ชีพจรตรงข้าม (反關脈) ซึ่งชีพจรที่แปลกประหลาดเหล่านี้ แม้นจะดูมีความแปลกประหลาดอย่างที่สุด แต่ก็ยังไม่นับว่าเป็นอาการป่วยแต่อย่างใด ชีพจรเหล่านี้จึงเรียกว่าชีพจรพิเศษ
3 บันทึก
6
1
5
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
การจับชีพจร
3
6
1
5
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย