21 เม.ย. 2020 เวลา 02:00 • ธุรกิจ
'WICE Logistics' เมินโควิด มั่นใจการลงทุน 'อีอีซี' พุ่งหลังระบาดจบ
'WICE Logistics' เมินโควิด มั่นใจการลงทุน 'อีอีซี' พุ่งหลังระบาดจบ
'ชูเดช คงสุนทร' กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ WICE ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศแบบครบวงจร เปิดเผยกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า
ขณะนี้ WICE ได้ขยายฐานการให้บริการลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยฐานโลจิสติกในไทยที่ใหญ่ที่สุดจะอยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ให้บริการลูกค้าส่วนใหญ่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และสาขาในจีน ที่เมืองเซียงไฮ้ , กวางโจว , เซินเจิ้น , ฮ่องกง และสิงคโปร์ ซึ่งมีลูกค้าหลักอยู่ในเอเชียประมาณ 70% ที่เหลือกระจายไปทั่วโลก
ส่วนกลุ่มลูกค้าหลักของ WICE จะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 40-50% อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ 10-20% ที่เหลือกระจายในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุปกรณ์เครื่องครัว เฟอร์นิเจอร์ ชิ้นส่วนอากาศยาน ฮาร์ทแวร์ และธุรกิจขนส่งค้าปลีก ซึ่งได้มีอุตสาหกรรมใหม่ๆที่หลากหลายเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทได้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง
สำหรับ วิกฤติโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศในภาพรวมประมาณ 30-40% แต่ในส่วนของ WICE ได้รับผลกระทบไม่มากนักประมาณ 10% จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายยอดขายในปีนี้จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 20% ซึ่งจากปัญหาโควิด-19 ที่เกิดขึ้นบริษัทจะประเมินผลกระทบอีกครั้งในช่วงกลางปีนี้
อย่างไรก็ตาม ยังคงมั่นใจว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากในปีก่อนได้ลงทุนด้านการขนส่งข้ามแดนเป็นจำนวนมาก ทำให้ขยายเส้นทางการขนส่งจากไทยไปยังทุกประเทศในอาเซียนไปจนถึงมณฑลทางตอนใต้ของจีน
WICE ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไม่มาก เพราะกลุ่มลูกค้าที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งไม่ใช่ลูกค้ากลุ่มใหญ่ ขณะที่ลูกค้าหลัก คือ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังไม่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งการปิดชายแดนหรือปิดเมืองของประเทศจะห้ามเฉพาะการขนส่งคน แต่การขนส่งสินค้ายังดำเนินงานได้ตาปกติ
"ก่อนหน้านี้มีการลงทุนขนส่งสินค้าผ่านแดน ทำให้มีรายได้ในส่วนนี้เข้ามามากขึ้น ซึ่งการที่ลูกค้ากลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ลดลงทำให้เราต้องหาลูกค้าเพิ่มขึ้น ทำให้เจาะกลุ่มตลาดใหม่ๆได้เพิ่มขึ้นส่งผลดีต่อบริษัทในระยะยาว”
ด้านเส้นทางขนส่งของ WICE จะครอบคลุมทุกด้าน โดยมีสัดส่วนรายได้จากการขนส่งทางอากาศ 35%, การขนส่งทางทะเล 30%, ขนส่งสินค้าข้ามชายแดน 19% , และงาน Logistics 16% ซึ่งปัจจุบันต้นทุนการขนส่งสินค้าทางอากาศปรับเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จากการหยุดทำการบินในส่วนการขนส่งผู้โดยสารแม้การขนสินค้าจะยังทำการปกติก็ตาม
สำหรับสถานการณ์ภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ภาพรวมการขนส่งจะเปลี่ยนไปตามตลาดสินค้าที่เปลี่ยนแปลง โดยลูกค้าจะหันมาปรับห่วงโซ่การผลิตการจัดซื้อจัดจ้าง
โฆษณา