1 พ.ค. 2020 เวลา 08:09 • ประวัติศาสตร์
อินเดียมหัศจรรย์: (1)
🌏 ความรุ่งเรืองของอินเดียโบราณ
"ในประวัติศาสตร์อินเดีย มีเรื่องเล่าน้อยมากเกี่ยวกับเมืองที่ถูกกวาดล้างโดยสงครามหรือการสังหารหมู่พลเมืองที่ไม่ใช่นักรบ ในประวัติศาสตร์อินเดียโบราณไม่ปรากฏเหตุการณ์ที่เทียบได้กับการทารุณกรรมอย่างสยองขวัญของกษัตริย์แอสซีเรียผู้ถลกหนังเชลยขณะมีชีวิต แน่นอนการทารุณ กดขี่มีอยู่บ้างเป็นครั้งคราวแต่เมื่อพิจารณาโดยเปรียบเทียบกับวัฒนธรรมอื่นแล้ว การปฏิบัติดังกล่าวนับว่าสถานเบา สำหรับเราแล้ว ลักษณะเด่นที่สุดของอารยธรรมอินเดียโบราณคือ ความมีมนุษยธรรม " ความตอนหนึ่งของ A.L m Basham จาก งานเขียน The Wonder that was India (ฉบับแปลภาษาไทยกาญจนี ละอองศรี -บก.)
ศาสนาของอินเดีย ยอมรับเรื่องความไม่เสมอภาคเท่าเทียมกันจากการถือกำเนิดของผู้คน และ ชนชั้นต่ำต้อยจำนวนมากที่โดยทั่วๆไปแล้วมีชีวิตลำบากยากเข็ญ แม้กระนั้น ในความรู้สึกโดยรวมของเรานั้น ไม่มีส่วนใดบนโลกสมัยโบราณที่สัมพันธภาพระหว่างมนุษย์ต่อมนุษย์ มนุษย์ต่อรัฐมีความยุติธรรมและมีมนุษยธรรม ไม่มีอารยธรรมแห่งใดที่มีทาสเพียงจำนวนน้อย และไม่มีตำรากฎหมายโบราณฉบับใดที่คุ้มครองสิทธิของทาสเท่ากับในตำรา "อรรถศาสตร์" ไม่มีผู้ให้กำเนิดกฎหมายคนใดในสมัยโบราณเคยประกาศอุดมคติสูงส่งแห่งการทำสงครามอย่างผู้มีน้ำใจนักกีฬาอย่าง "พระมนู"
อ่านมาเจอถ้อยความเหล่านี้ ก็อดไม่ได้ที่จะบันทึกเอาไว้ ส่วนตัวคิดว่า หนังสือเล่มนี้ตั้งชื่อได้ใช่ที่สุด "The Wonder that was India" ผู้แปลในภาษาไทยใช้ชื่อว่า "อินเดียมหัศจรรย์" ส่วนตัวถ้าจะแปลอยากจะตรงๆไปเลยว่า "สิ่งมหัศจรรย์ที่เรียกว่าอินเดีย" เพราะคิดว่าในโลกนี้คงไม่มีที่ไหนในโลกจะมหัศจรรย์ได้เท่าอินเดียอีกแล้ว ส่วนรายละเอียดค่อยว่ากัน
มาคุยกันในภาพรวม ส่วนตัวเห็นว่าคือหนังสือประวัติศาสตร์อินเดียที่สมบูรณ์แบบพอสมควรและพูดถึงอินเดียไม่ bias ตามมุมมองตะวันตก เพราะผู้เขียนได้ศึกษาและเข้าใจอินเดียอย่างลึกซึ้ง เป็นการแก้ความรู้ความเข้าใจผิดๆในหลายประเด็นที่ชาวตะวันตกมีต่ออินเดีย เช่น หมอสอนศาสนาบางคนในคริสตวรรษที่ 19 เผยแพร่ความเข้าใจที่ผิดๆไปว่า "อินเดียเป็นดินแดนแห่งมืดมน เชื่องช้าและเฉื่อยชา"
ในขณะที่เมื่อศึกษาลงไปอย่างลึกซึ้ง A.L. Basham เห็นว่า "ชาวอินเดียนิยมความสนุกสนานในชีวิต ยินดีและลุ่มหลงในวัตถุที่จับต้องได้พอๆกับสิ่งที่เกี่ยวข้องทางจิตวิญญาณ อินเดียเป็นดินแดนแห่งความรื่นเริง เป็นดินแดนที่ประชากรแต่ละหาพื้นที่ให้กับตนเองในระบบสังคมที่สลับซับซ้อนและวิวัฒนาการไปอย่างช้าๆ" และเป็นดินแดนที่ประชาชนมีความสัมพันธ์ต่อกันด้วยความเมตตากรุณาและความสุภาพมากกว่าชนชาติใดๆในยุคโบราณ"
ทั้งหมดที่ว่ามาตั้งแต่ต้นอยู่แค่บทนำของหนังสือที่มีความหนา(ในฉบับแปล)เกือบ 1000 หน้าแถมพิมพ์ด้วย font ที่เล็กมาก ต้นฉบับของเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ ปี 1954 และ ปรับปรุงและพิมพ์ใหม่อีก 2 ครั้ง โดยฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 ตีพิมพ์เมื่อปี 2004 หรือ 60ปี ต่อมา ฉบับแปลภาษาไทยแปลมาจากฉบับล่าสุดนี่แหละ
Intro กันไว้แค่นี้ก่อน เมื่อเจอเนื้อหาตรงไหนน่าสนใจค่อยมาเล่าสู่กันฟังกันต่อไป

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา