26 เม.ย. 2020 เวลา 06:29 • ธุรกิจ
สรุปประเด็น SABINA
กับแผนการเติบโตในช่วงเศรษฐกิจถดถอย
หากจะพูดถึงชุดชั้นใน “Sabina” สาวๆคงจะรู้จักชุดชั้นในแบรนด์นี้กันเป็นอย่างดี เพราะอยู่คู่กับสาวๆไทยมานานแถมช่วงหลังๆมานี้ ยังมีการรีแบรนด์ให้ทันสมัยและครอบคลุมกลุ่มลูกค้ามากขึ้นอีกด้วย
.
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2538 ในขณะนั้น Sabina มีรายได้หลักมาจากการเป็นผู้ผลิตชุดชั้นใน OEM ให้แก่ลูกค้าต่างประเทศเป็นส่วนมาก แต่ภายหลังเมื่อเกิดวิกฤติการเงินทั่วโลกทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างหนัก
.
ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา Sabina จึงตัดสินใจเปลี่ยนสัดส่วนของการผลิต OEM ให้น้อยลงและหันมาผลิตสินค้าแบรนด์ตัวเองให้มากขึ้น เนื่องจากมองว่าในอนาคตค่าเงินบาทคงจะลดลงและอาจส่งผลต่อการส่งออก
.
บริษัทจึงได้เปลื่ยนกลยุทธ์และหันมาวาง Poistioing ตัวเองกับกลุ่มลูกค้าสาวๆที่มีหน้าอกเล็ก เนื่องจากในกลุ่มนี้ยังไม่มีผู้ครองตลาดอย่างแท้จริง จึงเป็นที่มาของการผลิตชุดชั้นใน “ดูมดูม” หรือชุดชั้นในที่เสริมฟองหนานั่นเอง
.
เวลาผ่านไปกว่าสิบปี มาถึงปี 2559 ชื่อแบรนด์ Sabina ยังคงถูกมองว่าเป็นแบรนด์สำหรับสาวอกเล็กคัพ A ทำให้ Sabina ตัดสินใจลงสนาม “ใหญ่” ที่ว่าใหญ่นี่คือใหญ่ทั้งคัพ (B C D E) และยังเป็นกลุ่มตลาดที่ใหญ่อีกด้วย ซึ่งมีอยู่ 60% - 65% เลยทีเดียว
.
หากย้อนกลับไปดูแล้ว สัดส่วน OEM ในปี 2550 นั้นยังอยู่ที่ 50%
แต่หลังจากที่มีกลยุทธ์ปรับสัดส่วน ทำให้ปัจจุบัน Sabina มีรายได้หลักมาจากการขายสินค้าแบรนด์ตัวเองมากกว่า 90% ในขณะที่รายได้จากการผลิตสินค้า OEM มีสัดส่วนเพียง 9% เท่านั้น
.
นอกเหนือจากการเปลื่ยนกลยุทธ์ธุรกิจแล้ว Sabina ยังมีการขยายกลุ่มตลาด ทำให้ปัจจุบันบริษัทสามารถขายสินค้าได้ครบ 100% ของกลุ่มลูกค้า เนื่องจากมีสินค้าให้เลือกซื้อกันตั้งแต่คัพ A B C D ไปกันจนถึงคัพ
.
การทำตลาดนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ หากดูตามผลประกอบการแล้ว Sabina ใช้เงินราวๆ 3% - 4% ไปกับเคมเปญการตลาด ทำให้การเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ๆเป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมา Sabina ก็ได้ส่ง 2 พรีเซนเตอร์ระดับท็อปคือ
1.“ชมพู่-อารยา” นักแสดงชื่อดังเพื่อเปิดตัวสินค้าใหม่คือบราไร้ตะเข็บ Concept ชิดกว่าชม เจาะตลาดวัยทำงานด้วยสินค้าที่เน้นใส่สบายเบา ด้วยดีไซน์ที่แตกต่างจากเจ้าอื่น ซึ่งตัวสินค้าชนิดนี้ทำยอดขายในสัดส่วนสูงถึง 37 % ของยอดขายทั้งหมด
2.Sabina Doomm Doomm และ Body Bra ที่เลือก ‘ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก’ เป็นพรีเซนเตอร์ เจาะตลาดกลุ่มผู้ใช้วัยรุ่น รักในเรื่องความสวยงามซึ่งเป็นการเพิ่มฐานลูกค้าหน้าใหม่ ให้กับตัวผลิตภัณฑ์ โดยทำแคมเปญทั้ง Online และ Offline ทำให้ยอดขายถล่มทลายช่วงไตรมาส 4 ที่ผ่านมา
.
Sabina มีการเติบโตของรายได้และกำไรเพิ่มทุกปี
2559 มีรายได้รวม 2,397 ล้านบาท
มีกำไรสุทธิ 176 ล้านบาท
2560 มีรายได้รวม 2,679 ล้านบาท
มีกำไรสุทธิ 243 ล้านบาท
2561 มีรายได้รวม 3,103 ล้านบาท
มีกำไรสุทธิ 342 ล้านบาท
2562 มีรายได้รวม 3,295 ล้านบาท
มีกำไรสุทธิ 413 ล้านบาท
สิ่งที่น่าสนใจในปีนี้ จะมาจากอีก 2 เรื่อง
นั้นคือการมุ่งเน้นการทำตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV
และ ASEAN
โดยบริษัทได้เล็งเห็นแนวโน้มการใช้ชีวิตแบบสังคมเมืองมากขึ้น (Urbanization) ซึ่งคล้ายกับประเทศไทย บริษัทเลยเข้าไปเปิดช็อปในห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศ ร่วมถึงการทำ Event ต่างๆ เพื่อรับการเติบโตของจำนวนคนที่มาเที่ยวในห้าง ทำให้ผลประกอบการรวมในต่างประเทศ เติบโตถึง 25.7 % เมื่อเทียบกับปี 2561 และในปี 2563 คาดหวังว่ารายได้จากส่วนตัวจะโตขึ้นไม่น้อยกว่า 4 เท่าตัว
และอึกหนึ่งช่องทางที่ SABINA จะมุ่งเน้นการขายในช่องทาง Online มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Platform ของตนเอง รึจะผ่าน Shopee Lazada โดยจะมีการทำโปรโมชั่น และเพจเกจ คอลเลคชั่นใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนช่องทางการขายเหล่านี้ โดยแผนการในปี 2563 บริษัทวางแผนให้ช่องทาง Online นำรายได้เข้ามาในสัดส่วน 1 ใน 4 ของรายได้ทั้งหมด
ทั้ง 2 แผนการนี้จะทำให้ SABINA เติบโตได้มากแค่ไหนในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ ก็ต้องตามกันต่อไป
แต่สิ่งสำคัญที่อยากจะทิ้งท้าย ถึงแม้สินค้าต่างของ Sabina ได้แก่“ดูมดูม” “ชิดกว่าชม” “Body Bra”คงจะเป็นสามคีย์เวิร์ดที่ทำให้คนจดจำ Sabina ได้มากที่สุด แต่สิ่งที่ทำให้ Sabina ประสบความสำเร็จ แท้จริงแล้วนั่นคือการ ปรับปรุงและ เปลื่ยนแปลง
.
เพราะ Sabina มองเห็นข้อด้อยและข้อดีของตัวเอง ทำให้พวกเขาปรับปรุง และเปลื่ยนแปลงไปให้ทันโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน ทำให้ Sabina เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่อยู่คู่ประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ในขณะที่ปัจจุบันก็ยังเติบโตไปได้อย่างสวยงาม
- - - -
ผู้สนับสนุน
สนใจเปิดพอร์ท หุ้น TFEX SBL BLOCKTRADE กับโบรคเกอร์ KTBST
ค่าธรรมเนียมเรทพิเศษ
พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย
- ทีมงานมืออาชีพคอยให้บริการ
- โปรแกรม EFIN//ASPEN
- โปรแกรม SUPPORT อื่นๆเช่น MT4//MODEL TRADE//KTBST SMART และอื่นอีกมากมาย
กรอกรายละเอียดได้เลย 👇
โฆษณา