Main Stand พาคุณไปดูเหตุผลที่ทำให้นักมวยปล้ำจาก WWE สามารถประสบความสำเร็จที่ฮอลลีวูด ในฐานะนักแสดงที่มีคุณภาพ และได้รับความรักจากคนทั่วโลกอย่างทุกวันนี้
ความสามารถในการพูดที่หาตัวจับได้ยาก บวกกับการแสดงเป็นชาวสก็อตแลนด์ตลอดเวลา (ไพเปอร์เป็นชาวแคนาดา) ช่วยให้ไพเปอร์รับบทพระเอกในเรื่อง They Live (1988) ภาพยนตร์คัลต์คลาสสิค ของ จอห์น คาร์เพนเตอร์ (John Carpenter) ด้วยบทบาทแรงงานข้างถนน ที่ค้นพบว่าโลกอยู่ภายใต้การปกครองของมนุษย์ต่างดาว
ไพเปอร์ในเรื่อง They Live อาจไม่ได้เป็นชาวสก็อตแลนด์ แต่เขายังต่อยอดจากคาแรกเตอร์บนเวทีมวยปล้ำ มาเป็นตัวละครในหนังเรื่องดังกล่าว ไพเปอร์เล่นเป็นชนชั้นล่างเลือดร้อน ที่พร้อมโค่นล้มมนุษย์ต่างดาวแบบถึงราก รวมถึงฝีปากเหนือใคร นำมาสู่ประโยคเด็ดอันเป็นที่จดจำ “I have come here to chew bubblegum and kick ass”
นักมวยปล้ำทั้งสามมีศักยภาพครบทุกด้าน ไม่ต่างจากนักแสดงแอคชั่นเกรด A ทั้ง รูปลักษณ์ชายกล้ามโต, การสื่อสารผ่านหน้าจอทีวีต่อผู้ชมทางบ้าน, การเคลื่อนที่ระหว่างเข้าฉากบู๊ โดยเข้าใจมุมกล้องที่กำลังถ่ายทำ และ สามารถรับมือกับสื่อมวลชนที่เข้ามาได้เป็นอย่างดี
Photo : www.thewrestlepost.com
ความสามารถเหล่านี้มีอยู่ในตัวของนักมวยปล้ำระดับสูงของ WWE มันจึงเป็นเรื่องง่ายที่พวกเขาจะเข้าสู่วงการภาพยนตร์ เมื่อเริ่มอิ่มตัวกับความสำเร็จในวงการมวยปล้ำ และสามารถรับบทบาทสำคัญในภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่อย่างรวดเร็ว
อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ ที่ผลักดันมวยปล้ำไปสู่งวงการบันเทิง คือรากฐานของ WWE ที่มองมวยปล้ำไม่ใช่แค่กีฬา แต่เป็นธุรกิจที่ต้องการหารายได้จากทรัพยากรที่อยู่ในมือ เมื่อเห็นนักมวยปล้ำกำลังไปได้สวยในฮอลลีวูด WWE จึงเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาวงการภาพยนตร์เสียเอง ในทศวรรษ 2000’s
WWE Films หรือ WWE Studios คือธุรกิจย่อยของ WWE ในรูปแบบสตูดิโอภาพยนตร์ โดยมีวิธีการทำงานคือ เข้าไปร่วมมือกับนายทุนรายย่อย เช่น ค่าย Liongates และ Samuel Goldwyn Films เพื่อผลิตหนังป้อนเข้าไป โดยใช้นักมวยปล้ำเป็นตัวละครหลักของเรื่อง
ภาพยนตร์ที่ชาวไทยรู้จักกันดีอย่าง See No Evil, The Marine, The Condemned และ 12 Rounds คือภาพยนตร์ที่ WWE Studios เป็นผู้สร้าง โดยมีนักมวยปล้ำชื่อดังไม่ว่าจะเป็น จอห์น ซีนา, เคน (Kane) หรือ “สโตน โคลด์” สตีฟ ออสติน (Stone Cold Steve Austin) ร่วมแสดงในหนังดังกล่าวด้วยบทตัวละครนำ
การพัฒนาทักษะการแสดงของนักมวยปล้ำเหล่านี้ ช่วยปูทางให้ WWE มีเนื้อหาเพื่อความบันเทิงในรูปแบบรายการทีวี แยกออกมาจากรายการมวยปล้ำปล้ำรายสัปดาห์ตามปกติ เช่นรายการ Total Divas หรือ Miz & Mrs. โดยรายการหลังสามารถทำยอดผู้ชมเฉลี่ยในซีซั่นแรก มากถึง 1 ล้านวิวต่อตอน
Photo : www.thewrestlepost.com
WWE ยังมีรายการพิเศษมากมายทางช่อง WWE Network ที่ได้รับความนิยมมากคือ Southpaw Regional Wrestling รายการที่นำเสนอเรื่องราวของค่ายมวยปล้ำปลอมในยุค 80’s โดยนำนักมวยปล้ำมารับบทบาทที่แตกต่าง เช่น จอห์น ซีนา ที่รับบทผู้ประกาศข่าว หรือ เอเจ สไตล์ ในบทบาทของมาลิบู อัล เจ้าของเต้นท์รถมือสอง ที่มาลงโฆษณากับค่าย Southpaw
การผันตัวเข้าสู่วงการบันเทิงของ WWE คือหนึ่งในแนวทางปฏิรูปมวยปล้ำสู่กีฬาเพื่อความบันเทิงอย่างเต็มตัว ส่งผลนักมวยปล้ำต้องเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์จากนักกีฬา กลายเป็นนักแสดงที่สามารถมอบความบันเทิงให้กับแฟนคลับของ WWE ได้หลากหลายวิธี
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อนักมวยปล้ำเหล่านี้ จึงมีส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสามารถ และปรับปรุงภาพลักษณ์ของนักมวยปล้ำใน WWE ให้ดีราวกับนักแสดง ส่งผลให้กำแพงที่ขวางกั้นนักมวยปล้ำจากวงการบันเทิง พังทลายลงในที่สุด