22 เม.ย. 2020 เวลา 11:00 • ประวัติศาสตร์
“วาติกัน (Vatican)” ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ นครรัฐที่เล็กที่สุดในโลก ตอนที่ 2
ยุคต่อมาของวาติกัน
ตลอดยุคกลาง ผู้นำคริสตจักรต่างดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ
บางครั้งอำนาจของพระสันตะปาปาก็ถูกสั่นคลอนโดยกษัตริย์ บางครั้งก็ถูกบิชอปที่เป็นฝ่ายตรงข้ามท้าทายอำนาจ
พระสันตะปาปาบางองค์ก็ก่อสงคราม บางองค์ก็ถูกศัตรูจับขัง บางครั้งเหล่าผู้นำคริสตจักรก็รวมตัวกันและเลือกพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ ในขณะที่พระสันตะปาปาองค์ปัจจุบันยังไม่สิ้นพระชนม์
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดการต่อสู้ แย่งชิงอำนาจในการควบคุมคริสตจักร ซึ่งก็มีเรื่องเล่าว่า ในปีค.ศ.882 (พ.ศ.1425) “สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์นที่ 8 (Pope John VIII)” ถูกซ้อมจนสิ้นพระชนม์
สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์นที่ 8 (Pope John VIII)
และในค.ศ.904 (พ.ศ.1447) “สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 5 (Pope Leo V)” ก็ถูกจับขังคุกและถูกบีบคอจนสิ้นพระชนม์
สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 5 (Pope Leo V)
การต่อสู้แย่งชิงอำนาจนี้ ทำให้คริสตจักรมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีนัก ทำให้ในปีค.ศ.1049 (พ.ศ.1592) ได้มีการแก้กฎใหม่เพื่อให้พระสันตะปาปาทุ่มเทให้ศาสนจักรมากกว่านี้
1
“สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 9 (Pope Leo IX)” ได้ทรงตั้งกฎใหม่ว่าบาทหลวงจะไม่สามารถแต่งงานหรือมีลูกได้ และพระสันตะปาปาองค์อื่นๆ ก็ได้ทรงตั้งกฎที่จะจำกัด ไม่ให้กษัตริย์หรือจักรพรรดิเป็นผู้เลือกพระสันตะปาปา
พระสันตะปาปาต้องถูกเลือกโดยพระราชาคณะ (Cardinal)
ดูเหมือนจะเป็นกฎที่ดี แต่เหล่าพระราชาคณะก็ไม่ได้เห็นด้วยกับกฎเสมอไป
3
ค.ศ.1268 (พ.ศ.1811) “สมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 4 (Pope Clement IV)” สิ้นพระชนม์ในเมืองวีแตร์โบ อิตาลี ทำให้พระราชาคณะต่างมุ่งไปยังวีแตร์โบเพื่อเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่
แต่การเลือกพระสันตะปาปาดำเนินไปถึงสามปี จนกระทั่งผู้นำในเมืองทนไม่ไหว บังคับให้เหล่าพระราชาคณะเลือกพระสันตะปาปาให้ได้
พระราชาคณะถูกควบคุมตัวไว้ในที่ประทับของพระสันตะปาปา และเมื่อการเลือกยังคงไม่เสร็จสมบูรณ์ ผู้นำในเมืองก็กดดันหนักขึ้นด้วยการตัดเสบียง ไม่ส่งอาหารให้ จากนั้นก็เอาหลังคาที่พักออก
ในที่สุด พระราชาคณะต่างก็เลือก “สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 10 (Pope Gregory X)” เป็นพระสันตะปาปา
สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 10 (Pope Gregory X)
สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 10 ได้ทรงออก “สารตราพระสันตะปาปา (Papal Bull)” ซึ่งออกกฎมากกว่าเดิมในเรื่องการเลือกพระสันตะปาปา
1
พระองค์ทรงมีรับสั่งว่าในอนาคต พระราชาคณะจะต้องถูกควบคุมตัวไว้ในห้องของพระราชวังที่พระสันตะปาปาสิ้นพระชนม์
อาหารจะถูกนำมาเสิร์ฟผ่านช่องเล็กๆ และหากภายในสามวัน ยังไม่มีการเลือกพระสันตะปาปา อาหารก็จะค่อยๆ น้อยลง อีกทั้งเงินที่พระราชาคณะจะได้ก็จะถูกตัด
ภายในยุคค.ศ.1300 (พ.ศ.1843-1942) คริสตจักรได้มีอำนาจและอิทธิพลแผ่ไปทั่วโลก
พระสันตะปาปาและพระราชาคณะจะเป็นผู้ที่แต่งตั้งกษัตริย์ที่เป็นมิตรกับคริสตจักร โดยกษัตริย์ก็จะปกป้องพระสันตะปาปาและดินแดนของพระองค์
พระสันตะปาปายังสามารถไล่กษัตริย์ที่สร้างความเดือดร้อนออกจากคริสตจักรได้ ซึ่งผู้ที่ถูกไล่ออกจากคริสตจักรจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของนิกายคาทอลิก
แต่วาติกันก็ไม่ใช่สถานที่ๆ ปลอดภัยสำหรับพระสันตะปาปาทุกพระองค์
ค.ศ.1305 (พ.ศ.1848) “สมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 5 (Pope Clement V)” ทรงรู้สึกวิตกพระทัยว่าจะได้รับอันตรายจากความรุนแรงทางการเมือง
2
พระองค์จึงมีรับสั่งให้สร้าง “พระราชวังพระสันตะปาปา (Papal Palace)” ขึ้นทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เพื่อให้กษัตริย์ฝรั่งเศสพระราชทานความคุ้มครอง
สมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 5 (Pope Clement V)
พระราชวังพระสันตะปาปา (Papal Palace)
ตั้งแต่นั้นมาอีก 60-70 ปี พระสันตะปาปาทุกพระองค์ได้ประทับอยู่ในฝรั่งเศสและไม่เสด็จกลับโรม
เมื่อพระสันตะปาปาได้เสด็จกลับโรม ก็ต้องพบว่าโรมนั้นอยู่ในสภาพแย่มาก พระราชวังและโบสถ์ที่สำคัญก็เสื่อมสลายและถูกไฟไหม้ไปแล้ว
หากพระสันตะปาปาจะประทับอยู่ในกรุงโรม ก็ต้องมีการปรับปรุงขนานใหญ่เพื่อให้ตึก อาคารต่างๆ ปลอดภัยและเหมาะสมกับพระองค์
วาติกันจะเป็นไปในทิศทางไหน ติดตามได้ในตอนหน้าครับ
โฆษณา