4 พ.ค. 2020 เวลา 05:11

ลักษณะเด่นของพระพุทธศาสนา ๑๙ ประการ:

ลักษณะเด่นพระพุทธศาสนา ๑๙ ประการที่ทำให้พระพุทธศาสนาที่เป็น "อเทวนิยม" (Atheism) แตกต่างจากศาสนาที่นับถือพระเจ้าสร้างโลกประเภทเทวนิยม (Theism) อื่นๆ ในโลกนี้:
1
บทความนี้ ผมแปลสรุปจากข้อเขียนของฝรั่งชาวอเมริกันชื่อ Matt Caron ซึ่งเป็นครูสอนโยคะที่สหรัฐอเมริกา (https://blog.sivanaspirit.com/author/yogamatt/) เพราะเห็นว่าเป็นหนุ่มใหญ่ชาวอเมริกันที่หันมาสนใจปรัชญาตะวันออกตามกระแสนิยมสมัยนี้ แล้วแสดงความคิดเห็นออกมาหลังจากได้ศึกษาพระพุทธศาสนาได้ไม่นาน
4
ผมสรุปอย่างรวบรัดและเพิ่มเติมคำอธิบายลงไปด้วย ลง FB เผยแพร่ให้พุทธบริษัทได้อ่านเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๐ แต่ต่อมา มีชาวพุทธไทยหลายคนตัดชื่อผมออก เอาไปเผยแพร่ทั้งทางไลน์ ทั้งทางเฟสบุ๊ค ทั้งทางยูทูป ใส่ชื่อคนอื่นบ้าง ทิ้งไว้เปล่าๆ ให้คนสันนิษฐานว่าตนเองเป็นคนเขียนบ้าง
แม้แต่ใน Blockdit นี้ก็มีคนนำไปเผยแพร่หลายครั้ง ผมจึงขอนำมาลงไว้ในที่นี้อีกครั้งครับ
๑.พระพุทธศาสนาปฏิเสธว่ามีผู้สร้างโลก ถือว่าความเชื่อนี้ไร้สาระ ตรงข้าม โลกนี้ประกอบขึ้นจากเหตุปัจจัยต่างๆ จึงมีขึ้นมา
๒.พระพุทธศาสนาไม่ใช่ระบบความเชื่อที่ควรใช้คำว่า Religion เพราะศัพท์นี้หมายถึงต้องมีความเชื่อในพระเจ้าผู้สร้างโลก
๓.จุดหมายปลายทางของพระพุทธศาสนาคือละกิเลสได้หมดแล้ว หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดหรือวัฏฏสงสาร ไม่ใช่ไปเกิดบนสวรรค์
๔.พระพุทธเจ้าไม่ใช่ผู้ปลดปล่อยสรรพสัตว์ให้รอด สรรพสัตว์ต้องช่วยตนเอง เพื่อหลุดพ้นจากกิเลสและวัฏฏสงสาร
1
๕.ความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธเจ้าและสาวกคือครูผู้สอนและลูกศิษย์ ไม่ใช่ตัวแทนพระเจ้าและทาสผู้รับใช้
1
๖.พระพุทธเจ้าไม่เคยให้สาวกใช้ความเชื่อโดยปราศจากปัญญามานับถือ ตรงข้ามทรงสอนให้ใช้ปัญญาพิจารณาคำสอนก่อนจะเชื่อ และผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าต้องปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้นด้วยตนเอง ไม่มีใครช่วยทำให้หลุดพ้นได้นอกจากให้แค่แนะนำ
1
๗.คำสอนพระพุทธเจ้าเป็นสัจธรรมประจำโลก พระพุทธเจ้าทรงเป็นแต่เพียงผู้ค้นพบเท่านั้น พระองค์ไม่ใช่เป็นคนสร้างคำสอนขึ้นมา
3
๘.นรกในพระพุทธศาสนาไม่ใช่สถานที่กักขังสัตว์อย่างนิรันดร์ บุคคลทำบาปแล้วไปเกิดในนรกโลก เมื่อพ้นกรรมแล้ว ก็สามารถกลับไปเกิดในภพที่ดีกว่าได้
1
๙.พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนแนวคิดเรื่องบาปติดตัวเหมือนที่ศาสนาเทวนิยมสอน แต่สอนเรื่องกฎแห่งกรรม ซึ่งมีทั้งดีและชั่ว
1
๑๐.พระพุทธศาสนาสอนว่าสัตว์ทุกชีวิตมีศักยภาพที่จะบรรลุธรรมได้ ข้อสำคัญก็คือต้องใช้ความพยายามในการปฏิบัติเพื่อชำระกิเลสให้พ้นไปจากจิตใจ พระพุทธเจ้าก็ทรงเป็นมนุษยสามัญธรรมดาที่หลุดพ้นจากทุกข์ได้เพราะการปฏิบัติ
1
๑๑.กฎแห่งกรรมเป็นตัวอธิบายว่าเหตุใดคนถึงเกิดมาแตกต่างกัน กฎแห่งกรรมเป็นตัวอธิบายถึงภพภูมิที่สัตว์พากันไปเกิด
1
๑๒.พระพุทธศาสนาเน้นให้แผ่เมตตากรุณาไปยังสรรพสัตว์ ให้พ้นจากการฆ่าสัตว์ทุกชนิด ไม่มีสัตว์ใดเกิดมาเป็นอาหารให้คนอื่นฆ่าเพื่อกิน แม้ว่าชาวพุทธจำนวนมากจะกินอาหารมังสวิรัติ แต่ก็ไม่มีพุทธวจนะใดบังคับ
1
๑๓.ธรรมะของพระพุทธเจ้าเสมือนแพ หลังจากบำเพ็ญเพียรจนดับทุกข์ได้แล้วจะอยู่เหนือบุญและบาป ธรรมะทั้งปวงจะต้องไม่เป็นอารมณ์ให้เกิดความยึดมั่นถือมั่น
2
๑๔.ไม่มีสงครามศักดิ์สิทธิ์ในทรรศนะพระพุทธศาสนา การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตไม่ว่าฆ่าด้วยเหตุใด ผู้ฆ่าจะต้องรับกรรมทั้งสิ้น การฆ่าในนามศาสนายิ่งกระทำมิได้ในพระพุทธศาสนา
1
๑๕.พระพุทธเจ้าตรัสว่ากำเนิดสังสารวัฏไม่มีเบื้องต้นและที่สุดถ้าหากสัตว์ยังดำเนินชีวิตไปตามอำนาจกิเลส
3
๑๖.พระพุทธเจ้าทรงเป็นพระสัพพัญญู แต่พระพุทธเจ้ามิใช่เทพเจ้าผู้ทรงมีอำนาจล้นฟ้า ดลบันดาลสร้างธรรมชาติต่างๆ ขึ้นมา
1
๑๗.การฝึกสมาธิสำคัญมากในพระพุทธศาสนา แม้ว่าศาสนาอื่นๆ อาจจะมีสอนให้คนมีสมาธิ แต่มีพระพุทธศาสนาเท่านั้นที่สอนไปถึงระดับวิปัสสนา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รู้แจ้งได้
1
๑๘.หลักคำสอนเรื่องศุนยตา (สุญญตา) เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในพระพุทธศาสนาถือเป็นคำสอนระดับสูงของพระพุทธศาสนาด้วย เพราะสรรพสิ่งทั้งหลายไม่มีตัวตนอยู่แท้จริง มีแต่ปัจจัยส่งเสริมกันและกันให้เกิด สรรพสิ่งในโลกจึงตกอยู่ในภาวะอนิจจัง ทุกขังและอนัตตาเหมือนกันหมด
1
พระพุทธศาสนาจึงไม่สุดโต่งไปข้าง สัสสตทิฏฐิ (Eternalism) ตามแนวศาสนาประเภทเทวนิยมหรือ อุจเฉททิฏฐิ (Nihilism) ตามแนววัตถุนิยม
๑๙.วัฏจักรหรือสังสารวัฏเป็นศูนย์กลางคำสอนในพระพุทธศาสนา ตราบใดที่สรรพสัตว์ยังไม่หลุดพ้นจากกิเลส ก็จะเวียนว่ายตายเกิดไปตามภพภูมิต่างๆ ตามแรงเหวี่ยงของกรรม ไม่มีวันสิ้นสุด ทุกคนจึงต้องช่วยตนเองเพื่อพัฒนาไตรสิกขาให้หลุดพ้นจากโลภะ โทสะและโมหะ หรืออวิชชา เพื่อทำลายระบบสังสารวัฏให้หมดสิ้นไป
1
@ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา นครปฐม
มีผู้นำไปเผยแพร่โดยให้เครดิตดี
โฆษณา