มีบัญชีอยู่แล้ว?
Carman ยินดีนำเสนอ
EP18 : วิเคราะห์ Nissan X-Trail 2.5 เจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย "รถ 7 ที่นั่งที่นั่งได้ 5 คน"
*คำเตือน : บทความนี้มีการใส่ความคิดเห็นของผู้เขียนเพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมเเละให้เห็นเเง่มุมอีกมุมหนึ่ง มิได้มีเจตนาบิดเบือนข้อมูล โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม หากผิดพลาดประการใด ขออภัยครับ
เเบบสรุปสั้นกระชับ
ข้อดี
+เครื่องยนต์เเรงเหมาะสมกับตัวรถ
+เกียร์ CVT ทำงานถวายชีวิตมากๆ
+มีช่วงล่างที่บาลานซ์ดีมากที่สุดในกลุ่ม
+ภายในดูดีกว่ารุ่นก่อน Minorchange
+มีเบาะนั่งเเถวสองที่สบายที่สุดในกลุ่ม
+มีออพชั่นความปลอดภัยมาเเน่นมากเเถม Panoramic Sunroof
+มีระบบขับสี่เเบบ Auto/Part Time
+ส่วนลดเยอะมาก(เเล้วเเต่อาชีพ)
ข้อเสีย
-ดีไซน์เเละตัวรถเริ่มตามคู่เเข่งไม่ทัน
-พวงมาลัยไฟฟ้าไวเกินไป ไม่นิ่งเท่าที่ควร
-อัตราการกินน้ำมันโหดสุดในกลุ่ม
-รุ่นล่างสุดออพชั่นน้อยเกินไปในบางจุด
-พนักพิงศีรษะคู่หน้าดันหัวมากเกินไป
-พื้นที่เก็บของไม่ได้ใหญ่เท่าที่คิด
-การขึ้น-ลงเบาะเเถว 3 ทำได้ไม่ดีพอ
-เบาะเเถว 3 นั่งเเล้วอยากจะโยนเบาะทิ้ง
ความเดิมตอนที่เเล้ว
หลังจากที่เราได้เจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย Toyota CHR Hybrid ไป ใครยังไม่ได้อ่าน คลิกได้ที่นี่เลยครับ
วันนี้เราขอขยับ Segment ขึ้นมาอีก Size นึงเพื่อพูดถึง Nissan X-Trail กันครับ
Nissan X-Trail รุ่นนี้นั้นถือเป็น Compact SUV ที่เปิดตัวตั้งเเต่ปลายปี 2014 โดยในวันที่เปิดตัวนั้นตัวรถก็ใหม่กว่าคู่เเข่งพอสมควร เเละสร้างยอดขายได้เป็นกอบเป็นกำ ก่อนที่สักพักจะเเพ้ภัยตัวเองในรุ่น Hybrid ทำให้ยอดขายนั้นวูบเเล้วหายไปเลย ตอนนี้ยอดขายเเย่มากๆครับ ขายเดือนนึงไม่เคยถึง 50 คันเเพ้ชาวบ้านเเบบราบคาบ
บวกกับการที่คู่เเข่งทั้ง Honda CRV เเละ Mazda CX5 ต่างก็เปิดตัวรุ่น Modelchange ไปตั้งเเต่ปี 2017 เเล้ว เเต่ Nissan เปิดตัวช้ามาก จนบัดนี้ตลาดโลกยังไม่เปิดตัวรุ่น Modelchange เลยนะครับ เขาบอกว่าจะเปิดเร็วๆนี้(กว่าจะเข้าไทยบวกไปอีก 2 ปีตามสไตล์นิสสันไทยเเลนด์)
รุ่นที่ขายอยู่ในตอนนี้คือรุ่น Minorchange ครับ พูดง่ายๆว่าหากเทียบกับชาวบ้าน คือ เป็นรุ่นเก่ากว่าคนอื่นเขา 1 Generation
โดยมีการ Minorchange ไปล่าสุดเมื่อต้นปีที่เเล้ว ในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินเเบบธรรมดาได้ตัดรุ่น 2.0 ออกไป คงเหลือเเต่รุ่น 2.5 ลิตรครับ(เหมือนจะเลียนเเบบ Honda CRV Gen5)
ซึ่งราคาหลังเปิดตัวมีดังนี้ครับ
รุ่น 2.5 S CVT 2WD 1,350,000
รุ่น 2.5 V CVT 2WD 1,460,000
รุ่น 2.5 VL CVT 4WD 1,660,000
รุ่น 2.0 Hybrid V 4WD 1,537,000
รุ่น 2.0 Hybrid VL 4WD 1,617,000
โดยล่าสุดมีส่วนลดสำหรับบุคลาการทางเเพทย์เเละหน่วยงานราชการที่ช่วยเหลือ COVID-19 มีราคาโปรโมนชั่นเป็นดังนี้ครับ
รุ่น 2.5 S CVT 2WD 990,000
รุ่น 2.5 V CVT 2WD 1,090,000
รุ่น 2.5 VL CVT 4WD 1,190,000
รุ่น 2.0 Hybrid V 4WD 899,000
รุ่น 2.0 Hybrid VL 4WD 999,000
วันนี้ครับ ตามคำขอของเเฟนคลับ เราจัดให้ครับ เราจะขอพูดถึงเฉพาะรุ่น 2.5 นะครับ
ข้อดี
-เครื่องยนต์ 2.5 บล็อคนี้ 171 เเรงม้า 233
นิวตันเมตร ต้องบอกว่าเหมาะสมกับขนาดเเละน้ำหนักตัวรถมากครับ เเรงสะใจกำลังดีเลย เหมาะสำหรับคนที่เท้าหนัก ขับรถเร็วๆ เรียกอัตราเร่งเเซงบ่อยๆ จะตอบโจทย์ดีกว่ารุ่น 2.0 เดิมอยู่เเล้ว ซึ่งอัตราเร่งรุ่นนี้ก็ดีกว่า Honda CRV 2.4 อยู่หน่อยนึงครับ ครอบคลุมสำหรับการใช้งานทุกรูปเเบบ
-เกียร์ CVT ลูกนี้ชวนให้นึกถึง Toyota Altis, Honda Civic Turbo, Honda City Turbo ครับ อย่างที่ผมเคยได้บอกไป คือ บุคลิกเกียร์สนุกมาก เป็นเกียร์ CVT ที่พยายามเล่นละครเป็นเกียร์อัตโนมัติเเบบปกติ คือ มีการไล่รอบ ถึง red line ปุ๊ป รอบตก ลากสนุกมากครับ ยิ่งเล่นโหมดบวกลบ ก็ยิ่งมัน ใครเกลียด CVT น่าจะโอเคกับ CVT ลูกนี้ครับ
-ช่วงล่างนั้นบาลานซ์ดีมากครับ เพราะในกลุ่มนี้นั้น Honda CRV มีช่วงล่างนุ่มสบายที่สุดในกลุ่ม ส่วน Mazda CX5 มีช่วงล่างมั่นใจที่สุดในกลุ่ม ในขณะที่ X-Trail นั้นเป็นการผสมผสานครับระหว่าง CRV กับ CX5 กลายเป็นยอดมนุษย์ CR5(ไม่ใช่ CR7 นะครับ555)กล่าวคือไม่ได้ตึงตังเท่า CX5 เเต่ได้ความหนึบมากกว่า CRV ทำให้ช่วงล่างอยู่กึ่งกลางพอดี ถือว่าตอบสนองกลุ่มลูกค้าได้หลายกลุ่มมากที่สุด ทั้งกลุ่มที่ชอบให้ช่วงล่างบู๊เเละนุ่มพร้อมๆกันครับ ใช้ได้ทุกสถานการณ์
-ภายในได้เปลี่ยนทรงพวงมาลัยใหม่(หน้าตาเหมือนของ Note เเละ Almera)รวมถึงเพิ่มการเดินด้ายบนคอลโซลหน้า ช่วยให้บรรยากาศภายในโดยรวมดูดีกว่ารุ่นก่อน Minorchange
-เบาะเเถวสองนั้นยอดเยี่ยมครับ คือ นอกจากจะเลื่อนหน้า-หลังเเละปรับเอนได้มากเหมือน CRV เเล้ว เบาะยังออกเเนว
นุ่มกว่าของ CRV เเละเบาะรองนั่งมีมุมเงยที่รองรับขาได้ดีกว่า มีพนักพิงหลังที่รองรับหลังได้ดี ทำให้ภาพรวมเป็นเบาะเเถวสองที่สบายที่สุดในกลุ่ม
-รุ่น Minorchange ใส่ออพชั่นความปลอดภัยเข้ามาเต็มที่เลยครับ ตั้งเเต่รุ่นล่างคุณได้ทั้ง
-ระบบช่วยลดความเร็วอัตโนมัติในขณะถอนคันเร่ง หรือ เข้าโค้ง AEB
-ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน IEB
-ระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า FCW
-ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา AVM
-ระบบตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุรอบคัน MOD
ขณะที่ในรุ่น VL ก็จะเพิ่มส่วนของ
-ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน HDC
-ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ICC
-ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง LDW
-ระบบเตือนจุดอับสายตา BSW
-ระบบเตือนเมื่อมีวัตถุตัดผ่านขณะถอยรถ RCTA
-ระบบช่วยปรับไฟสูงอัตโนมัติ HBA
เเถมด้วย Panoramic Sunroof
เรียกว่าครบครันสุดๆ เพราะ CRV นั้นมีอย่างมากก็เเค่ระบบเเสดงภาพมุมอับสายตา Honda Lanewatch เเละระบบเเจ้งเตือนอาการเหนื่อยล้า DAA เรียกได้ว่า X-Trail เป็นผู้นำของคลาสเรื่องระบบความปลอดภัยร่วมกับ CX5
-มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่สามารถเลือกได้ด้วยว่าจะเอาเป็นเเบบ Auto หรือที่เรียกกันว่า Real Time เหมือนของคู่เเข่งที่ปรับใช้ตามสภาวะการณ์ โดยระบบจะปรับอัตโนมัติว่าจะใช้ขับ 2 หรือขับ 4 เเต่ขณะที่ X-Trail สามารถใช้เเบบ Part Time ได้ คือ เลือกได้ว่าจะเอาขับ 2 หรือขับ 4 ตามที่เราสั่ง ซึ่งจุดนี้จะไปเหมือนรถ PPV ที่ผมมองว่าเป็นประโยชน์มากเลยครับเพราะทำให้เราใช้ระบบขับ 4 ได้เท่าที่จำเป็นตามใจเราสั่ง
-อย่างที่ได้กล่าวไปว่าอาชีพเเพทย์พยาบาลที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับ COVID-19 เเละข้าราชการ มีโปรโมชั่นดังนี้ครับ
ราคาปกติ
รุ่น 2.5 S CVT 2WD 1,350,000
รุ่น 2.5 V CVT 2WD 1,460,000
รุ่น 2.5 VL CVT 4WD 1,660,000
ราคาโปรโมชั่น
รุ่น 2.5 S CVT 2WD 990,000
รุ่น 2.5 V CVT 2WD 1,090,000
รุ่น 2.5 VL CVT 4WD 1,190,000
จะเห็นได้ว่าราคาถูกลงไปรุ่นละราวๆ3เเสน
กว่าถึง4เเสนกว่าเลยทีเดียว ทำให้ราคากระโดดลงไปใกล้เคียงกับรถ B-SUV เลยทีเดียว ส่วนอาชีพอื่นนั้นเท่าที่ทราบมาก็มีส่วนลดเยอะเช่นกันซึ่งจะต้องไปสอบถามเเละต่อรองกับดีลเลอร์นิสสันทั่วประเทศกันเอาเองนะครับ เพราะเราไม่มีตัวเลขราคาที่ตายตัว
ทีนี้เรามาดูข้อเสียกันบ้างดีกว่า
-เรื่องดีไซน์นั้นเเล้วเเต่ความชอบส่วนบุคคลครับ เเต่ถ้าให้พูดตามตรง ผมมองว่าทุกวันนี้ตัวรถดูค่อนข้างล้าสมัยกว่าคู่เเข่งไปเเล้ว ด้วยความที่ตัวรถก็เก่ากว่า 1 Gen อะนะครับ ถึงเเม้จะ Minorchange ก็ตาม เพราะทั้งภายนอก-ภายในก็อย่างที่ได้เห็นกันครับว่ามันดูไม่ทันสมัยเท่ากับพวก CRV หรือ CX5 เลย รวมถึงเรื่องของตัวรถที่อาจจะมีเทคโนโลยีบางจุดที่อ่อนกว่าคู่เเข่งก็ได้
-พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าในรุ่น Minorchange ดันเซ็ตมาเบาซะงั้นครับ ราวกับว่าจะเอาใจคนขับขี่ในเมืองที่ต้องการความคล่องตัวของพวงมาลัย เเต่ในการใช้ความเร็วเกินกว่า 80 km/h นั้น ควรเพิ่มความหนืดให้มากกว่านี้ครับ เพื่อที่จะได้เพิ่มความนิ่งเเละสร้างความมั่นใจในการคอลโทรลรถให้ดีกว่านี้ อันนี้กลายเป็นว่าเซ็ตมาเบากว่าคู่เเข่งเขา เลยทำให้อาจไม่เหมาะกับคนชอบพวงมาลัยหนักๆเเน่นๆหน่อยครับ
-เเม้เครื่องยนต์ตัวนี้อาจจะเด่นเรื่องเเรง เเต่ต้องบอกเลยครับว่า"ซดน้ำมัน" ค่อนข้างจะเรียกว่าซดที่สุดในกลุ่มเลยก็ได้ เเม้ขนาดเครื่องจะไม่ได้ต่างจากคู่เเข่งอย่าง CRV 2.4 หรือ CX5 2.0 นัก เเต่กลายเป็นว่าเครื่องตัวนี้มีอัตราการกินน้ำมันสูงกว่าซะอย่างงั้น ยกตัวอย่างง่ายๆว่าเวลาวิ่งทางไกลหากเป็น CRV หรือ CX5 คุณมีสิทธิ์เห็น 13-14 km/l ครับ เเต่ X-Trail 2.5 นั้นได้ก็เเค่ 12 km/l ถือส่ากินกว่าคู่เเข่งค่อนข้างมาก เเถมซดกว่าเครื่อง 2.0 ของตัวเองที่ตัดออกไปถึงราวๆ2km/l กลายเป็นว่าเเรงกว่าเพื่อนนิดหน่อย เเต่ต้องซดน้ำมันครับ
-รุ่น 2.5 S นั้นสำหรับรถ C-SUV รุ่นพื้นฐานถือว่ามีออพชั่นหลายจุดน้อยเกินไปนะครับ เช่น ระบบปรับอากาศไม่ได้เป็นเเบบ Dual Zone, มีถุงลมเเค่ 4 ใบ?, ไม่มีระบบ Criuse Control, ไม่มีฝาท้ายไฟฟ้า ซึ่งจุดนี้เเหละครับที่ทำให้เสียเปรียบ CRV 2.4S ที่มีออพชั่นที่จำเป็นพวกนี้มาให้หมดในราคา 1,409,000 ทำให้หลายคนเเค่เห็นความเป็นเเบรนด์ Honda ก็อาจจะเทใจไป CRV กันหมดเเล้วครับ
-พนักพิงศีรษะคู่หน้า โอเคครับเข้าใจว่าต้องการเน้นเรื่องความปลอดภัยในการรองรับกระดูกสันหลังคอเวลารถชน เเต่มันดันมากเกินไปคับ เป็นส่วนที่ทำให้นั่งไม่สบายเท่าที่ควร ดันเหมือน CHR เลย ที่จริงวิธีเเก้ปัญหาง่ายๆก็ควรจะทำพนักพิงศีรษะเเบบปรับมุมองศาเอียงหน้า-หลังได้เหมือนรถสมัยก่อนนะครับ ก็จะได้ช่วยลดความเมื่อยล้าช่วงคอไปได้พอสมควร
-เเม้ตัวถังภายนอกจะยาวกว่าคู่เเข่งพอสมควร เเต่เอาเข้าจริงๆเเล้วภายในก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรขนาดนั้น เเถมพื้นที่เก็บของเหลือเชื่อมากว่าเล็กกว่า CRV Gen4 เเละ Gne5 ด้วยซ้ำ เหมือน Nissan ยังออกเเบบจัดสรรเรื่องของพื้นที่ อาจเป็นที่ฝากระโปรงหน้าดูค่อนข้างใหญ่ ไม่ได้สั้นเหมือนพวกรถ Honda ทั้งหลายทำให้พื้นที่การใช้สอยภายในไม่ได้โดดเด่นเท่าไหร่
-การขึ้นลงเบาะเเถว 3 นั้นเวลาพับเบาะเเถว 2 ไปมันไม่ได้พับสุดนะครับ พับเเค่ตัวพนักพิงหลังเอียงขึ้นหน้าเเละเลื่อนเบาะรองนั่งไป ไม่ได้พับตลบเหมือนของ CRV ทำให้การขึ้น-ลงเบาะเเถว 3 ทำได้ยากมาก เรียกว่าเเค่จะเข้า-ออกก็ลำบากเเล้วครับ
-นอกจากจะเข้า-ออกยากเเล้ว เบาะเเถว 3 นั้นบอกเลยครับว่าเป็นรถ 7 ที่นั่งที่เบาะเเถว 3 เเย่ที่สุดเท่าที่ผมเคยนั่งมา โอเคครับ เราเข้าใจว่าโดยธรรมชาติเบาะเเถว 3 ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหน SUV หรือ PPV ก็จะไม่เหมาะกับผู้ใหญ่หรือคนที่ตัวค่อนข้างใหญ่อยู่เเล้วครับ เช่น ผมสูง 178 เป็นต้น เพราะเขาออกเเบบให้เด็กตัวเล็กๆนั่ง เเต่นี่นั่งเเบบว่านั่งไม่ได้เลยครับ พนักพิงหลังของเบาะเเถว 3 นี่นึกว่าทำมาให้เด็กป.1 นั่งครับ เตี้ยมาก เป็นเบาะที่ต้องใช้ำคว่าขนาดเด็กยังนั่งไม่ได้เลย กลายเป็น"รถ 7 ที่นั่งที่นั่งได้ 5 คน"ทำเบาะมาเเบบนี้ อย่าทำมาเลยดีกว่าครับ
สรุป-ทำดีหลายอย่างเเต่ผิดกาลเทศะนะ
ต้องบอกเลยว่าภาพรวมของรถนั้นบอกเลยว่าจุดเด่นยังคงอยู่ที่บาลานซ์ของช่วงล่างใช้ได้ทุกรูปเเบบ สมรรถนะของเครื่องยนต์เเละความถวายชีวิตของเกียร์ CVT มีระบบความปลอดภัยมาให้ท่วมคัน มีเบาะเเถวสองที่นั่งสบายมากที่สุดในกลุ่ม มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่คล้ายกับรถ PPV
ซึ่งฟังดูก็น่าจะดี?
เเต่บอกเลยครับจุดที่ Nissan พลาด คือ
กลยุทธ์การตลาดในหลายๆรุ่นทำให้ยอดขายไม่ดี อย่าง X Trail ตัว Modelchange มาช้ามาตอนตลาดวาย ป่านนี้ยังไม่มา
โอเค เข้าใจครับว่าตลาดโลกยังไม่มา ก็ต้องถูไถใช้รุ่นเดิมไปก่อน
ปัญหาคือการ Minorchange ของเขาครับ เล่นถอดเครื่อง 2.0 ออก เเล้วเหลือเเต่เครื่อง 2.5 เพื่อให้รุ่น 2.5 มีราคาเข้าถึงง่ายขึ้น มีรุ่นย่อยพื้นฐานมากขึ้น ราวกับจะเลียนเเบบ Honda CRV ซะงั้น
เเต่เขาดันลืมนึกไปว่ามันไม่เหมือนกันครับ Honda นั้นตัดเครื่อง 2.0 ออกเพราะว่าเครื่องของเขาอืดอาดเเละกินน้ำมันกว่า 2.4 เเล้วเอาเครื่องดีเซลมาทดเเทนเครื่อง 2.0 เเล้วโยกไปทำตลาดในกลุ่มราคาที่สูงกว่า เป็นการสร้างกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้นกว่าเดิม มี choice ที่ดีขึ้น คือ พูดง่ายๆว่าใครชอบความเเรง 2.4 เดิมก็ยังคงมีอยู่เเถมถูกลงกว่า 2.4 เดิมอีกด้วย ใครอยากได้ 2.0 ที่เเรงขึ้นก็ไป 2.4 เพราะราคาไม่ได้ต่างจาก 2.0 เดิมมากนัก เเต่ถ้าใครอยากประหยัดสุดๆเเถมเน้นเเรงต้นดีๆเเรงบิดมาในรอบต้นก็ไปดีเซล
เเต่ X-Trail การตัดเครื่อง 2.0 ออกทำให้ X-Trail เสียเปรียบอย่างมากในการเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าช่วงราคา 1.2 ล้านเดิม เพราะเครื่อง 2.0 เดิมนั้นทั้งเเรงเเละประหยัดกว่า 2.0 ของ CRV อยู่มากครับ จึงไม่ควรตัดออก ทำให้ควรจะมีรุ่น 2.0 เพื่อเป็นทางเลือกเเละขยายกลุ่มลูกค้าที่ไม่ต้องการสมรรถนะหรือจ่ายเเพงกว่าเพื่อซื้อ CRV 2.4
กลายเป็นราคารุ่นพื้นฐานถูกกว่า CRV 2.4 นิดเดียวเเถมรุ่นท็อปเเม้ออพชั่นจะเยอะกว่าเเต่ก็เเพงกว่าเป็นเเสนครับ ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็ต้องไป Honda อยู่เเล้วถ้าเป็นเเบบนี้
เเถมรุ่นพื้นฐานดันมาตกม้าตายตรงที่ให้
ถุงลมมาเเค่ 4 ใบ(ควรจะเป็น 6), ไม่มีเเอร์เเยกฝั่ง Dual Zone, ไม่มีระบบ Criuse Control เเละไม่มีฝาท้ายไฟฟ้า ซึ่งล้วนเเล้วเป็นออพชั่นพื้นฐานที่รถ Segment นี้ต้องมีมาให้ได้เเล้ว ยิ่งทำให้คนส่ายหน้าเบินหนีเข้าไปอีกครับ
เรียกได้ว่าผิดกาลเทศะในทีนี้ หมายความว่าผิดสถานที่(ที่ไทยอาจไม่เน้นออพชั่นมาก) ผิดกลุ่มลูกค้า ผิดเวลา(มาช้า)
Nissan ต้องไปเเก้ไขเรื่องการตลาดของตัวเองอย่างเเรงนะครับ หลายๆรุ่นตัวรถก็โอเค เเต่เพราะการวางราคารุ่นย่อย กำหนดการเปิดตัว การจัดออพชั่น อะไรทั้งหลายเเหล่
ส่วนข้อเสียจริงๆของ X-Trail หนีไม่พ้นเรื่องอัตราการกินน้ำมันของเครื่อง 2.5 ที่ต้องประหยัดกว่านี้ พวงมาลัยในความเร็วสูงต้องหนืดกว่านี้ พนักพิงศีรษะที่ต้องดันหัวน้อยกว่านี้ การบริหารจัดสรรพื้นที่ภายในเเละพื้นที่เก็บของให้กว้างกว่านี้ การพับเบาะเเถว 2 สำหรับขึ้น-ลงเเถว 3 ต้องมีช่องทางเข้า-ออกง่ายกว่านี้ รวมถึงเบาะเเถว 3 ต้องมีไว้สำหรับคนนั่งจริงๆไม่ได้มีให้วางของ ถ้ามีเบาะมาเเบบนี้สู้เป็น 5 ที่นั่งดีกว่าครับ
โดยรวมก็เหมาะกับคนที่ต้องการระบบขับ 4 ที่ล็อคได้ว่าจะเอาเเบบ Real Time หรือ Part Time, เน้นเบาะเเถว 2, สมถรรนะเครื่องยนต์เเละเกียร์, ช่วงล่างใช้ได้ทุกสภาวะ,ออพชั่นความปลอดภัยเเน่นๆ
เเถมด้วย Panoramic Sunroof ใช้นั่งได้ 5 คน ยิ่งสำหรับอาชีพที่กล่าวไปราคาลด
เหลือเเค่ 1,190,000 ในรุ่นท็อปซึ่งเเพงกว่า Toyota CHR 1.8 MID อยู่ราวๆ150,000(ยังไม่นับว่า CHR มีส่วนลด)เเต่ได้รถ Segment ที่สูงกว่า CHR
X Trail 2.5 คือคำตอบครับ
เเละทั้งหมดนั่นละครับ คือ การเจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย Nissan X-Trail 2.5
อย่าลืมนะครับ ถ้าชอบบทความเเบบนี้ อย่าลืมกดไลค์ กดเเชร์ กดฟอลโลว์กันนะครับ
ช่องทางการติดตามอื่นๆ
FB :Carman
IG : Blockdit_Carman
ไปกดไลค์ กดติดตามกันได้นะครับ
ติดตามบทความย้อนหลังของ Carman ที่นี่
ใครมีความรู้สึกยังไง, มีข้อเสนอเเนะสามารถคอมเม้นลงมาที่ด้านล่างนี้เลยนะครับ ขอบคุณที่ติดตามรับชมครับ
เวลาใหม่!!!
ติดตามบทความใหม่ทุก EP ของ Carman
ทุกวันจันทร์เเละวันศุกร์ เวลา 19.00
วันนี้ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ
เครดิตข้อมูลเเละรูปภาพ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    ⭐️คนทำคอนเท้นท์
    เขียนซะอยากซื้อเลยครับ
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ⚠️[BREAKING]⚠️ Bill Ackman ออกมาเตือนว่านักลงทุนส่วนใหญ่กำลังเข้าใจผิด ! ถ้าโอไมครอนระบาดเร็วขึ้น แต่อาการไม่รุนแรง จะยิ่งเป็นการดันให้ตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้นไปอีก ! ไม่ใช่ปรับตัวลดลงอย่างที่ตลาดกังวล ! 📌 Bill Ackman นักลงทุนชื่อดังที่หลายคนยกให้เป็น Warren Buffett คนต่อไปได้ออกมาเตือนนักลงทุนทั้งโลกว่า...
      คุณคิดว่าตอนนี้ คุณใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ น่าตื่นเต้นอยู่เสมอหรือไม่? หรือเพียงแค่ใช้ชีวิตให้ผ่านไปอีกหนึ่งวันเท่านั้น ถ้าคุณกำลังรู้สึกเบื่อ มาลองวิธีใช้ชีวิตให้น่าตื่นเต้นผ่านการฝึกฝนและพัฒนาตัวเองกันดีกว่าไหม? สรุปหนังสือ 7 Strategies for Wealth and Happiness ตอนที่ 5
      คนที่ดูเหมือนจะมั่นใจตลอดเวลา ก็คงมีเวลาที่หมดความมั่นใจบ้างเช่นกัน โดยเฉพาะกับการตั้งเป้าหมายไว้สูง ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือส่วนตัว เมื่อไรที่ตกลงมาก็ต้องเจ็บหนักเป็นธรรมดา . การจมอยู่กับความไม่มั่นใจอาจไม่ใช่คำตอบ เพราะชีวิตต้องเดินไปข้างหน้า ลองมาดูกันว่าในวันที่ชีวิตหมดความมั่นใจ เราจะผ่านสถานการณ์แบบนี้ไปอย่างไรดี? กับ อั้ม ศุภกร ใน MM Remaster EP.นี้ . #missiontothemoon #missiontothemoonpodcast #theremasterproject
      ประเด็นร้อนของฟุตบอลไทย ไม่มีอะไรจะเกิน เรื่องของพรรษา เหมวิบูลย์ กองหลังคนสำคัญของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถอนตัวจากทีมชาติ แต่กลับลงเล่นให้สโมสรได้เฉยเลย เรื่องนี้มีสตอรี่อย่างไร วิเคราะห์บอลจริงจังจะเล่าให้ฟัง จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ เริ่มจากมาโน่ โพลกิ้ง เฮดโค้ชทีมชาติไทย ประกาศชื่อ 30 ผู้เล่น ลงแข่งรายการซูซูกิคัพในเดือนธันวาคม โดยมีนักเตะถอนตัวไป 2 คน คนแรกคือพีระพัฒน์ โน้ตชัยยา จากทรู แบงค็อก โดยมาโน่เรียกสุริยา สิงห์มุ้ยเข้ามาแทน
      ดูทั้งหมด