สงครามแย่งชิงหน้ากาก
ในเวลาที่หน้ากากอนามัยเป็นสิ่งที่มีค่าที่ทุกคนกำลังพยายามตามหา
ขุมทรัพย์สำคัญหรือแหล่งผลิตหน้ากากรายใหญ่ของโลกไม่ใช่ใครที่ไหนครับนั่นคือประเทศจีน
ต้นตอของการระบาดโควิด-19 เมื่อปลายปีที่แล้วนั่นเอง
มันจึงเกิดการเดินทางครั้งใหม่การเดินทางของหน้ากาก
ถ้าอดีต"เส้นทางสายไหม"คือการนำสินค้าจากเอเชียเข้าสู่ยุโรป วันนี้เส้นทางเดินทางของหน้ากากก็เดินทางจากเอเชียมุ่งตรงสู่ยุโรป
ดินแดนที่มีการระบาดเข้าขั้นวิกฤต
เมื่อ 29 มีนาคม ที่ผ่านมาเที่ยวบินบิน EI9019
เครื่องบินแอร์บัส A330 ของสายการบิน Aer Lingus สัญชาติไอร์แลนด์ เริ่มปฏิบัติหน้าที่สำคัญโดยการบินตรงจากปักกิ่งตรงสู่ดับบลินเมืองหลวงไอร์แลนด์
ขนหน้ากากอนามัยจำนวนมหาศาลเพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศ
ต้องใช้นักบินถึง 5 คนในการบินแบบ Non Stop
จากจีนมายังไอแลนด์ ด้วยระยะเวลาเดินทางไปกลับ
เกินกว่า 24 ชั่วโมง เรียกได้ว่าเป็นวีรบุรุษกันทีเดียวครับ
เพราะนักบินเหล่านี้เขาทำงานกันด้วยจิตอาสา มีมาลงชื่อรวมถึง 90 คนอาสาอย่างหนักหน่วงบินข้ามคืน
ข้ามวันเพื่อปฏิบัติหน้าที่นำสิ่งที่มีค่าสำหรับเวลานี้ที่สุด
คือหน้ากากอนามัยมาให้คนในชาติ
เมื่อบินมาถึงน่านฟ้าของไอร์แลนด์ พวกเขาก็ได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศด้วยถ้อยคำที่ฟังแล้วสุดประทับใจ
นี่คือบทสนทนาการติดต่อระหว่างเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศกับนักบินของเที่ยวบินนั้น
เจ้าหน้าที่ควบคุมทางอากาศ
"ในนามของประชาชนชาวไอร์แลนด์ทั้งชาติ
ขอต้อนรับการมาถึงและชื่นชมในการทำงานหนักของพวกคุณ บัดนี้"พรมแดง"ได้ทอดยาวรอการลงจอดของคุณบนทางวิ่งที่ 28
บินตรงสู่รันเวย์ได้เลยและอนุญาตให้ลงจอดได้ "
เมื่อเที่ยวบิน EI9019 ลงจอด
เที่ยวบินต่อไปก็ทะยานบินตรงสู่ปักกิ่งเพื่อปฏิบัติภารกิจนี้ทันที
การเดินทางของหน้ากากอนามัยดูจะไม่ใช่เรื่อง
ปกติเสียแล้วเมื่อมีการ"แย่งชิงหน้ากาก"เกิดขึ้น
เมื่อเร็วๆนี้ Jean Rottner หัวหน้าเจ้าหน้าที่ภาคพื้นตะวันออกของฝรั่งเศส ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้
แหล่งข่าวกล่าวว่าพวกเขาอาจจะต้องเปลี่ยนวิธีการเดินทางของหน้ากากอนามัย
จากการส่งทางเครื่องบินมาใช้การขนส่งทางเรือแทน
การเปลี่ยนวิธีการขนส่งครั้งนี้เนื่องจากพบว่า
มีการแย่งชิง HIJACK หน้ากาก
บนลานจอดของเครื่องบินเลยทีเดียว
เรียกว่าตัดหน้าตัดราคากันในนาทีสุดท้าย
แหล่งข่าวของทางการฝรั่งเศสกล่าวว่า
อีกหนึ่งประเทศที่จ้องมองและมองหาหน้ากากอนามัย แบบตาเป็นมัน อีกประเทศคือสหรัฐอเมริกา
ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 1 ของโลก
ด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อทะลุ 2 แสนกว่าคนไปแล้ว
"สหรัฐอเมริกาให้ราคาหน้ากากมากกว่าเรา 3-4 เท่า
มันคือการตัดราคากันและแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม"
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฝรั่งเศสรายหนึ่งกล่าว
"พวกเราจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้หน้ากากของเราเดินทางมาถึงประเทศโดยไม่มีใครแย่งชิงไปได้ การเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางของหน้ากากอนามัย มาเป็นการขนส่งทางเรือ มันจะทำให้เรามั่นใจว่าจะไม่มีใครแย่งชิงและการอนามัยของพวกเราไปได้"
ฝรั่งเศสประเทศเพิ่งได้รับหน้ากากจำนวนกว่า 2 ล้าน
ชิ้นจากจีนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
ยอดรวมการสั่งและกากอนามัยจากจีนมาสู่ฝรั่งเศสกว่า 1000 ล้านชิ้น ซึ่งคือ 1 ใน 4 ของยอดการผลิตทั้งหมดของจีนหรือทีเดียว
ฝรั่งเศสเคยออกมาประกาศถึงความพร้อมในการผลิตหน้ากากอนามัยโดยไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้า
แต่เมื่อเร็วๆนี้ก็ต้องมายอมรับความจริงว่าหน้ากากอนามัยที่มีอยู่ในมือเพียงพอที่จะใช้ได้อีกเพียง 2 เดือนการนำเข้าคือคำตอบสุดท้ายที่จะแก้ปัญหานี้ได้
แหล่งขุมทรัพย์หน้ากากอนามัยแหล่งใหญ่ที่สุดก็คือจีนนี่เองครับ จึงเป็นที่มาของการรักษาสินค้าที่มีค่าที่สุดในเวลานี้อย่างสุดชีวิต ซึ่งใครจะมาแย่งชิงไปไม่ได้
การเดินทางของหน้ากากอนามัย
สินค้าที่ทุกคนกำลังต้องการ
คงเป็นอีกหนึ่งประวัติศาสตร์ของการซื้อขายสินค้า
บนโลกใบนี้
ที่มีการแย่งชิงกันอย่างที่เคยไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
กัปตันหมี
Photos : www.irishmirror.ie , AFP