Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
อมร ทองสุก
•
ติดตาม
24 มี.ค. 2020 เวลา 07:19 • สุขภาพ
การจับชีพจร (ตอนที่2)
5.วิธีการกดนิ้วมือลงบนเส้นโลหิต
ท้องนิ้วทั้งสามจะต้องวางเรียงอย่างสม่ำเสมอ ในยามกดน้ำหนักก็จะต้องกดน้ำหนักลงบนเส้นโลหิตอย่างเท่าเทียมกัน จะให้นิ้วใดนิ้วหนึ่งกดน้ำหนักมากน้อยอย่างไม่สมดุลมิได้ เพราะจะทำให้สัมผัสกับลักษณะการเต้นของชีพจรที่ผิดพลาด และทำให้แพทย์วินิจฉัยอาการผิดพลาดได้
ในด้านการเรียงชิดของนิ้ว หากร่างกายของผู้ป่วยมีลักษณะไล่เลี่ยใกล้เคียงกับแพทย์ผู้ทำการตรวจ แพทย์ผู้ตรวจก็ทำการเรียงนิ้วชิดแบบธรรมดา แต่หากผู้ป่วยมีร่างกายที่ใหญ่กว่า แพทย์ผู้ตรวจก็จะต้องเรียงนิ้วให้หลวมกว่าปกติเล็กน้อย และหากผู้ป่วยมีร่างกายที่เล็กกว่า แพทย์ผู้ตรวจก็จะต้องทำการเรียงนิ้วให้เบียดชิดกันให้มากขึ้น อนึ่ง หากผู้ป่วยเป็นเด็ก แพทย์ก็อาจจะใช้นิ้วเพียงสองนิ้วหรือหนึ่งนิ้วในการตรวจวินิจฉัยก็ได้
6.การจับชีพจรแบบสามตำแหน่งและการจับ
ชีพจรแบบหนึ่งตำแหน่ง (總按與單按)
การจับชีพจรสามารถแบ่งออกเป็นสองวิธีหลัก หนึ่งคือการจับชีพจรแบบทั้งสามตำแหน่ง คือจะจับพร้อมกันทีเดียวทั้งตำแหน่งชุ่นกวนและฉื่อ วิธีนี้จะใช้สำหรับตรวจวินิจฉัยลักษณะการเต้นชีพจรของทั้งสามตำแหน่งเพื่อดูว่าเป็นชีพจรแบบใดใน 28 แบบชีพจร เป็นต้นว่าดูชีพจรของผู้ป่วยเป็นแบบลอยหรือแบบจม หรือทั้งสามตำแหน่งเป็นแบบลอยจมเฉพาะตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งหรือไม่ หรือดูว่าตำแหน่งฉื่อแรงกว่าตำแหน่งชุ่น หรือตำแหน่งชุ่นแรงกว่าตำแหน่งฉื่อ หรือดูว่าชีพจรมือซ้ายแรงกว่าชีพจรมือขวา หรือชีพจรมือขวาแรงกว่าชีพจรมือซ้าย เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะใช้วิธีการจับชีพจรทั้งสามนิ้วในการตรวจ หลังจากทราบข้อมูลในเบื้องต้นแล้วจึงจะทำการจับชีพจรแบบหนึ่งตำแหน่งเพื่อดูข้อมูลชีพจรเฉพาะลงไปอีกที การใช้วิธีการจับชีพจรแบบหนึ่งตำแหน่งก็คือการใช้นิ้วกลางหรือนิ้วชี้ หรือใช้นิ้วกลางและนิ้วนางในการจับตำแหน่งที่ผิดปกติ ด้วยวิธีการตรวจวินิจฉัยอย่างรัดกุมเช่นนี้ จึงจะทำให้ทราบอาการของผู้ป่วยอย่างถูกต้องและแม่นยำได้
7.การจับชีพจรเบื้องต้นและการจับชีพจรเบื้องยาว (初按久按)
เนื่องจากชีพจรของคนเราในเบื้องต้นและเบื้องยาวจะแตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรมีการตรวจทั้งเบื้องต้นและเบื้องยาว ทั้งนี้เพื่อจะได้รับทราบข้อมูลที่ครบถ้วนและรอบด้านนั่นเอง สำหรับบางคน ชีพจรเบื้องต้นจะใหญ่ แต่เบื้องยาวกลับไร้เรี่ยวแรง สำหรับบางคน ในเบื้องต้นมีชีพจรแรง แต่เบื้องยาวกลับเป็นชีพจรเล็ก เป็นต้น
ชีพจรในเบื้องต้นนั้น เนื่องจากเลือดลมร้อนแรง พลังในการต้านโรคยังแข็งแกร่ง ดังนั้นจึงเกิดชีพจรแบบลอยใหญ่ขึ้น แต่เนื่องจากพลังในด้านดี (正氣) ของเขาไม่เพียงพอ แม้เบื้องต้นดูแรงดี แต่พอระยะยาวก็เริ่มแรงตก ดังนั้นลักษณะของชีพจรจึงเป็นแบบเบื้องต้นแรงเบื้องยาวแผ่วนั่นเอง สำหรับผู้ที่มีลักษณะของชีพจรเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยใหม่หรือผู้ป่วยเรื้อรังก็ตาม เขามักจะมีความรู้สึกอบร้อนภายใน อาการนี้ล้วนเป็นเพราะพลังฝ่ายดีโดยรวมของร่างกายไม่ค่อยเพียงพอ จึงทำให้เกิดอาการเช่นนี้ขึ้น
อนึ่ง หากชีพจรในเบื้องต้นเป็นแบบอ่อนนุ่ม แต่เบื้องยาวกลับมีแรงปะทะนิ้วที่แรง ชีพจรลักษณะนี้หมายถึงภายนอกดูสงบแต่ภายในป่วย หรือก็คือโรคภายในเริ่มจะปรากฏขึ้นนั่นเอง
นอกจากนี้ หากชีพจรเป็นแบบเบื้องต้นตึงเป็นสายอ่อน แต่เบื้องยาวกลับดูเหมือนจะคลายตัว ชีพจรเช่นนี้บ่งบอกว่าอาการป่วยที่เรื้อรังมายาวนานเริ่มจะทุเลาลง เป็นต้นว่า ผู้ป่วยที่มีชีพจรเบื้องต้นเป็นสายเล็กและไม่สมาน แต่พอกดดูนาน ๆ ประมาณสัก 30 รอบการหายใจกลับมีลักษณะชีพจรที่คลายตัว ชีพจรนี้บ่งบอกว่าเลือดลมภายในเริ่มปรับสภาพคลี่คลาย ไม่ตึงแน่น นั่นก็คืออาการป่วยเริ่มจะทุเลาลงแล้วนั่นเอง
สำหรับผู้ป่วยที่การกดชีพจรในเบื้องยาวมีชีพจรแบบลอยอืดไม่มีแรง หรือเริ่มรู้สึกเป็นชีพจรสายแข็งนั้น ลักษณะนี้จะเป็นเพราะพลังทางฝ่ายดีมีความเสียหาย ส่วนพิษร้ายจากภายนอกก็ยังไม่ได้คลี่คลาย จึงทำให้เกิดอาการแผ่วเบาในระยะท้ายได้
ในทางคลินิกนั้น แม้นว่าการจับชีพจรจะสามารถให้ข้อมูลการวินิจฉัยที่ค่อนข้างจะรอบด้านแล้วก็จริง แต่ในความเป็นจริงควรจะผสมผสานการตรวจหลาย ๆ อย่างเข้าไว้ด้วยกันคือ ให้ผสมผสานข้อมูลจากการมอง ฟัง และถามเข้าไปด้วย เช่นนี้จึงจะทำให้ได้ข้อมูลที่คลอบคลุมและครบถ้วนได้ ในการรักษาทางคลินิคนั้น แม้นว่าข้อมูลการจับชีพจรส่วนใหญ่จะสะท้อนอาการที่แท้จริงของร่างกายก็ตาม แต่ในบางครั้งข้อมูลจากการจับชีพจรก็ไม่สอดคล้องกับอาการที่แท้จริงเสมอไป ในเวลานี้ แพทย์ผู้ตรวจก็อาจจะละการจับชีพจรแล้วยึดอาการเป็นหลัก (捨脈從證) หรือละอาการแล้วยึดการจับชีพจรเป้นหลัก (捨證從脈) ทั้งนี้ต้องขึ้นกับประสบการณ์การวินิจฉัยและการตัดสินใจที่ถ้วนถี่เป็นสำคัญ
8.วิธีการจับชีพจร
การจับชีพจรคือการใช้ท้องนิ้วแตะลงบนตำแหน่งชุ่นกวนฉื่อที่อยู่ตรงข้อมือทั้งสองข้าง การจับชีพจรจะแบ่งแรงกดของนิ้วออกเป็นสามระดับ คือการกดบน เรียกว่า “แตะ (舉)” การกดหนักเรียกว่า “กด” (按) และการกดแบบไม่หนักไม่เบาเรียกว่า “ค้น” (尋) “แตะ” (舉) คือการแตะเบา ๆ ที่ผิวหนัง กด (按) คือการกดย้ำจนถึงกระดูกเอ็น ส่วนค้น (尋) คือการกดแบบไม่หนักไม่เบาเพื่อพิจารณาดูรูปร่างลักษณะของชีพจร
ในระหว่างการจับชีพจร ผู้จับควรจะทำการสังเกตดูจังหวะและความถี่ในการเต้นของชีพจรด้วย สำหรับคนปกติ ในหนึ่งรอบลมหายใจจะมีชีพจรเต้น 4 ครั้ง หรือประมาณ 60-80 ครั้งต่อนาที สำหรับสตรีจะมีการเต้นของชีพจรที่เร็วกว่าเล็กน้อย ส่วนผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอก็จะมีชีพจรที่เต้นเร็วกว่าคนปกติด้วยเช่นกัน
9.การวินิจฉัยโดยวิธีการดูชีพจรเต้น 50 ครั้ง (五十動法)
ในคัมภีร์หวงตี้เน่ยจิงได้ระบุว่า “อันว่า 50 รอบ อวัยวะอินทั้งห้าล้วนได้รับพลัง จึงกดที่ชีพจรและนับซี่งจังหวะการเต้น หาก 50 การเต้นโดยไม่สะดุด หมายถึงปกติ” ด้วยเพราะเหตุนี้ เซียวทงอู่ (蕭通吾) ผู้ซึ่งเป็นปราชญ์ทางการแพทย์ในช่วงยุคใหม่ท่านหนึ่งจึงให้ความสำคัญกับข้อมูลประโยคนี้มาก เพราะในหนึ่งวัน รอบการหมุนเวียนของพลังเส้นลมปราณของคนเราจะมีการโคจร 50 รอบเพื่อทำการผลักดันพลังจิงของอวัยวะภายใน ดังนั้น หากชีพจรเต้น 50 ครั้งโดยไม่มีสะดุดก็จะนับว่าร่างกายมีความแข็งแรง หากชีพจรเต้น 40 ครั้งแล้วมีสะดุดหนึ่งครั้ง จะหมายถึงไตมีสภาพที่เสื่อมถอยลง หากชีพจรเต้น 30 ครั้งแล้วมีสะดุดหนึ่งครั้ง จะหมายถึงไตและตับมีสภาพที่เสื่อมถอยลง หากชีพจรเต้น 20 ครั้งแล้วมีสะดุดหนึ่งครั้ง จะหมายถึงไต ตับ ม้ามมีสภาพที่เสื่อมถอยลง หากชีพจรเต้น 10 ครั้งแล้วมีสะดุดหนึ่งครั้ง จะหมายถึงไต ตับ ม้าม หัวใจมีสภาพที่เสื่อมถอยลง และหากชีพจรเต้นไม่ครบ 10 ครั้งแล้วมีสะดุดหนึ่งครั้ง นั่นก็หมายถึงไต ตับ ม้าม หัวใจ ปอดล้วนมีสภาพที่เสื่อมถอยลงนั่นเอง
ในทางการแพทย์นั้น ชีพจรเต้น 50 ครั้งจะเรียกว่าหนึ่งรอบการโคจร (一營) สำหรับผู้ที่มีลักษณะชีพจรที่มีความสลับซับซ้อน ผู้ตรวจอาจจะต้องทำการจับชีพจรสองถึงสามรอบการโคจรจึงจะสามารถได้ข้อมูลที่แม่นยำได้
10.สามส่วนเก้าการตรวจ (三部九候)
นอกจากการตรวจชีพจรที่ข้อมือแล้ว ก็ยังมีวิธีการตรวจชีพจรในที่อื่น ๆ เพื่อเก็บข้อมูลประกอบการวินิจฉัยให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ตามบันทึกในซู่เวิ่น (素問) ได้ระบุว่า ในการตรวจอย่างรัดกุม จะต้องทำการตรวจทั้งศีรษะ มือ และขา ทั้งสามส่วน ในแต่ละส่วนยังมีการแบ่งออกเป็นฟ้า ดิน คน หรือบน กลาง ล่าง รวมทั้งหมดเก้าตรวจด้วยกัน ทั้งหมดนี้รวมเรียกว่า สามส่วนเก้าการตรวจ (三部九候) ดังมีรายละเอียดในต่อไปนี้
4 บันทึก
6
4
3
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
การจับชีพจร
4
6
4
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย